วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 04:05 น.
จ.นนทบุรี สาวไทยแจ้งจับหนุ่มอินเดีย หลังรู้จักผ่านแอพฯ หาคู่ หลงเชื่อฝ่ายชายมีวรรณะสูง หลอกให้เลี้ยงดูนาน 3 ปี
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 2 ก.ค.69 ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนนทบุรี อ.บางกรวย จ.นนทบุรี พ.ต.อ.พัดธงทิว ดามาพงศ์ ผกก.ตม.จว.นนทบุรี พ.ต.ท.สุกฤษณ์ มีบำรุง รอง ผกก.ตม.จว.นนทบุรี พ.ต.ท.หญิง พิชญ์สินี วัฒนจึงโรจน์ สว.ตม.จว.นนทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.นนทบุรี ร่วมกันจับกุมตัว ผู้ชาย อายุ 28 ปี สัญชาติ อินเดีย โดยกล่าวหาว่า เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay 1,201 วัน) โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่คอนโดแห่งหนึ่ง ใน ต.วัดชลอ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี
ทั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ ตม.จังหวัดนนทบุรี ได้รับเรื่องร้องเรียนจากหญิงไทย ชื่อ น.ส.ดา (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี รับราชการสังกัดกระทรวงแห่งหนึ่ง เข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ว่า มีบุคคลต่างด้าว เป็นชายชาวอินเดีย มาหลอกคบหาและให้เลี้ยงดูเป็นเวลานานเกือบ 3 ปี ผ่านแอพพลิเคชั่นหาคู่ โดยหนุ่มอินเดียคนดังกล่าว อ้างว่าเป็นคนที่มีวรรณะสูงในสังคมอินเดีย มีฐานะร่ำรวย มีความรู้ด้านภาษาอังกฤษ เคยไปศึกษาที่ต่างประเทศมาหลายประเทศ โดยที่สุดท้าย กำลังเรียนการท่องเที่ยวอยู่ที่ประเทศสิงค์โปร์ ทำให้ทาง น.ส.ดา หลงเชื่อจึงตัดสินใจคบหากับหนุ่มอินเดียคนดังกล่าว โดยต่อมาหนุ่มอินเดียได้เดินทางจากสิงค์โปรมาหาตนที่ประเทศไทย ตนจึงยินยอมคบหาด้วย แต่ตลอดเวลาที่อาศัยอยู่ด้วยกันนั้น หนุ่มอินเดียได้มาพักอาศัยอยู่กับตนที่คอนโดและขอเงินใช้ในชีวิตประจำวัน โดยไม่หางานทำ หรือไปเรียนต่อตามที่คุยไว้ ตนจึงตัดสินใจมาร้องขอให้ทางเจ้าหน้าที่ ตม.นนทบุรี ช่วยตรวจสอบหนุ่มอินเดียคนดังกล่าวด้วย เนื่องจากพักอยู่อาศัยในไทยแบบผิดกฎหมาย
หลังจากรับแจ้งขอความช่วยเหลือจาก น.ส.ดา แล้ว ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางเข้าตรวจสอบที่ห้องพักในคอนโดแห่งหนึ่ง พบว่าหนุ่มอินเดียรายนี้นอนอยู่ในห้อง ที่มีข้าวของกองเป็นจำนวนมาก และตรวจสอบพบว่าวีซ่าสิ้นสุดไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 มี.ค.66 จึงได้ควบคุมตัวมาทำการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสอบถาม น.ส.ดา ผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนรู้จักกับ หนุ่มอินเดียคนดังกล่าว เมื่อประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา ผ่านทางแอพพลิเคชั่นหนึ่ง โดยขณะนั้นหนุ่มอินเดียรายนี้พักอาศัยอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยบอกว่าเขาเป็นนักศึกษาเรียนอยู่ที่สิงคโปร์และทำงานพาร์ตไทม์ พร้อมกับคุยว่าที่บ้านเป็นคนมีเงิน มีวรรณะดี ทำให้เขาได้เดินทางไปหลายประเทศ เพราะทางบ้านได้ส่งเขาไปเรียนทั้งที่แคนาดา รัสเซีย และไซสปรัส ตนจึงหลงเชื่อคิดว่า เขาน่าจะเป็นคนมีเงินมีฐานะจริง เพราะว่าไปมาหลายประเทศ จึงได้คบหาพูดคุยกันเรื่อยมา ต่อมาหนุ่มอินเดียรายนี้ลบเล้ากับตนว่า เขาไม่อยากอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์แล้ว อยากจะมาอยู่ที่ประเทศไทยกับตนเพื่อมาช่วยทำงานด้วยกัน ซึ่งตนคุยกันอยู่ประมาณ 3-4 เดือน หนุ่มอินเดียจึงได้เดินทางมาประเทศไทย แล้วมาอาศัยอยู่กับตนที่ จ.นนทบุรี
น.ส.ดา กล่าวต่อว่า เมื่อเขามาอยู่กับตน ตนให้เขาหางานทำก็ไม่ยอมหางานทำ ระยะหลังมาก็ไม่ช่วยทำงานบ้าน กลายเป็นคนอารมณ์ร้อน นิสัยเปลี่ยนไปในทางที่ไม่ดี ตลอดระยะเวลาสามปีที่อยู่กับตน เขาไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร อยู่บ้านตลอด 24 ชม. จะมีเพียงออกไปข้างนอกเพื่อไปหาซื้อของกินของใช้เท่านั้น ตลอดระยะเวลาที่อยู่กับตน 3 ปี ตนเป็นคนทำงานหาเงินมาดูแลค่าใข้จ่ายทั้งหมด ทำให้ตนต้องแบกภาระที่หนักมาก เพราะเขาไม่เคยช่วยตนหาเงินหรือทำงานหาเงินมาช่วยเหลือ จนตนรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบมากเกินไป
น.ส.ดา กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ตนยอมรับว่าพลาดที่เข้าไปเล่นแอพหาคู่ดังกล่าว เพราะเคยเห็นว่ามีคนที่เข้าไปหาคู่แล้วประสบความสำเร็จได้คู่ที่ดีมาแล้ว ตนจึงเข้าไปทดลองเล่นในแอพดังกล่าวดู เพราะอาจจะเจอคนดีรักแท้สักคน แต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่ต้องการกลายเป็นได้ภาระมาแทน ทำให้ปัจจุบันตนเลิกเล่นแอพนี้และลบทิ้งไปหมดแล้ว ตนฝากเตือนถึงคนที่จะเล่นแอพเหล่านี้ว่าต้องคัดกรองและตรวจสอบให้ดี ๆ อย่าได้ผิดพลาดเชื่อใจคนง่าย ๆ แบบตน
หนุ่มอินเดียคนดังกล่าว ซึ่งนั่งหน้าเศร้า เล่าว่า ตนต้องการมาประเทศไทยเพราะหลังเรียนจบจากสิงคโปร์แล้ว ตนไม่อยากกลับอินเดีย จึงอยากมาประเทศไทยแทน จึงได้หาเข้าแอพพลิเคชั่นหาคนคุยในแอพ จึงได้มาพูดคุยกับ น.ส.ดา จนต่อมามีการขักชวนให้ตนมาประเทศไทย ตนจึงเดินทางมาอยู่กับ น.ส.ดา โดยไม่ได้ต่อวีซ่าอีกเลย จนเวลาผ่านมาประมาณ 3 ปี
ส่วนสาเหตุที่ตนไม่ออกไปหางานทำนั้นเป็นเพราะว่า น.ส.ดา บอกกับตนว่า จะถูกตำรวจจับตนจึงไม่ค่อยออกห้องพักไปไหน ช่วงแรกที่มาประเทศไทยตนมีเงินเก็บจากที่สิงค์โปร์มาใช้จ่ายด้วย แต่หลังจากเงินหมดตนก็ไม่มีเงินจึงมีปัญหา หลังจากที่ตนถูกจับแล้ว ตนคงต้องกลับไปที่ประเทศอินเดีย ส่วนเรื่องฐานะนั้น แม่ของตนทำธุรกิจรถสิบล้อและมีบ้านหลายหลังให้เช่าด้วย ตนเคยติดต่อไปหาแม่ที่อินเดียแล้ว แต่เขาไม่ช่วยเหลือตน เพราะถูกแม่ตัดขาดไปแล้ว และ ส่วนตัวตนยังรัก น.ส.ดา อยู่ถึงได้เดินทางมาประเทศไทย ที่ผ่านมาตนก็ไม่เคยทำร้ายดา เลย
เบื้องต้นหลังจากสอบปากคำหนุ่มอินเดียแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ ตม.จว.นนทบุรี ได้นำตัวส่ง สภ.บางกรวย เพื่อดำเนินคดี ก่อนผลักดันออกนอกประเทศต่อไป
