หน้าแรก > อาชญากรรม

สืบนครบาลทลายโกดังบุหรี่ไฟฟ้าขายออนไลน์ ยึดของกลางกว่า 100 ล้านบาท

วันที่ 3 ตุลาคม 2569 เวลา 02:40 น.


สืบนครบาลทลายโกดังบุหรี่ไฟฟ้าขายออนไลน์ ยึดของกลางกว่า 100 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น.พร้อมด้วย พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ ผบก.น.8 นายสุเมธ ฤทธิ์เจริญ ผอ.สำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปราม กรมสรรพาสามิต พ.ต.อ.ศานติ กรเกษม ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.โชติช่วง รัศมี ผกก.สส.บก.น.8 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.สส.บช.น., สน.บุคคโล และสน.สำเหร่ ร่วมกันแถลงจับกุมโกดังบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 2 จุด ในพื้นที่ฝั่งธนบุรี จับผู้ต้องหารวม 7 ราย รวมของกลางบุหรี่ไฟฟ้า กว่า 3 แสนชิ้น มูลค่าประมาณกว่า 100 ล้านบาท

จุดแรกบ้านพักในซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 28 แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กทม. ลักษณะเป็นตึกแถวสูง 3 ชั้น ซึ่งใช้เป็นโกดังในการเก็บบุหรี่ไฟฟ้า พบผู้ต้องหารวม 7 รายกำลังแพ็คสินค้าบุหรี่ไฟฟ้า และบุหรี่ไฟฟ้าของกลางบรรจุในลังจำนวนมาก ก่อนขยายผลไปตรวจค้นจุดที่สอง บ้านพัก แขวงบางลำภูล่าง เขตคลองสาน กทม. ลักษณะเป็นตึกแถว 3 ชั้นเช่นเดียวกัน ตรวจสอบไม่พบมีใครอยู่ภายในบ้าน พบเพียงของกลางบุหรี่ไฟฟ้าอีกจำนวนหนึ่ง

พล.ต.ต.พัลลภ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบนครบาล จับกุมสินค้าผิดกฎหมาย ประเภทบุหรี่ไฟฟ้า มีทั้งแบบใช้แล้วทิ้ง น้ำยา ลูกอม ใส้บุหรี่ ซึ่งเป็นการสืบสวนและยังมีจับกุมในจุดอื่น ๆ ด้วย พล.ต.ต.โชติวัฒน์ กล่าวว่า ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศูนย์ป้องกันและปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า โดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร.ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า โดยชุดสืบสวนได้ทำการล่อซื้อ ก่อนพบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีการใช้โกดังแห่งนี้ เป็นแหล่งกระจายสินค้า โดยหลังจากที่ สั่งบุหรี่ไฟฟ้ามาแล้วจะนำมาพักไว้ที่นี่ และกระจายส่งขายทางออนไลน์ โดยมีการเข้าจับกุม 2 จุด ซึ่งจุดซอยตากสิน 28 พบว่ามีการเก็บสินค้าบุหรี่ไฟฟ้าไว้ทั้ง 3 ชั้น ชั้นแรกพบบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนประมาณ 17,500 กล่อง ตกกล่องละ 10 ชิ้น รวม 1.7 แสนชิ้นเฉพาะชั้นเดียว ชั้นสองอีก 15,000 กล่อง ชั้นบนอีก 5,000 กล่อง รวมกว่า 3 แสนชิ้น หากคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท และสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 7 คน ทั้งหมดเป็นลูกจ้าง ขณะเข้าตรวจค้นพบว่าทั้ง 7 คนกำลังแพ็คออเดอร์ตามคำสั่งนายจ้าง ซึ่งอยู่ระหว่างขยายผลติดตามตัวนายจ้างคนดังกล่าว

เบื้องต้นเตรียมแจ้งข้อหาทั้ง 7 รายในข้อหาคามมาตรา 203 และ มาตรา 204 ตาม พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 มีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้ามิได้เสียภาษี และมีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้ามิได้เสียภาษี นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บุคคโล เพื่อดำเนินคดี ส่วนของกลางได้ประสานกรมสรรพสามิตตรวจยึดเพื่อทำลายต่อไป 

 

ข่าวยอดนิยม