หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 18 กันยายน 2569

วันที่ 19 กันยายน 2569 เวลา 05:38 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 18 กันยายน 2569


>> นายกฯ เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

07.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (100 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

นายกฯ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และจุดเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ จากนั้น พระสงฆ์ให้ศีล และพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์สวดพระพุทธมนต์

โอกาสนี้ พระสงฆ์สดับปกรณ์ ประธานสงฆ์กล่าวสัมโมทนียกถาและนำเจริญจิตภาวนาอุทิศถวายเป็นพระกุศลเป็นเวลา 47 วินาที

จากนั้นพระสงฆ์อนุโมทนา นายกฯ และภริยา พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ถวายเครื่องไทยธรรมและปิ่นโตภัตตาหารและทอดผ้าไตรบังสุกุลจำนวน 10 ไตร แด่พระสงฆ์ กรวดน้ำ กราบลาพระรัตนตรัย และถวายความเคารพเบื้องหน้าพระรูป


>> นายกฯ นั่งหัวโต๊ะประชุมหัวหน้าส่วนราชการฯ ขอบคุณหัวหน้าส่วนราชการเกษียณอายุราชการ ยกย่องทุ่มเททำงานเพื่อประเทศ

10.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 2/2569 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พร้อมขอบคุณหัวหน้าส่วนราชการที่ครบวาระเกษียณอายุราชการในปีนี้ ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ ยึดมั่นในประโยชน์ส่วนรวม ถือเป็นผู้ที่ได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ข้าราชการรุ่นหลัง 
นายกฯ กล่าวยืนยันว่า สิ่งที่ทุกคนได้ทุ่มเททำไว้ตลอดระยะเวลาการรับราชการ รวมถึงการส่งต่อภารกิจให้แก่ผู้ที่จะเข้ามารับตำแหน่งต่อ จะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าข้าราชการทุกคนมีความรู้ ความสามารถ และศักยภาพที่จะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ ขอให้ทุกหน่วยงานร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นและความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อให้การทำงานบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้

ในโอกาสนี้ นายกฯ ระบุว่า เป็นมงคลที่ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการทุกคน พร้อมขอให้การประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างหน่วยงาน ขับเคลื่อนภารกิจของภาครัฐ และร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยต่อไป


>> เพลิงไหม้ร้านอาหาร ริมถนนอ่าวยน - เขาขาด เสียหายวอดทั้งหลัง คาดไฟฟ้าลัดวงจร จ.ภูเก็ต

11.56 น. สภ.วิชิต ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าเกิดเพลิงไหม้ ขึ้นที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ริมถนนอ่าวยน - เขาขาด ในพื้นที่ ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สมศักดิ์ ทองเกลี้ยง ผกก.สภ.วิชิตและหน่วยดับเพลิงเทศบาลตำบลวิชิตรุดไปตรวจสอบและระงับเพลิง

ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นร้านอาหารขนาดใหญ่สูง 3 ชั้นและ 2 ชั้นไต่ลำดับ ตั้งอยู่ด้านหน้าโรงแรมริมถนนสายดังกล่าว พบเปลวเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างหนักและรวดเร็ว ประกอบกับมีลมพัดแรงตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต่างระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังอาคารใกล้เคียงเป็นการด่วน โดยใช้เวลาระงับเพลิงกว่า 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ทั้งหมด ขณะเกิดเหตุยังไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

จากการตรวจสอบพบว่า โครงสร้างของร้านอาหารและทรัพย์สินภายในร้านทั้งหมดถูกเพลิงเผาวอด รวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท เบื้องต้นคาดว่าไฟฟ้าลัดวงจร อย่างไรก็ดีอยู่ระหว่างการตรวจสอบของ พฐ.เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียดอีกครั้ง


>> ชัดเจน ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 ให้เงินรวดเดียว 1,000 บาท ใช้ได้ 2 เดือน

12.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความชัดเจนรายละเอียด โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส เฟสที่ 2 ว่า

รายละเอียดจะต้องรอคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้จากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) พิจารณาก่อนในการพิจารณารอบสุดท้าย ซึ่งจากที่ตนได้คุยกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง คาดว่า จะให้สิทธิ 1,000 บาท เป็นเวลาการใช้ 2 เดือน ในเกณฑ์ 60:40 เหมือนเดิม

นพ.เอกภพ กล่าวว่า ส่วนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับการเติมเงินเข้า 700 บาท รวมกับสิทธิ์ปกติ 300 บาทรวมเป็น 1,000 บาทเช่นเดิม

นายเอกภพ ยืนยันว่า ไม่ต้องดึงเงินมาเพิ่ม ซึ่งจำนวนเงินที่คำนวณณวันนี้ 1,000 บาท หากดำเนินการ 2 เดือน และถือเป็นการเปิดช่องทางการใช้ได้มากขึ้น

ขณะที่นาย ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ช่วงบ่ายวันนี้จะพูดคุยกับ รมว.คลังถึงประเด็นดังกล่าว


>> ปิดตำนาน 63 ปี "อาคารนิมิบุตร"ส่งคืนพื้นที่ให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

12.43 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน "อาคารกีฬานิมิบุตร" สนามกีฬาในร่มใจกลางปทุมวัน กำลังจะถูกส่งคืนพื้นที่ให้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ตามแผนการบริหารจัดการพื้นที่ และตามสัญญาระหว่างกรมพลศึกษากับจุฬาฯ 
ประวัติความเป็นมาของพื้นที่สนามกีฬาแห่งชาติ กรมพลศึกษาได้ทำสัญญาเช่าที่ดินจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บนพื้นที่รวม 77 ไร่ 9 งาน มาตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2492 เป็นเวลา 29 ปี ก่อนจะสร้างเสร็จใน พ.ศ. 2495

อาคารกีฬานิมิบุตร ภายในสนามกีฬาศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ เดิมคือ "วังกลางทุ่ง" หรือ "วังใหม่" ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ได้พระราชทานวังและที่ดินโดยรอบให้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนรัฐบาลจะมาขอเช่าและพัฒนาเป็นพื้นที่สนามกีฬาแห่งชาติ

ชื่อ "นิมิบุตร" มาจากนามสกุลของพลโท เผชิญ นิมิบุตร ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในรัฐบาลของพจน์ สารสิน และรัฐบาลถนอม กิตติขจร นอกจากนั้นยังอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประเภทที่ 2 อดีตอธิบดีกรมพลศึกษา อดีตนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย และอดีตนายกสมาคมคนแรกของสมาคมกีฬามวยสากลสมัครเล่นแห่งประเทศไทย

"อาคารกีฬานิมิบุตร" เป็นสนามกีฬาในร่ม มีความจุผู้ชมประมาณ 5,600 ที่นั่ง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2506 เพื่อให้สมาคมมวยสากลสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ใช้เป็นสถานที่จัดแข่งขัน มวยสากลสมัครเล่นชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ครั้งที่ 1 มีชื่อเดิมว่า อาคารยิมเนเซียม 1 ต่อมาเมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2528 กรมพลศึกษาเปลี่ยนมาใช้ชื่อนิมิบุตร เพื่อเป็นเกียรติแก่ พลโท เผชิญ จนถึงปัจจุบัน


>> CIB ร่วม ทันตแพทยสภา, กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ รวบหมอฟันเถื่อน เปิดบ้านรับทำฟันปลอม-รีเทนเนอร์

12.52 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., บก.ปคบ.,ทันตแพทยสภา และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ปฏิบัติการจับกุมหมอฟันเถื่อน แอบลักลอบเปิดบ้านพักทำฟันปลอม-รีเทนเนอร์ ภายในบ้านพัก แห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา

สืบเนื่องจากกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับหนังสือร้องเรียนจากทันตแพทยสภาและประชาชน ให้ตรวจสอบผู้ที่ลักลอบประกอบวิชาชีพ ทันตกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยใช้บ้านพัก ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดรับทำฟันปลอมและรีเทนเนอร์ให้กับประชาชนทั่วไปโดยผิดกฎหมาย จาการเข้าตรวจสอบ บ้านพักอาศัยดังกล่าว พบ น.ส.โช (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี กำลังจัดเตรียมแบบพิมพ์ฟัน และ ได้พิมพ์ฟันให้กับลูกค้า เพื่อทำรีเทนเนอร์สี จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.โช ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรม และสถานที่ดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ และไม่มีใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาลแต่อย่างใด

โดย น.ส.โช ใช้วิธีเปิดเพจโฆษณาในเฟซบุ๊ก ชื่อบัญชี “ รีเทนเนอร์ อยุธยา สวยครบ จบที่นี่ ”ซึ่งมีจำนวนผู้ติดตามประมาณ 2,000 คน โดยเปิดบ้านพักของตนเองให้บริการทำรีเทนเนอร์-ทำฟันปลอม ให้แก่ประชาชนทั่วไป โดยค่าบริการเริ่มต้นที่ 1,800 บาท น.ส.โชรับว่าจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยก่อนหน้านี้เคยให้บริการรับทำเล็บแต่รายได้ไม่ดี จึงศึกษาวิธีการจัดฟันด้วยตนเองจาก youtube และ Tiktok จากนั้นซื้ออุปกรณ์การจัดฟันร้านค้าออนไลน์ โดยมีลูกค้ามาทำรีเทนเนอร์-ทำฟันปลอม เดือนละไม่ต่ำกว่า 40 ราย ทำมาประมาณ 1 ปี เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.วิชาชีพทันตกรรม พ.ศ.2537 ฐาน “ประกอบวิชาชีพทันตกรรมโดยไม่ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ/ กรณีสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ฐาน “ประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต และดำเนินกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


>> รถนั่งส่วนบุคคลชนกับรถบรรทุก ก่อนพลิกคว่ำข้างทาง ริมถนนสาย น้ำสุด - ท่าหลวง หนุ่มวัย 43 ปีเสียชีวิตในยานพาหนะ จ.ลพบุรี

13.15 น. ศูนย์ร่วมกตัญญูประจำจังหวัดลพบุรี (อำเภอ.พัฒนานิคม) รับเเจ้งว่ามี อุบัติเหตุ รถบรรทุกชนกับรถยนต์เก๋ง และมีผู้เสียชีวิตติดภายในยานพาหนะ ถนนเส้นทาง น้ำสุด - ท่าหลวง บริเวณ 3 แยกทางเข้า อบต.มะนาวหวาน ในพื้นที่ หมู่3 ตำบลน้ำสุด อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุก 12 ล้อ ฮีโน่ สีเขียว ป้ายทะเบียน ชลบุรี จอดอยู่สภาพกันชนหน้ารถพังเสียหาย และห่างออกไปที่ข้างทาง พบรถนั่งส่วนบุคคล สีขาว ป้ายทะเบียน นครราชสีมา พลิกตะแคงสภาพรถพังเสียหายทั้งคัน

จากการตรวจสอบ พบว่า มีผู้เสียชีวิต 1 ราย สภาพร่างติดค้างอยู่ภายในรถเก๋ง ทางอาสาสมัคร ดำเนินการใช้เครื่องมือตัดถ่างงัดรถ เพื่อนำร่างออกมา และดำเนินการตรวจสอบเอกสารติดตัว ทราบชื่อ นายเจริญ อายุ 43 ปี ภูมิลำเนาชาว อำเภอเมืองนครราชสีมา 
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มะนาวหวาน พร้อมด้วยแพทย์เวรร่วมตรวสอบ ก่อนมอบร่างให้อาสาสมัครดำเนินการ นำส่งชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อ ที่โรงพยาบาลพัฒนานิคม


>> กกต. ตรวจความพร้อมการเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี หวั่นฝนถล่มเพราะหน่วยเลือกตั้งส่วนใหญ่เป็นเต็นท์เกิน 50% ตั้งชุดเคลื่อนที่เร็วพร้อมแก้ไข

13.30 น. ที่ห้องประชุมชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี นายณรงค์ รักร้อย กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เดินทางมาฟังการบรรยายสรุปการเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)นนทบุรี และมอบนโยบายให้กับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนนทบุรี

โดยนางสาวชุลีพร ชาญใบพัด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนนทบุรี กล่าวสรุปการเตรียมความพร้อมการจัดการเลือกตั้งนายกอบจ.นนทบุรี ว่า จังหวัดนนทบุรี มี 6 อำเภอ 52 ตำบล 46 องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น มีผู้สมัครนายก อบจ.นนทบุรี 6 คน ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งสิ้น 1,075,971 คนหน่วยเลือกตั้งจำนวน 1,450 หน่วย ใช้เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง 13,050 คน และเจ้าหน้าที่สนับสนุนการเลือกตั้งอีกนับพันคน พร้อมชุดเคลื่อนที่เร็ว 6 ชุดหากเกิดเหตุ รวมทั้งมีชุดเคลื่อนที่เร็วของอบจ.นนทบุรี และการไฟฟ้านครหลวง เข้าไปช่วยเหลือหน่วยเลือกตั้งต่างๆ หากเกิดฝนตกไฟฟ้าดับ

นายณรงค์ กล่าวว่า เรื่องการเตรียมความพร้อมตนเชื่อมั่นและเป็นการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง เชื่อว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อาจจะมีประเด็นว่าครั้งที่แล้วเรามีผู้มาใช้สิทธิ์ 41.1% แต่ครั้งนี้เลือกตั้งเฉพาะนายก อบจ.นนทบุรีไม่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี อาจจะทำให้ความเข้มข้นในการหาเสียงอาจจะลดลง แต่ก็ยังเชื่อมั่นอยู่ว่าพี่น้องชาวจังหวัดนนทบุรี เป็นผู้ที่จะออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ก็คงออกมาใช้สิทธิ์กันมากกว่าเดิม จากวันที่ 1 กันยายนปี 68 มีผู้มาใช้สิทธิ์ 41.1% ครั้งนี้ก็มุ่งหวังว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิ์เยอะกว่าเดิม ส่วนการเตรียมสถานที่พร้อมหมดแล้ว แต่ปัญหาอุปสรรคก็ต้องเผื่อไว้ วันอาทิตย์นี้อาจจะมีฟ้าฝน แล้วหน่วยเลือกตั้งส่วนใหญ่มากกว่า 50% เป็นเต็นท์ เนื่องมาจากลักษณะของพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ชุมชนเป็นส่วนมากจำเป็นต้องใช้เต็นท์ ทั้งๆ ที่นโยบายกรรมการการเลือกตั้ง พยายามให้การเลือกตั้งใช้อาคารถาวรเป็นหลัก ต้องค่อยๆปรับไปแต่เชื่อมั่นว่า ผอ.กกต.จังหวัดนนทบุรี และปลัดอบจ.นนทบุรี ในฐานะผอ.กกต.ประจำ อบจ.นนทบุรี จะสามารถบริหารได้ไม่เกิดปัญหาเรื่องฟ้าฝน 
ก็ได้เน้นย้ำว่าให้อำนวยความสะดวกอย่าให้พี่น้องประชาชนที่มาใช้สิทธิ์นั้นได้รับผลกระทบเนื่องจากฟ้าฝน และคาดว่าจะทราบผลอย่างทางการในเวลาไม่เกิน 21.00 น.

ด้านนายณัฐภูมิ นนทสิริกุล ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)นนทบุรี ปฏิบัติหน้าที่นายก อบจ.นนทบุรี และผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำอบจ.นนทบุรี กล่าวว่า อบจ.นนทบุรี ได้มอบอุปกรณ์ประจำหน่วยเลือกตั้งไปให้อำเภอและเทศบาลต่างๆครบหมดแล้ว ซึ่งอำเภอและเทศบาลต่างๆจะแจกจ่ายมอบให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งในวันที่ 19 กันยายนต่อไป


>> เหตุระเบิด รถ อส.สุคิริน เสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 16 นาย เจ้าหน้าที่เร่งนำส่ง รพ.

15.10 น. กรณีคนร้ายก่อเหตุลอบวางระเบิดและใช้อาวุธปืนซุ่มยิงใส่รถบรรทุก 6 ล้อ ของกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอสุคิริน (อส.อ.สุคิริน) เหตุเกิดบนเส้นทางพื้นที่หมู่ที่ 2 บ้านบารูกายาอิง ตำบลร่มไทร อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส

ล่าสุด ได้รับรายงานยืนยันยอดผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว โดยพบว่ามีเจ้าหน้าที่ อส. เสียชีวิตในที่เกิดเหตุจำนวน 2 นาย คือ อส.อิริน และ อส.ณัฐนันท์ 
ขณะเดียวกัน มีเจ้าหน้าที่ อส. ที่ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวน 16 นาย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลในพื้นที่ โดยในจำนวนนี้มีผู้บาดเจ็บ 4 นายที่ต้องรีเฟอร์นำส่งรักษาต่ออย่างเร่งด่วน ณ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก

กองกำลังฝ่ายความมั่นคง ได้เข้าควบคุมพื้นที่เกิดเหตุอย่างเข้มงวด และจัดชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน เร่งรวบรวมพยานหลักฐานและวัตถุพยานในจุดเกิดเหตุ เพื่อติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว


>> ในหลวง-พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (๑๐๐ วัน) พระราชทานพระศพ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา”

17.23 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (๑๐๐ วัน) พระราชทานพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี โดยเสด็จในการนี้ด้วย

ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ และท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพระที่นั่งพิมานรัตยา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลาที่หน้าพระโกศพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เจ้าพนักงานประโคมสังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ ปี่พาทย์ กองทหารเกียรติยศพระศพถวายความเคารพ ดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาชัย

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธรูปประจำวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงกราบ แล้วประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์ ๑๐ รูป สวดพระพุทธมนต์ จบแล้ว ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทานแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปตั้งที่โต๊ะข้างธรรมาสน์

ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เสด็จไปทรงจุดธูปเทียน เครื่องทองน้อยที่หน้าพระโกศ สำหรับพระศพทรงธรรม ทรงศีล พระพรหมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดปรุยรวงศาวาส ถวายศีล และถวายพระธรรมเทศนา เรื่อง “เสฏฐชีวิตกถา” ว่าด้วยชีวิตอันประเสริฐสุด จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าพระสงฆ์สวดธรรมคาถา พระสงฆ์ ๔ รูป สวดธรรมคาถา

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ ทรงทอดผ้าไตรถวายพระสงฆ์ที่ถวายพระธรรมเทศนา และพระสงฆ์ที่สวดธรรมคาถา พระสงฆ์สดับปกรณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำวันประสูติ ฯ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าเตียงพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมด้านตะวันออก และด้านตะวันตกพระที่นั่งพิมานรัตยา ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปถวายราชสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สมควรแก่เวลา จึงเสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

>> ผู้ว่าฯ นราธิวาส รุดเยี่ยม อส.บาดเจ็บเหตุลอบวางระเบิดรถ กำชับทุกหน่วยเร่ง 3 ด้าน ติดตามคนร้าย รักษาพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บ และเยียวยาทุกราย

18.30 น. นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เดินทางไปยังโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก เพื่อติดตามอาการและเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน หรือ อส. ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรถบรรทุก 6 ล้อของ อส.อำเภอสุคิริน ในพื้นที่ตำบลร่มไทร อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส

ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสแสดงความห่วงใยต่อเจ้าหน้าที่และครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมติดตามการรักษาพยาบาลอย่างใกล้ชิด และกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเต็มที่ในทุกด้าน ทั้งการดูแลรักษาผู้ได้รับบาดเจ็บ การช่วยเหลือและเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบทุกราย ตลอดจนดูแลสิทธิและสวัสดิการที่เกี่ยวข้องไม่ให้เกิดความตกหล่น

ขณะเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสได้กำชับฝ่ายความมั่นคงเร่งตรวจสอบพยานหลักฐานจากจุดเกิดเหตุ ขยายผลติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุ และดำเนินการตามกระบวนการกฎหมาย พร้อมเพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันเหตุซ้ำและลดความเสี่ยงต่อเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นช่วงบ่ายวันที่ 18 กันยายน 2569 บนถนนทางหลวงหมายเลข 4115 บริเวณตำบลร่มไทร อำเภอสุคิริน ขณะกำลังพล อส.อำเภอสุคิริน เดินทางด้วยรถบรรทุก 6 ล้อ ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจจากพื้นที่อำเภอเมืองนราธิวาส ก่อนเกิดเหตุลอบวางระเบิดและมีรายงานการใช้อาวุธปืนเข้าใส่รถเจ้าหน้าที่ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่ได้เร่งนำผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสุคิริน และส่งต่อผู้ได้รับบาดเจ็บบางรายมายังโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้เข้าควบคุมและปิดกั้นพื้นที่ เพื่อให้ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด พร้อมรวบรวมวัตถุพยานและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

จังหวัดนราธิวาสยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์และการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญทั้งด้านความมั่นคง การรักษาพยาบาล และการเยียวยาครอบครัวเจ้าหน้าที่อย่างครบถ้วน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง


>> ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลงพื้นที่ติดตามการซ่อมท่อส่งน้ำมันพระราม 3 กำชับความปลอดภัยประชาชนและผู้ปฏิบัติงาน

22.10 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และการดำเนินการแก้ไขเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลบริเวณถนนเชื้อเพลิง ใต้จุดกลับรถสะพานพระราม 3 โดยมีนายบำรุง สำเนียงงาม ผู้อำนวยการเขตคลองเตย ให้การต้อนรับและรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานในพื้นที่

ในการนี้ ผู้ประกอบธุรกิจน้ำมันอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบและซ่อมแซมแนวท่อส่งน้ำมัน โดยได้ใช้เครนยกท่อส่งน้ำมันให้ปรับอยู่ในระนาบเดียวกัน เพื่อเตรียมดำเนินการซ่อมแซมบริเวณจุดที่พบปัญหา พร้อมเตรียมติดตั้งแคลมป์รัดท่อเพื่อช่วยประคองและปิดผนึกบริเวณที่ต้องซ่อมแซม รวมถึงดำเนินการอัดสารซีลสำหรับงานซ่อมตามขั้นตอนที่กำหนด

การดำเนินงานดังกล่าวเป็นขั้นตอนสำคัญในการเตรียมความพร้อมก่อนซ่อมแซมท่อ โดยเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานได้ดำเนินการตามมาตรการด้านความปลอดภัย พร้อมตรวจสอบพื้นที่โดยรอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมความเสี่ยงระหว่างการปฏิบัติงาน

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ติดตามสถานการณ์และการดำเนินงานในพื้นที่ พร้อมให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบ รวมถึงเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน โดยสำนักงานเขตคลองเตยจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปด้วยความปลอดภัยและลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่


>> เพลิงไหม้บ้านเรือน ซอยสมเด็จเจ้าพระยา 12 ชั้นล่างเสียหายวอด

23.28 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ซอยสมเด็จเจ้าพระยา 12 ถนนสมเด็จเจ้าพระยา แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านคอนกรีต 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง เพลิงลุกไหม้เสียหายตู้เย็น และลุกลามฝ้าเพดาน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 10 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ตู้เย็น ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยปากคลองสาน

 

>> หนุ่มขี่รถ จยย.เสียหลักพลิกคว่ำ ร่างกระเด็นข้ามฝั่งถนน ถูกรถกระบะทางตรงทับร่าง เสียชีวิตกลางถนนเทพารักษ์ จ.สมุทรปราการ

03.10 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุและมีผู้เสียชีวิต ถนนเทพารักษ์ ขาออกมุ่งหน้าบางพลี เลยใต้ทางพิเศษวงแหวนกาญจนาภิเษก ประมาณ 100 เมตร

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สกูปปี้ สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. ล้มคว่ำกลางถนนในฝั่งขาเข้า ส่วนร่างผู้ขับขี่กระเด็นข้ามฝั่งขาออก แล้วถูกรถกระบะ โตโยต้า วีโก้ สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. ทับร่างอยู่ใต้ท้องรถ ตรวจสอบพบว่าได้เสียชีวิตแล้ว จากเอกสารติดตัว เป็นชายไทย อายุ 26 ปี  ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ  

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม