วันที่ 10 มีนาคม. 2569 เวลา 11:20 น.
เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 10 มี.ค.69 พ.ต.ท.ณัฐธนพล อินทรเรืองศร สารวัตรสอบสวน สภ.ปากเกร็ด ได้รับแจ้งจากเจ้าของรถยนต์ว่า รถยนต์ที่ถูกหญิงสาวยืมไปก่อนนำกลับมาคืนอยู่ในสภาพที่ด้านหน้าและด้านท้ายรถมีลักษณะถูกชนพังเสียหาย และภายในรถมีคราบเลือด โดยไม่รู้ว่าเกิดอุบัติเหตุหรือไปก่อเหตุอะไรมา จอดอยู่หน้าคอนโดแห่งหนึ่งใกล้ทางลงด่วนแจ้งวัฒนะ ถนนแจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จากนั้นจึงเดินทางเข้าตรวจสอบ
ในที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่น ซิตี้ สีบรอนซ์ ทะเบียน กทม.จอดอยู่ สภาพของรถทั้งด้านหน้าและท้ายรถยุบพังเสียหาย ประตูหลังขวา มีร่องรอยชนพังเสียหายจนประตูรถไม่สามารถปิดได้ บริเวณที่วางเท้าเบาะหน้าซ้ายพบซองบัตรประจำตัวระบุชื่อทหารยศร้อยเอกตกอยู่ อีกทั้งภายในรถบริเวณเบาะหลังพบคราบเลือดติดอยู่ รวมไปถึงแผงประตูฝั่งซ้ายมีคราบเลือดเช่นกัน ส่วนบริเวณกระจกประตูด้านคนขับและขอบประตูก็มีคราบเลือด ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบว่าที่แผ่นป้ายทะเบียนด้านหลังมีการนำสติกเกอร์แปะทับตัวเลข 9 ไว้
ทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของคอนโดให้ข้อมูลว่าช่วงเวลา 04.30 น. มีชายและหญิงคู่หนึ่งนำรถมาจอดทิ้งไว้ที่บริเวณดังกล่าวก่อนที่จะขึ้นรถแท็กซี่ออกจากที่เกิดเหตุไป
ชาย อายุ 29 ปี เจ้าของรถ กล่าวว่า ตนมีรุ่นพี่ที่เป็นผู้หญิงอายุประมาณ 33 ปี ซึ่งรู้จักกันมานานแล้วโทรศัพท์มาหาโดยบอกให้ขับรถมาหาที่บริเวณปากซอยสามัคคีด้านถนนติวานนท์ เมื่อมาถึงก็พบหญิงสาวรุ่นพี่คนดังกล่าวยืนอยู่กับหญิงและชายอีก 2 คน ซึ่งตนไม่รู้จักมาก่อน หลังจากนั้นตนจึงรับรุ่นพี่ขึ้นรถมา โดยรุ่นพี่ให้ขับมาจอดบริเวณร้านสะดวกซื้อใกล้สถานบันเทิงแห่งหนึ่งที่อยู่บริเวณแยกสามัคคีตัดถนนประชาชื่นนนทบุรี หลังจอดรถแล้วตนเองลงจากรถไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ รุ่นพี่คนดังกล่าวได้ลงจากรถประตูซ้ายมานั่งบริเวณที่คนขับและบอกว่า ขอยืมรถหน่อยโดยที่ให้ตนไปนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ของเพื่อนเค้าที่มีชายและหญิงจอดรออยู่ โดยมีการเปลี่ยนตัวให้ผู้หญิงที่มากับรถมอเตอร์ไซค์มาขึ้นรถเก๋งของตนแทน ก่อนจะขับรถออกไปและคาดกันระหว่างทาง แต่ในระหว่างทางคนขี่รถมอเตอร์ไซต์มีการพูดคุยกับหญิงสาวรุ่นพี่เหมือนบอกตำแหน่งเส้นทางและสุดท้ายขี่มาถึงย่านบางซื่อ รุ่นพี่คนกล่าว โทรกลับมาบอกว่าให้ตนมาเอารถยนต์ที่บริเวณถนนแจ้งวัฒนะใกล้ทางด่วนแจ้งวัฒนะ ตนเองจึงลงจากมอเตอร์ไซค์ขึ้นรถแท็กซี่มาตามจุดที่บอกดังกล่าวถึงได้พบว่ารถของตนนั้นอยู่ในสภาพที่มีความเสียหายยับเยิน
เจ้าของรถ ยังกล่าวอีกว่า บัตรประจำตัวของ ที่ตกหล่นในรถตนเองก็ไม่รู้จักรวมไปถึงสติกเกอร์ที่นำมาแปะทับตัวเลขที่แผ่นป้ายทะเบียนตนเอง ทั้งๆที่ตนไม่เคยนำสติ๊กเกอร์มาแปะทับไว้ ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการบันทึกภาพสภาพรถไว้พร้อมกับสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่และรักษาความปลอดภัยของคอนโดใกล้จุดเกิดเหตุซึ่งหลังจากนี้จะต้องทำการสอบปากคำ เจ้าของรถเพิ่มเติมและจะต้องติดตามตัวหญิงสาวคนดังกล่าวเข้ามาสอบสวนถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นกับรถและคราบเลือดในรถที่พบว่าเกิดจากสาเหตุใด รวมไปถึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้จุดเกิดเหตุอีกครั้ง



