หน้าแรก > อาชญากรรม

เปิดปฏิบัติการ “Undersea Storm” จับแก๊งมาเฟียอันดามัน “ลวง อุ้ม ปล้น”

วันที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 23:12 น.


เปิดปฏิบัติการ “Undersea Storm” จับแก๊งมาเฟียอันดามัน “ลวง อุ้ม ปล้น”

กองบังคับการปราบปราม โดย พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้น/จับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด กก.5 ,กก.6 และ กก.สนับสนุน สังกัด บก.ป. ร่วมกันตรวจค้น/จับกุม ผู้ต้องหา จำนวน 8 ราย ดังนี้

1.น.ส.ยา ​อายุ 52 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 17 เม.ย.69
2.นายปลา ​อายุ 59 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 17 เม.ย.69
3.นายจา ​อายุ 58 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 17 เม.ย.69
4.น.ส.ดา อายุ 55 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 17 เม.ย.69
5.น.ส.มา ​อายุ 33 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 17 เม.ย.69
6.นายสา ​อายุ 56 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 17 เม.ย.69
7.น.ส.ซา อายุ 27 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ลงวันที่ 5 ก.พ.2568 ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนฯ”
8.นางนา (สงวนนามสกุล)​อายุ 46 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทลุง

พร้อมตรวจยึดของกลาง ดังนี้
- รถยนต์กระบะ โตโยต้า รีโว่ สีขาว​​​จำนวน 1 คัน
- รถยนต์กระบะ อีซูซุ ดีแมกซ์ สีขาว​​​จำนวน 1 คัน
- รถยนต์เก๋ง มิตซูบิชิ แลนเซอร์ สีเขียว​​จำนวน 1 คัน
- รถยนต์กระบะ อีซูซุ ดีแมกซ์ สีเทา ​​จำนวน 1 คัน
- โทรศัพท์มือถือ​​​​​จำนวน 9 เครื่อง
- สมุดบัญชีธนาคาร​​​​จำนวน 17 เล่ม
- เสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุ​​​​จำนวน 2 ชุด
- หมวกไหมพรม ​​​​​จำนวน 3 ใบ
- เสื้อกั๊ก สีดำ​​​​​จำนวน 1 ตัว

ผู้ต้องหาลำดับที่ 1 – 6 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันปล้นทรัพย์, ร่วมกันชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กาย หรือจิตใจ, เป็นอั้งยี่และซ่องโจร, ร่วมกันพยายามหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย , ร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด  ไม่กระทำการใด  หรือจำยอมต่อสิ่งใด  โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต  ร่างกาย  เสรีภาพ  ชื่อเสียง  หรือ ทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น  หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น  ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น และร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่นนั้น”
แจ้งเพิ่มเติมผู้ต้องหาลำดับที่ 2 ,3 ว่ากระทำความผิดฐาน “แสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน และกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน โดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น”

สืบเนื่องจาก น.ส.ดาว ผู้เสียหาย ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ให้ดำเนินคดีอาญากับ กลุ่มผู้ต้องหา ที่ได้ร่วมกันทำร้ายร่างกายและเอาทรัพย์สินของผู้เสียหายไปจากที่เกิดเหตุ ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.นาเหนือ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2569 เวลาประมาณ 20.00 น.

ต่อวันที่ 30 ม.ค.2569 ผู้เสียหายได้เข้าร้องขอความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม และหวาดกลัวว่าจะได้รับอันตรายจากกลุ่มผู้ก่อเหตุ แม้ในที่เกิดเหตุจะมีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้อย่างชัดเจนก็ตาม
ชุดสืบสวน กก.5 บก.ป. จึงได้ลงพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐานจนพบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีการวางแผนล่วงหน้า แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ได้แก่ ผู้ติดต่อหลอกลวง ผู้รับเงิน ผู้ควบคุมรถยนต์ และผู้ใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีการนัดหมายสถานที่ เวลา และเตรียมยานพาหนะไว้ล่วงหน้า ซึ่งมูลเหตุคดีนี้เชื่อว่าเป็นผลมาจากความความขัดแย้งส่วนตัวระหว่าง น.ส.ดา กับ นายวิเศษ ซึ่งเคยอยู่กินฉันสามีภรรยามาก่อน

ต่อมาในช่วงปลายปี พ.ศ.2567 น.ส.ดา ถูกจำคุกในคดียักยอกทรัพย์ ที่เรือนจำจังหวัดภูเก็ต ภายหลังพ้นโทษเมื่อวันที่ 19 ธ.ค.2568 ได้พยายามเรียกร้องเงินจากนายวิเศษ จำนวน 500,000 บาท เพื่อแลกกับการไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกัน แต่นายวิเศษไม่ยินยอม จึงเชื่อว่า น.ส.ดา เกิดความโกรธแค้น และร่วมกันวางแผนก่อเหตุ โดยใช้วิธี “เสนอขายรถยนต์เป็นข้ออ้าง” เพื่อล่อลวงให้นายวิเศษ และ น.ส.หนิง เดินทางไปยังสถานที่นัดหมาย เพื่อกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งอันอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของบุคคลดังกล่าว

ต่อมาในวันเกิดเหตุปรากฏว่านายวิเศษไม่ได้มา เนื่องจากผิดสังเกตและไม่ได้สนใจซื้อรถมาตั้งแต่ต้น ผู้เสียหาย ซึ่งมีอาชีพเสริมรับซื้อรถยนต์มือสอง ไปดูรถและทำการซื้อขายกันเอง ทั้งนี้กลุ่มผู้ต้องหารู้ดีอยู่แล้วว่าเป้าหมายเปลี่ยนไป แต่ก็มิได้ยุติแผนการดังกล่าว ยังคงดำเนินการตามแผนที่ได้วางไว้ มีการติดต่อประสานงาน นัดหมาย และเดินทางมายังสถานที่เกิดเหตุ เมื่อผู้เสียหายมาถึงที่ปั๊มน้ำมันเกิดเหตุ ก็ได้พบกลุ่มผู้ต้องหาร่วมกันแสดงบทบาทแตกต่างกันจนกระทั่งผู้เสียหายหลงเชื่อและถูกหลอก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานส่งมอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี จนนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหา จำนวน 7 ราย ตามหมายจับศาลอาญาที่ 2159 - 2165/2569 ลงวันที่ 17 เม.ย.2569

ต่อมาวันที่ 21 เม.ย.2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด บก.ป. จึงได้วางแผนเข้าตรวจค้นเป้าหมายจำนวน 7 จุดตรวจค้น ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ตรัง นครศรีธรรมราช และกาญจนบุรี โดยมีผลการตรวจค้น จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา 6 ราย และตรวจยึดของกลางหลายรายการ ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีก 1 ราย อยู่ระหว่างสืบสวนติดตามจับกุมมาดำเนินคดี ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาบางรายให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าว บางรายให้การรับข้อเท็จจริงที่สอดคล้องกับพยานหลักฐานซึ่งเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี
นอกจากนั้นได้ดำเนินตรวจค้น จับกุมเพิ่มเติมอีก 2 ราย เนื่องจากเป็นเจ้าของบัญชี และผู้ใช้งานบัญชีธนาคารที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินของผู้เสียหายโดยตรง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีหมายจับติดตัวอยู่แล้วทั้ง 2 ราย
 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม