หน้าแรก > อาชญากรรม

บุกค้นเว็บไซต์ E-Money เถื่อน บริการสั่งซื้อสินค้าต่างประเทศ, รับแลก–โอนเงินหยวน ครบวงจร เงินหมุนเวียนกว่า 170 ล้านบาท

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เวลา 11:23 น.


กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ดำเนินคดีผู้ต้องหารวม 2 ราย เป็นรูปแบบของบริษัทและบุคคลชาย1ราย สัญชาติไทย  ความผิดฐาน “ร่วมกันประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและโอนเงินระหว่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต”  พร้อมตรวจยึดของกลาง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก จำนวน 4 เครื่อง ,โทรศัพท์มือถือ จำนวน 5 เครื่อง และแฟ้มเอกสาร จำนวน 1 แฟ้ม  โดยเข้าตรวจค้นที่ ทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องจาก  ตำรวจ ปอศ.  ได้รับการประสานข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กรณีตรวจพบเว็บไซต์หนึ่ง มีการประกาศโฆษณาให้บริการการชำระเงินและเปิดรับแลกเงินหยวนและเงินตราต่างประเทศ โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งการประกอบธุรกิจดังกล่าวเป็นธุรกิจที่ต้องได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย  

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าเว็บไซต์ทั้งสองข้างต้น ให้บริการรับแลกเงินหยวน โอนเงินหยวน เข้า Alipay และบริการเติมเงินสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์จากประเทศจีนอย่างครบวงจร โดยผู้ใช้บริการจะต้องสมัครสมาชิก

จากนั้นทางเว็บไซต์จะสร้างบัญชีผู้ใช้งานพร้อมกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสามารถเติมเงิน ฝาก-ถอน และใช้ชำระเงินสำหรับการสั่งซื้อสินค้าจากประเทศจีนผ่านช่องทางออนไลน์  และ  เว็บไซต์  ลักษณะการให้บริการดังกล่าวถือเป็นการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินและแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยพบว่าเว็บไซต์ดังกล่าวมีการดำเนินการในนามของบริษัทผู้ต้องหา

จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่าบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้อง จำนวน 5 บัญชี มีเงินหมุนเวียนรวมกันกว่า 170 ล้านบาท ในระยะเวลา 1 ปี  โดยมีบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้อง จำนวน 2 บัญชี ถูกใช้ในการทำธุรกรรม รับแลก และรับจ่ายเงินหยวน มีความเชื่อมโยงกับบัญชีที่ถูกใช้ในอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จากข้อมูลของศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ACSC) ยอดเงินรวม กว่า 270,000 บาท และจากการตรวจสอบ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า บริษัทผู้ต้องหา ไม่เคยได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินและธุรกิจรับแลกเงินจากธนาคารแห่งประเทศไทยแต่อย่างใด

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ยื่นคำร้องขอหมายค้นต่อศาล ผลการตรวจค้น พบพนักงาน จำนวน 5 คน กำลังทำงานอยู่ภายในบริษัท จึงได้ตรวจยึดพยานหลักฐานและพยานวัตถุที่เกี่ยวข้องรวม 3 รายการ ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา จำนวน 2 ราย ในฐานความผิด “ร่วมกันประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและโอนเงินระหว่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต” ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ในส่วนของบัญชีที่ใช้ในการรับแลกเงินหยวน พบเชื่อมโยงกับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สืบสวนขยายผลต่อไป

 

 

#CIB #EMoney

ข่าวยอดนิยม