วันที่ 16 กันยายน 2569 เวลา 01:10
กรมควบคุมโรค เผย 3 โรค ‘โควิด19 - ไข้หวัดใหญ่-RSV’ แนวโน้มป่วยสูงขึ้นในรอบ 1 เดือน อันตรายมากสุดเด็กเล็กและวัยเรียน
ย้ำมาตรการ DMH ป้องกันลดการระบาดได้ พร้อมแนะนำโรงเรียนจัดระบบคัดกรอง ป้องกัน ขณะที่โควิดสายพันธุ์ PQ.16.1.1 ที่องค์การอนามัยโลกจับตามอง ล่าสุดคนไทยป่วย 6 ราย แต่ยังไม่รุนแรง ติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
เมื่อวันที่ 15 ก.ย.2569 ที่กรมควบคุมโรค(คร.) นพ.วีรวัฒน์ มโนสุทธิ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ และโฆษกกรมควบคุมโรค และพญ.จุไร วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ และโฆษก คร. ร่วมแถลงข่าว “กันยา รับมือ ป้องกันโรคภัย ใส่ใจสุขภาพ”
โควิดขาขึ้น เพิ่มสัปดาห์ละ 1.5 หมื่นราย
พญ.จุไร กล่าวถึงสถานการณ์โรคโควิด19 ข้อมูลปี 2569 จำนวนผู้ป่วยกำลังไต่ขึ้น เป็นช่วงขาขึ้น โดยข้อมูลตั้งแต่ 1 ม.ค.-15 ก.ย. มีผู้ป่วยสะสม 135,667 ราย อัตราป่วย 205.96% ต่อประชากรแสนคน เสียชีวิต 26 ราย อัตราป่วยตายอยู่ที่ 0.02% แม้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ยังน้อยกว่าช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
“ระบาดวิทยาโรคโควิด19 ปีนี้เพิ่มเล็กน้อย โดยผู้ป่วย 4 สัปดาห์ล่าสุดจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1.5 หมื่นรายต่อสัปดาห์ ผู้เสียชีวิต 2-4 รายต่อสัปดาห์ โดยผู้ป่วยกระจายทั่วประเทศ สำหรับจังหวัดที่พบผู้ป่วยสูงสุด คือ ชลบุรี กรุงเทพฯ และภูเก็ต โดยอัตราป่วยในเด็กเล็กน้อยกว่า 1 ปีสูงที่สุด รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 1-4 ปี ส่วนผู้ใหญ่วัยทำงาน 20-29 ปี และอายุ 30-39 ปีไล่มาตามลำดับ”
ปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตสะสม 26 ราย โดย 21 รายหรือ 80%เป็นกลุ่มเสี่ยง ที่เรียกว่า 608 คือ มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป และมีโรคประจำตัว คือ เบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคทางเดินหายใจเรื้อรังและโรคมะเร็ง ดังนั้นประชาชนที่มีโรคประจำตัวเหล่านี้ถือเป็นกลุ่มเสี่ยง
“อัตราป่วยตายจำแนกตามอายุ โดยผู้ที่เสียชีวิตจะมีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป แต่ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบเด็ก 1 ราย มีอายุ 9 เดือน ไม่มีโรคประจำตัว แต่มีประวัติเคยป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ดังนั้น ในการแถลงรอบที่ผ่านมาไม่พบเด็กเล็กเสียชีวิตจากโควิด แต่ตอนนี้เริ่มมี จึงต้องปกป้องเด็กน้อยไม่ให้ติดเชื้อ เพราะเสียชีวิตได้หากอาการรุนแรง” พญ.จุไร กล่าว
พญ.จุไร กล่าวอีกว่า สำหรับการระบาดเป็นกลุ่มก้อนรวม 27 เหตุการณ์ มากที่สุด คือ เรือนจำมีถึง 11 เหตุการณ์ ป่วยสะสม 1,046 ราย รองลงมา สถานศึกษา 8 เหตุการณ์ ป่วย 602 ราย ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ สถานประกอบการ โรงพยาบาล และค่ายทหาร
พญ.จุไร กล่าวว่า กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ได้ทำการพยากรณ์ผู้ป่วยโควิดปี 2569 ภายใต้การใช้มาตรการ DMH คือ D - Distancing เว้นระยะห่าง หลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในสถานที่แออัดหรืออากาศไม่ถ่ายเท M - Mask Wearing สวมหน้ากากอนามัย H - Hand Washing หมั่นล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ทุกครั้งหลังสัมผัสจุดสัมผัสร่วมในที่สาธารณะ โดยปัจจุบันอยู่ช่วงสัปดาห์ที่ 38 เป็นช่วงพีคเพิ่มขึ้นสัปดาห์ละเกือบ 2 หมื่นราย หากกรณีไม่มีมาตรการ DMH อาจมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นกว่า 2 หมื่นรายต่อสัปดาห์ แต่หากมีมาตรการ DMH ก็จะลดจำนวนผู้ป่วยโควิดลงได้ การระบาดก็จะลดลงเร็วขึ้น
ไทยพบป่วยโควิดสายพันธุ์ PQ.16.1.1 จำนวน 6 ราย
นพ.วีรวัฒน์ กล่าวถึงสายพันธุ์โควิดว่า ยังเป็นลูกหลานของสายพันธุ์โอมิครอน โดยสายพันธุ์หลักคือ NB1.8.1 รองลงมาเป็นสายพันธุ์ JN.1 อาการไม่รุนแรง อย่างไรก็ตาม กรณีสายพันธุ์ PQ.16.1.1 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่องค์การอนามัยโลกให้เป็นสายพันธุ์ที่ต้องจับตามอง (VUMs) สำหรับประเทศไทยปัจจุบันมี 6 ราย เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่พบว่ามีความรุนแรงเพิ่มขึ้น
ไข้หวัดใหญ่แนวโน้มเพิ่มขึ้น
พญ.จุไร กล่าวถึงโรคไข้หวัดใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-8 ก.ย.2569 ป่วยสะสม 359,672 ราย มีผู้เสียชีวิต 57 ราย อัตราป่วยตาย 0.016% แนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้น มีอัตราใกล้เคียงโควิด อย่างไรก็ตาม แนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้น โดยสายพันธุ์ที่พบมากที่สุด คือ สายพันธุ์ A/H1N1 รองลงมาคือ AH3N2 และสายพันธุ์ B โดยทั้งสามสายพันธุ์บรรจุอยู่ในวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ สามารถป้องกันได้
การระบาดเป็นกลุ่มก้อนเช่นเดียวกับโควิด พบมากในโรงเรียนมากที่สุด รองลงมา เรือนจำ วัดและสถานพยาบาล ศูนย์ฝึกอบรมและศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ
ส่วนกลุ่มอายุป่วยมากที่สุด เป็นเด็กที่โตกว่าโรคโควิด โดยมักเป็นเด็กในวัยเรียน อายุ 5-9 ปี ป่วยมากที่สุด 65,300 ราย แต่อัตราเสียชีวิตมากที่สุดยังเป็นกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป มีผู้เสียชีวิต 37 ราย จากตัวเลขสะสมทั้งหมด 57 ราย อย่างไรก็ตาม วัคซีนยังจำเป็นในกลุ่มเสี่ยง
RSV เด็ก 2 เดือนเสียชีวิต 1 ราย
ขณะที่โรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) ข้อมูลปี 2569 (1 ม.ค.-8 ก.ย.) ป่วย 8,578 ราย เสียชีวิต 1 รายเป็นเด็กอายุ 2 เดือน มีประวัติคลอดก่อนกำหนด น้ำหนักแรกคลอดต่ำกว่าเกณฑ์ ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงเมื่อติดเชื้ออาร์เอสวี จะอันตรายได้
เตือน 3 โรคป่วยพุ่ง! อันตรายในเด็ก
“สำหรับสถานการณ์ 3 โรค คือ โควิด19 ไข้หวัดใหญ่และอาร์เอสวี มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่ รองลงมาคือ โควิด19 และอาร์เอสวี โดยทั้ง 3 โรคอัตราป่วยสูงสุดในกลุ่มเด็ก โดยเฉพาะเด็กเล็กในโรคโควิดและRSV และเด็กวัยเรียนในโรคไข้หวัดใหญ่” พญ.จุไร กล่าว
พญ.จุไร ย้ำว่า ไข้หวัดใหญ่มีการระบาดมาก่อนหน้านี้ เห็นได้จากข้อมูลเคสเสียชีวิตต่อสัปดาห์พบได้ต่อเนื่อง โดยสรุปโรคที่เป็นอันตรายต่อเด็กเล็ก คือ โควิด19 และ RSV ส่วนไข้หวัดใหญ่จะเป็นเด็กโตขึ้นมา หรือเด็กวัยเรียน โดยโรงเรียนต้องมีระบบป้องกัน คัดกรองโรค เช่น คัดกรองอาการนักเรียน ครู บุคลากรและผู้มาติดต่อ หากมีอาการให้สวมหน้ากากอนามัย และหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้อื่น นักเรียนที่ป่วยควรแยกพักชั่วคราว แจ้งผู้ปกครอง และให้พักจนกว่าอาการดีขึ้น เปิดประตูหน้าต่าง เพิ่มการระบายอากาศ เป็นต้น


.png)