วันที่ 10 มีนาคม. 2569 เวลา 04:52 น.
อบต.เกาะเกร็ด ติดประกาศสั่ง ให้ป้าเลี้ยงย้ายสุนัขหลังอานกว่า 30 ตัว ออกภายใน 15 วัน เจ้าตัวรับทราบเตรียมขนย้ายไปอยุธยาแทน จ.นนทบุรี
จากกรณีที่ชาวบ้านหมู่ 6 ต.เกาะเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้รับความเดือดร้อนจากเจ้าของสุนัขที่มาเช่าบ้านพักหลังหนึ่งบนเกาะเกร็ด เพื่อเลี้ยงสุนัขพันธุ์หลังอานในลักษณะเพาะขายโดยมีสุนัขที่ถูกนำมาเลี้ยงในบ้านหลังดังกล่าวกว่า 30 ตัว ส่งเสียงดังรบกวนชาวบ้านในละแวกดังกล่าวและยังมีเศษอาหารที่ถูกนำมาทิ้งกองไว้ที่หน้าบ้านจนเหม็นเน่าส่งกลิ่นรบกวน จนทำให้ชาวบ้านในหมู่ 6 ต.เกาะเกร็ด รวมตัวกันร้องเรียนไปทาง อบต.เกาะเกร็ด เพื่อให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านส่วนรวม
วันที่ 9 มี.ค.69 ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีดังกล่าว พบว่าบ้านพักที่ทางเจ้าของบ้านนำสุนัขมาเลี้ยงเป็นจำนวนมากนั้น รอบบ้านถูกกั้นรั้วเหล็กและนำผ้าใบสีน้ำเงินมาปิดทับไว้อีกที ส่วนที่ตัวบ้านซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียว ประตูบ้านปิดล็อก แต่ยังเปิดพัดลมทิ้งไว้ในบ้านพร้อมกับสุนัขจำนวนหนึ่ง โดยที่ประตูรั้วของบ้านมีหนังสือคำสั่งของกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม อบต.เกาะเกร็ด ติดประกาศคำสั่งให้ทางเจ้าของบ้านหรือเจ้าของสุนัขทำการขนย้ายสุนับทั้งหมดออกไปจากพื้นที่เนื่องจากสุนัขส่งเสียงและส่งกลิ่นรบกวนเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ออกคำสั่งให้ทางเจ้าของบ้านหรือเจ้าของสุนัขทำการขนย้ายสุนัขทั้งหมดออกไปภายในวันที่ 28 ก.พ.มาแล้ว แต่ทางเจ้าของสุนัขได้ขอผลัดผ่อนมาแล้วครั้งหนึ่ง ทั้งหนังสือคำสั่งครั้งที่ 2 ลงวันที่ 9 มี.ค.69 มีคำสั่งให้ทางเจ้าของสุนัขทำการขนย้ายสุนัขทั้งหมดออกจากพื้นที่ไปภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ติดประกาศต่อไป
ทางด้าน เจ้าของร้านตัดผมในชุมชนเกาะเกร็ด เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาได้ประมาณ 2 เดือนแล้ว โดยเจ้าของสุนัขได้มาติดต่อของเช่าบ้านจากเจ้าของที่โดยที่ชาวบ้านในชุมชนไม่มีใครรู้มาก่อนว่าเขาจะนำเอาสุนัขไทยหลังอานมาเลี้ยงไว้ถึง 30 ตัว เพราะเขาบอกว่าจะมีสุนัขมาเลี้ยงแค่ 2 - 3 ตัวเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงกลายเป็น 30 ตัว ทั้งส่งเสียงเห่า ไล่กัดกัน และส่งกลิ่นรบกวนชาวบ้านในชุมชน โดยสุนัขที่เขานำมาเลี้ยงไว้ในบ้านหลังนี้เป็นสุนัขพันธุ์ไทยหลังอานทั้งหมดในลักษณะเพาะเลี้ยง ไม่ได้เลี้ยงด้วยความเอ็นดูหรือสงสารอะไร ซึ่งทางเจ้าของสุนัขแอบทยอยขนสุนัขขึ้นเรือมาที่เกาะในช่วงตี 1 ตี 2 เพื่อหลบสายตาชาวบ้าน
และกล่าวอีกว่า การเลี้ยงสุนัขจำนวนมากในพื้นที่พักอาศัยแบบนี้ทำให้เกิดผลกระทบตามมา ทั้งเรื่องเสียงและกลิ่นที่ไปรบกวนเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันจนทำให้ชาวบ้านบางรายถึงขั้นป่วยซึมเซาจากกรณีดังกล่าว บางรายต้องออกจากบ้านไปนั่งพักอาศัยที่หน้าวัดแทน นอกจากนี้ทางเจ้าของสุนัขยังไปเอาปลามาทำอาหารให้สุนัข แต่ควักไส้ออกมากองไว้ ส่งกลิ่นเหม็นเน่ารบกวนชาวบ้านเพิ่มเติมขึ้นไปอีกจนมีแมลงวันบินมาตอมกันเป็นจำนวนมากส่งผลกับภาพลักษณ์ของเกาะเกร็ดซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกด้วย
วันนี้เจ้าของสุนัขไม่อยู่บ้าน ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าเขาออกไปไหน แต่เขายังขังสุนัขไว้ในบ้านแทนโดยเปิดพัดลมในบ้านไว้ให้สุนัขด้วย วันนี้ทาง อบต.เกาะเกร็ดก็ได้ลงพื้นที่ตามที่ชาวบ้านร้องเรียนไปพร้อมกับนำคำสั่งให้ขนย้ายสุนัขทั้งหมดออกจากพื้นที่ไปมาติดประกาศไว้ที่หน้าบ้านแล้ว
โดยทางเจ้าของสุนัขบอกกับชาวบ้านว่า เขาขอเวลาในการหาสถานที่ที่จะขนย้ายสุนัขก่อน โดยในเบื้องต้นเห็นทางเจ้าของสุนัขบอกว่าเขาสามารถติดต่อหาสถานที่ได้แล้วแถวอยุธยาและจะทำการขนย้ายสุนัขออกไปภายใน 15 วัน ตามคำสั่งของ อบต.เกาะเกร็ด
