หน้าแรก > อาชญากรรม

ACSC–CIB ปฏิบัติการ“Highway Scam Hunter EP4” ขยายผลกวาดล้างเครือข่าย Scammer สร้างความเสียหายกว่า 4,000 ล้านบาท

วันที่ 16 กันยายน 2569 เวลา 12:54 น.


ACSC–CIB ปฏิบัติการ“Highway Scam Hunter EP4” ขยายผลกวาดล้างเครือข่าย Scammer สร้างความเสียหายกว่า 4,000 ล้านบาท

16กันยายน 2569 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. ร่วมแถลง ปฏิบัติการ “Highway Scam Hunter EP4” โดย เจ้าหน้าที่ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) และตำรวจทางหลวง ได้แกะรอยเส้นทางเงินของเครือข่าย'อาเทา' ขบวนการสแกมเมอร์ ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นการเปิดปฏิบัติการมาแล้ว 3 EP.

โดยปฎิบัติการนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบพฤติการณ์ของเครือข่ายที่ใช้หลอกลวง และพบว่าเงินของผู้เสียหายส่วนหนึ่งถูกโอนผ่านบัญชีม้าหลายทอดไปยัง “อาเว่ย” หรือ “นายเว่ย หวง” ผู้ต้องหาชาวจีน โดยจากการสืบสวนพบว่า นายเว่ย เป็นผู้นำเหรียญ USDT มาขายให้กลุ่ม'อาเทา' และรับชำระค่าเหรียญเป็นเงินบาท ที่ถูกโอนต่อมาจากผู้เสียหายผ่านบัญชีม้าหลายทอด การซื้อขายนี้ทำให้กลุ่มอาเทาเปลี่ยนเงินของผู้เสียหายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับส่งต่อในเครือข่ายสแกมเมอร์ต่อไป ส่วนนายเว่ย ได้รับเงินบาทเข้าบัญชีของตนเอง โดยเจ้าหน้าที่ตรวจพบการโอนเงินจากเส้นทางของผู้เสียหายเข้าบัญชีนายเว่ย

เมื่อพบว่า นายเว่ย เป็นผู้ส่งเหรียญ USDT ให้กลุ่มอาเทา เจ้าหน้าที่จึงขยายผลตรวจสอบที่มาของเหรียญ จนพบว่าทรัพย์สินดิจิทัลของ นายเว่ย มีเส้นทางธุรกรรมเชื่อมโยงกับผู้เสียหายในคดีหลอกลวงออนไลน์ไม่ต่ำกว่า 16 คดี โดยเงินของผู้เสียหายเหล่านั้นถูกโอนผ่านบัญชีม้า ก่อนแปลงเป็น USDT และส่งต่อผ่านกระเป๋าหลายทอดมาเชื่อมโยงกับกระเป๋าซึ่งอยู่ในความครอบครองของ นายเว่ย อย่างต่อเนื่อง และมีมูลค่าธุรกรรมหมุนเวียนรวมกว่า 7.2 ล้าน USDT หรือกว่า 238 ล้านบาท

การขยายผลถึง นายเว่ย จึงมีความสำคัญและเป็นการขยายผลโดยการเชื่อมโยงคดีหลอกลวงออนไลน์หลายคดีเข้าด้วยกันแล้วขยายผลไปถึงผู้ที่มีส่วนรับผลประโยชน์จากขบวนการสแกมเมอร์ตัวจริง ซึ่งรับผลประโยชน์หลักเป็นเงินดิจิทัลสกุล USDT ที่ถูกแปลงมาจากเงินบาทของเหยื่อคอลเซ็นเตอร์

โดยเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้เข้าจับกุม นายเว่ย ที่บ้านพักในจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมอายัดเงินในบัญชี 1,047,999.63 บาท ตรวจยึดเงินสด 181,000 บาท รถกระบะ Ford Ranger Raptor และนาฬิกา Audemars Piguet รุ่น Royal Oak โดยจะทำการรายงานไปยังเจ้าหน้าที่ ปปง. เพื่อดำเนินการขยายผลด้านทรัพย์สินอื่น ๆ ต่อไป

ภายหลังศูนย์ ACSC ปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์ตามแนวชายแดนภาคตะวันออกอย่างหนัก จนกลุ่มสแกมเมอร์ย้ายฐานไปยังชายแดนภาคใต้ ตำรวจทางหลวงตรวจพบขบวนการลำเลียงคนต่างด้าวจากชายแดนกัมพูชาผ่านไทยไปยังมาเลเซีย โดยแบ่งรับส่งด้วยรถยนต์เป็นช่วง ๆ สลับกับรถโดยสารสาธารณะ มีคนไทยเป็นผู้ขับรถและรับคำสั่งทางออนไลน์ จากการสกัดจับ 3 คดีบนทางหลวงหมายเลข 41 สามารถจับกุมผู้ต้องหา 21 ราย แบ่งเป็นคนไทย 4 ราย ชาวจีน 15 ราย และชาวมาเลเซีย 2 ราย พร้อมยึดรถยนต์ 3 คัน และโทรศัพท์มือถือกว่า 150 เครื่อง เพื่อนำไปขยายผลถึงผู้สั่งการและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังพบว่า อย่างน้อย 2 รายเป็นบุคคลที่ทางการจีนต้องการตัวในคดีฉ้อโกงออนไลน์

การจับกุมครั้งนี้จึงเป็นจุดสำคัญในการขยายผล ตัดเส้นทางลำเลียงคน และสกัดกั้นการย้ายฐานไปตั้งศูนย์หลอกลวงในพื้นที่ใหม่ของขบวนการ เจ้าหน้าที่ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จะเดินหน้าขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องและติดตามทรัพย์สินจากการกระทำผิด เพื่อดำเนินคดีและตัดช่องทางการเงินของเครือข่ายสแกมเมอร์ต่อไป

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม