หน้าแรก > อาชญากรรม

รวบสาวบัญชีม้า ลวงเหยื่อกดลิงก์ชิงโชคกระเป๋าแบรนด์เนม สูญเงิน 2 ล้านบาท

วันที่ 19 กันยายน 2569 เวลา 23:14 น.


รวบสาวบัญชีม้า ลวงเหยื่อกดลิงก์ชิงโชคกระเป๋าแบรนด์เนม สูญเงิน 2 ล้านบาท

กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) โดย พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นางสาวคำ (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ในความผิดฐาน “ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นฯ, ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน, ร่วมกันฟอกเงิน” จับได้ริมถนนบริเวณสถานีรถไฟบางซื่อ แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์ สืบเนื่องมาจากมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน หลังตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ ที่โฆษณาชวนเชื่อบนโลกออนไลน์ หลอกลวงให้กดลิงก์เข้าร่วมกิจกรรมชิงโชคลุ้นรับกระเป๋าแบรนด์เนมหรูมูลค่าสูง แต่เมื่อกดลิงก์เข้าไป กลุ่มแอดมินกลับแจ้งเงื่อนไขว่าต้องทำภารกิจ และกิจกรรมตามขั้นตอนต่าง ๆ เสียก่อน โดยออกอุบายให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าระบบทุกครั้ง เพื่อเปิดสิทธิ์และทำยอด โดยอ้างว่าหากทำครบภารกิจจะได้เงินคืนทั้งหมด พร้อมกระเป๋าแบรนด์เนม ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงโอนเงินเติมเข้าระบบไปหลายรอบ รวมเป็นยอดเงินสูงถึง 2,000,000 บาท แต่เมื่อทำครบตามขั้นตอนกลับโดนบ่ายเบี่ยง และไม่ได้รับกระเป๋าตามที่อ้าง จนกระทั่งรู้ตัวว่าถูกหลอก

จากการสืบสวนและตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบว่าบัญชีธนาคารปลายทางที่ผู้เสียหายโอนเงินไปนั้นคือชื่อบัญชีของ นางสาวคุณัญญาฯ พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ จนนำไปสู่การสืบสวนแกะรอย และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) จับกุมตัวได้ในที่สุด จากการสอบสวน นางสาวคำ (นามสมมุติ) ให้การอ้างว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการมิจฉาชีพดังกล่าวโดยตรง แต่ก่อนหน้านี้ได้ถูกญาติสนิทชักชวนให้เดินทางจาก จ.นครสวรรค์ เข้ามาทำงานที่ กทม. โดยอ้างว่ามีรายได้ดี ด้วยความไว้วางใจจึงเดินทางมาตามนัด แต่เมื่อมาถึงกลับถูกญาติร่วมกับชายฉกรรจ์อีก 2 คน บังคับพาตัวไปกักขังไว้ที่ห้องพักแห่งหนึ่ง พร้อมยึดโทรศัพท์มือถือ สมุดบัญชี และเอกสารส่วนตัวไปทั้งหมด

กระทั่งผ่านไป 2 วัน มีเงินโอนเข้ามาในบัญชีสูงถึง 2,000,000 บาท กลุ่มคนร้ายจึงได้ข่มขู่บังคับให้ตนสแกนใบหน้าเพื่ออนุมัติการโอนเงิน ต่อไปยังบัญชีปลายทางของขบวนการ หลังจากโอนเงินเสร็จสิ้น กลุ่มคนร้ายได้กักขังเธอไว้อีก 2 วันก่อนจะปล่อยตัวออกมา จนกระทั่งมาถูกตำรวจจับกุมในเวลาต่อมา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ข่าวยอดนิยม