วันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 เวลา 05:46 น.
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569
>> คุมตัว “บุ๋ม ปนัดดา-ก๊อต สามี” ฝากขังผัดแรก พร้อมค้านประกัน บุ๋มยกมือไหว้ขอโทษ ยอมรับผิดคนเดียว ส่วนสามียิ้มไม่ตอบคำถาม
10.00 น. กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ทำการควบคุมตัว น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือบุ๋ม ประธานมูลนิธิองค์ทำดี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 5 พ.ย.69 ข้อหา“ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน” และ นายอธิป อนันทวรรณ หรือก๊อต สามี น.ส.ปนัดดา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาลงวันที่ 5 พ.ย.69 ข้อหา “ร่วมกันสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน”ไปฝากขังศาลอาญา ผัดแรกเนื่องจากสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ
ทั้งนี้บุ๋ม ปนัดดา สวมเสื้อแขนยาวสีน้ำตาลอ่อน กาเกงขายาวสีดำ มีสีหน้าอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด โดยบุ๋ม ปนัดดากล่าวขอโทษทุกคน และขอ น้อมรับความผิดทุกอย่าง พร้อมระบุว่าได้ให้ข้อเท็จจริงทั้งหมดแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจไปหมดแล้ว และขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนเรื่องการรับสารภาพหรือความกังวลเรื่องการประกันตัว ขอให้ทางทนายความเป็นผู้ชี้แจงแทน ส่วน ก๊อต สามี ได้แต่ยิ้มไม่ตอบคำถามสื่อแต่อย่างใด ก่อนพนักงานสอบสวนพาขึ้นรถตู้ฝากขังศาลอาญาต่อไป
>> ตร.พัทยา รวบอดีตพระแสบยกเค้าเซฟวัดเกาะล้าน กวาดทรัพย์ 1.17 ล้าน
12.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา ร่วมกันติดตามจับกุมผู้ต้องหาชาย อายุ 37 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 โดยจับกุมได้บริเวณวัดใหม่หาดกระทึงทอง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ในข้อหา “ลักทรัพย์ในสถานที่บูชาสาธารณะในเวลากลางคืน และลักทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์”
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ผู้รับมอบอำนาจจากพระครูสุตธรรมาภิวุฒิ เจ้าอาวาสวัดใหม่สำราญ หรือวัดเกาะล้าน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา หลังตรวจพบว่าทรัพย์สินภายในห้องเก็บทรัพย์สินของวัดถูกคนร้ายเข้าไปลักขโมย ประกอบด้วยเงินสดจำนวน 555,000 บาท และพระเครื่องยอดนิยมอีกหลายรายการ รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 1,175,000 บาท หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบความผิดปกติบริเวณหน้าห้องเก็บทรัพย์สิน โดยสายไฟกล้องวงจรปิดถูกตัด รวมถึงเต้าเสียบปลั๊กถูกดึงออก เพื่อทำลายระบบบันทึกภาพ
อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดย้อนหลัง เจ้าหน้าที่พบพฤติการณ์ของผู้ก่อเหตุอย่างชัดเจน โดยเป็นพระลูกวัดรายหนึ่งที่นำผ้าจีวรสีเหลืองขึ้นไปคลุมกล้องวงจรปิดเพื่ออำพรางการกระทำ ก่อนลงมือเข้าไปลักทรัพย์สินภายในห้องเก็บของ แล้วหลบหนีออกจากวัดไป เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดพัทยา ก่อนแกะรอยติดตามตัวผู้ต้องหา ซึ่งภายหลังหลบหนีไปซ่อนตัวตามวัดต่างพื้นที่ กระทั่งสามารถติดตามจับกุมได้สำเร็จภายในวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.หนองปรือ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> สลด หนุ่มพนักงานไต่สวน ปปช. ปืนลั่นเสียชีวิต ขณะนั่งทำความสะอาดปืนในบ้านพัก
14.45 น. ร.ต.อ.ถาวร เพชรแท้ รอง.สวป. สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี รับแจ้ง จากศูนย์วิทยุ สภ.บางบัวทอง ว่ามีเหตุชายถูกอาวุธปืนเสียชีวิตภายในบ้านหลังหนึ่ง หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ธรรศกร ก้อนทอง ผกก.สภ.บางบัวทอง แพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยศาสตร์ อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ภายในบ้านชั้นล่างพบศพชาย อายุ 42 ปี เจ้าหน้าที่ ไต่สวน สำนักงาน ปปช. สภาพไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงขาสั้นสีดำ เสียชีวิตในสภาพนอนหงาย จมกองเลือด มีบาดแผลถูกอาวุธปืนใต้ราวนมซ้าย 1 นัด ที่ปลายเท้ามีอาวุธปืนแบบแม็กกาซีนวางอยู่พร้อมอุปกรณ์ทำความสะอาดปืน จำนวน 3 กระบอก โดยเป็นปืนแม็กกาซีนขนาด 9 มมฺ 2 กระบอก และปืนซีแซด 1 กระบอก
สอบถาม ภรรยาผู้เสียชีวิต ให้การว่า ผู้เสียชีวิตได้นั่งล้างปืนอยู่ด้านล่างของบ้าน ส่วนตนอยู่บนบ้านชั้น 2 กับลูก จนเวลาประมาณ 14.35 น.ได้ยินเสียงปืนจากด้านล่างของบ้าน จึงได้รีบลงมาดูพบว่า สามีถูกอาวุธปืน ขนาด 9 มม.ยิงเข้าที่ใต้ราวนมด้านซ้าย ตนจึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยและทำการปั๊มหัวใจ เมื่อกู้ภัยมาถึงที่เกิดเหตุ พบว่า สามีเสียชีวิตแล้ว ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำร่าง ผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง
>> อดีตพระพรหมเมธี พ้นมลทิน เงินทอนวัด
15.00 น. สำนักอำนวยการประจำศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ส่วนบริหารจัดการคดี ได้มีหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด ระบุว่า หนังสือฉบับนี้ออกให้ไว้เพื่อแสดงว่า คดีระหว่าง พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 2 โจทก์ พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมมจารี หรือเอี่ยมอินทรา) จำเลย
เรื่อง ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อ่านคำพิพากษา เมื่อวันที่ 2 เม.ย.2569 ไม่มีคู่ความฝ่ายใด ยื่นอุทธรณ์ คดีจึงถึงที่สุด ออกให้ไว้ ณ วันที่ 2 พ.ย.2569
สำหรับหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดดังกล่าว สืบเนื่องมาจากไม่มีคู่ความฝ่ายใดยื่นอุทธรณ์ หลังจากที่เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้มีคำพิพากษาคดี อดีตพระพรหมเมธี อายุ 85 ปี อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม และอดีตกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีทุจริตเงินทอนวัด ในข้อหาเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กระทำความผิดต่องบประมาณโครงการพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาและฟอกเงิน
โดยศาลมีคำพิพากษายกฟ้องข้อหาฐานความผิดเป็นผู้สนับสนุน ส่วนข้อหาฟอกเงิน ศาลวินิจฉัยว่าอดีตพระพรหมเมธี ไม่รู้ว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินงบฯโครงการพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา สอดคล้องกับข้อต่อสู้ของจำเลย ที่เปิดบัญชีเงินฝากที่ใช้ในการรับโอนเงินงบฯต่อท้ายวงเล็บว่า “ทุนสร้างศาลา” และสร้างศาลา แสดงให้เห็นว่า อดีตพระพรหมเมธี เข้าใจว่าเงินจำนวนดังกล่าวที่ให้มา 5 ล้านบาท เป็นเงินที่จะนำมาใช้สร้างศาลาอเนกประสงค์ อย่างไรก็ตามศาลเห็นควรให้คืนเงินจำนวน 5 ล้านบาท แก่พศ. ตามที่โจทก์ขอให้จำเลยคืนเงิน เนื่องจากว่าเป็นการใช้ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์
ทั้งนี้ อดีตพระพรหมเมธี ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีเงินทอนวัด ทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา เมื่อปี 2561 และได้ลี้ภัยไปอยู่ที่ประเทศเยอรมนี นานถึง 7 ปี ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2568 เพื่อเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย และต่อสู้คดี จนศาลได้มีคำพิพากษายกฟ้อง เมื่อวันที่ 2 เม.ย.2569 กระทั่งได้มีหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด เนื่องจากไม่มีคู่ความฝ่ายใด ยื่นอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 2 พ.ย.2569
>> พบซาก “กระเบนราหู” ขนาดใหญ่ยาวกว่า 4 เมตร เกยตื้นตลาดท่าเรือพลี ชลบุรี
17.50 น. นายณัฐพงค์ วรรณพัฒน์ ประมงจังหวัดชลบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดชลบุรี ลงพื้นที่บริเวณตลาดประมงท่าเรือพลี อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 จากกรณีได้รับแจ้งเหตุจากสายด่วนพิทักษ์ป่าและรักษาทะเล 1362 เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 เวลา 19.57 น. เรื่อง ประชาชนพบซากปลากระเบนราหูเกยตื้น จำนวน 1 ซาก บริเวณตลาดประมงท่าเรือพลี ซอยท่าเรือพลี ตำบลมะขามหย่ง อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี
เจ้าหน้าที่ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าเป็นปลากระเบนราหูเจ้าพระยา เพศเมีย มีความกว้างลำตัวประมาณ 230 เซนติเมตร และความยาวจากปลายจมูกถึงปลายหางประมาณ 430 เซนติเมตร สภาพซากยังสด
ทั้งนี้ ได้ประสานเทศบาลเมืองชลบุรีและเทศบาลตำบลเสม็ด เพื่อสนับสนุนการเคลื่อนย้ายและดำเนินการฝังกลบซาก ณ สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 ตามหลักวิชาการ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างความตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วนพิทักษ์ป่าและรักษาทะเล 1362 เมื่อพบเห็นสัตว์ทะเลหายากหรือสัตว์ทะเลเกยตื้นและประสบเหตุ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบและดำเนินการช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
>> กระบะพุ่งชนรถจอดเสียข้างทาง เสียชีวิต 6 ศพ คนขับอ้างมืด - ไม่มีสัญญาณเตือน
18.45 น. พ.ต.ท.สยามรัฐ ภูมี พนักงานสอบสวน สภ.สังขะ จ.สุรินทร์ รับแจ้งเหตุรถกระบะชนท้ายรถกระบะที่จอดเสียข้างทาง มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย บนถนนทางหลวงหมายเลข 2283 บริเวณบ้านมะโน ต.บ้านจารย์ อ.สังขะ รอยต่อ ต.ด่าน อ.กาบเชิง จึงประสานกู้ภัยในพื้นที่และกู้ชีพ รพ.สังขะ กว่า 10 คัน รุดตรวจสอบ สั่งพิมพ์ปฏิทิน
ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตนอนเกลื่อนถนน 6 ราย เป็นหญิงทั้งหมด และมีผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย เจ้าหน้าที่เร่งปฐมพยาบาลนำส่ง รพ.สังขะ อย่างเร่งด่วน ใกล้กันพบรถกระบะอีซูซุ ดีแมกซ์ สีบรอนซ์ ทะเบียน กทม. สภาพหน้าพังยับ ตกอยู่ไหล่ทาง สัมภาระกระจายเกลื่อน มีนายสมบัติ อายุ 69 ปี เป็นคนขับ ไม่ได้รับบาดเจ็บ ห่างไปประมาณ 20 เมตร พบรถกระบะอีซูซุ ดราก้อนอาย สีเขียว ทะเบียน ศรีสะเกษ สภาพหัวทิ่มลงนาข้าว ท้ายรถเสียหายยับเยิน มีนายสวัสดิ์ อายุ 69 ปี เป็นคนขับ ยืนรอมอบตัวในที่เกิดเหตุ
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายสวัสดิ์ ขับรถกระบะนำญาติและชาวบ้านรวม 9 คน จาก จ.ศรีสะเกษ กลับจากการขุดมันป่าในพื้นที่ อ.กาบเชิง เมื่อถึงจุดเกิดเหตุน็อตล้อขวาขาด 3 ตัว จึงจอดรถข้างทางและให้ผู้โดยสารลงมานั่งรอริมทางเพื่อหาน็อตมาเปลี่ยน ระหว่างนั้น นายสมบัติ ขับรถกระบะบรรทุกของมาจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้า จ.ศรีสะเกษ ถึงจุดเกิดเหตุซึ่งมืดสนิทและไม่มีกรวยสัญญาณแจ้งเตือน นายสมบัติอ้างว่ามีรถสวนทางมาพอดี ไฟหน้าแยงตาทำให้มองไม่เห็นรถที่จอดเสีย จึงพุ่งชนท้ายอย่างจังและกวาดกลุ่มผู้โดยสารที่นั่งรอริมทางกระเด็นไปคนละทิศทาง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บ 2 ราย
ตำรวจควบคุมตัวคนขับรถทั้งสองรายไปสอบปากคำที่ สภ.สังขะ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนศพผู้เสียชีวิตนำส่ง รพ.สังขะ เพื่อรอญาติรับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
>> ตชด.ไล่ล่าขบวนการค้ายา ยึดยาบ้าล็อตใหญ่ 10 ล้านเม็ด
20.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังผาเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บุญเรือง จ.เชียงราย ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตรวจยึดของกลางยาเสพติดประเภทยาบ้าประมาณ 10 ล้านเม็ด เพื่อดำเนินการขยายผลไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง
สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ ตชด.สืบทราบว่า มีรถยนต์กระบะ ยี่ห้อนิสสัน รุ่นนาวารา แคป สีขาว ป้ายทะเบียนเชียงราย ขับมาจากริมแม่น้ำโขงพื้นที่ ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จากนั้นขับไปตามถนนเลียบแม่น้ำโขงเลี้ยวขวาไปทาง อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันนำกำลังไปสกัดกั้นตรงถนนหมู่บ้านขุนแม่บง ต.โชคชัย อ.ดอยหลวง
แต่คนขับรถยนต์กระบะเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ได้ขับหลบหนีไปตามทางหลวงหมายเลข 1098 เจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังออกไล่ติดตามไปจนถึงพื้นที่หมู่บ้านพัฒนารุ่งเรือง ต.ห้วยซ้อ อ.เชียงของ รถกระบะที่ขับหลบหนีไปด้วยความเร็วได้แหกโค้งตกลงในลำคลองหันส่วนท้ายขึ้นฝั่งและหัวปักลงน้ำ แต่คนขับยังเปิดประตูและหลบหนีไปกับความืดได้
เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปตรวจสอบตรงกระบะท้ายรถพบบรรทุกกระสองฟางสีรุ้งจำนวน 23 ใบ และในรถอีกจำนวน 11 ใบ รวมกระสอบฟาง 34 ใบ ภายในกระสอบบรรจุยาบ้าใบละประมาณ 300,000 เม็ด รวมของกลางยาบ้าทั้งหมดจำนวนประมาณ 10 ล้านเม็ด จึงอยู่ระหว่างขยายผลติดตามจับกุมคนขับ และผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
8 พฤศจิกายน 2569
ตร.พัทยา รวบอดีตพระแสบยกเค้าเซฟวัดเกาะล้าน กวาดทรัพย์ 1.17 ล้าน
8 พฤศจิกายน 2569
8 พฤศจิกายน 2569
ตร.พัทยา รวบอดีตพระแสบยกเค้าเซฟวัดเกาะล้าน กวาดทรัพย์ 1.17 ล้าน
8 พฤศจิกายน 2569