หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 29 ตุลาคม 2569

วันที่ 30 ตุลาคม 2569 เวลา 05:33 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 29 ตุลาคม 2569


>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในหมู่บ้านเสนานิเวศน์ ห้องครัวเสียหายวอด

09.56 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ หมู่บ้านเสนานิเวศน์โครงการ 2 ซอยประเสริฐมนูกิจ 27 ถนนประเสริฐมนูกิจ แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านคอนกรีตชั้นเดียว ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในบ้าน บริเวณห้องครัว เพลิงลุกไหม้เสียหายถังแก๊สหุงต้มขนาด 15 กิโลกรัม อุปกรณ์เครื่่องครัว เสื้อผ้า กองหนังสือ เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ ฝาผนังและลุกลามฝ้าเพดาน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 20 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ 
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ ไม่สามารถตรวจสอบได้ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางเขน


>> “ทรงศักดิ์” รับฝ่ายค้านมีสิทธิอภิปราย ม.152 ก่อนซักฟอก ม.151 แต่ขอเห็นใจรัฐบาล นายกฯ-รมต.มีภารกิจ จัดตารางงานไว้แล้ว

10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวฝ่ายค้านเตรียมขออภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 7-11 ธ.ค. ว่า ตนได้ยินข่าวแล้ว แต่ยังไม่ทราบรายละเอียด โดยมองว่าเป็นสิทธิของฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาล และรัฐบาลพร้อมชี้แจงตามกรอบของทั้งสองมาตรา โดยมาตรา 151 เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่มีการลงมติ ส่วนมาตรา 152 เป็นการอภิปรายโดยไม่มีการลงมติ เพื่อเสนอแนะและสะท้อนปัญหาต่อรัฐบาล ซึ่งหากข้อเสนอใดเป็นประโยชน์ต่อประชาชน รัฐบาลก็พร้อมรับฟังและนำไปดำเนินการ

นายทรงศักดิ์กล่าวต่อว่า ส่วนจะยื่นอภิปรายทั้งสองมาตราในช่วงเวลาใกล้เคียงกันหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่รัฐบาลไม่สามารถตอบแทนฝ่ายค้านได้ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ตำหนิการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน แต่ขอให้เห็นใจรัฐบาลด้วย เนื่องจากนายกรัฐมนตรีมีภารกิจ ขณะที่รัฐมนตรีหลายคนได้วางตารางงานและเคลียร์ภารกิจเพื่อเตรียมเวลาสำหรับการอภิปรายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นก่อนหน้านี้แล้ว แต่ยังไม่สามารถตกลงวันอภิปรายกันได้ลงตัว


>> ตำรวจนครบาล ขยายผลจับเครือข่ายยาเสพติด 2 คดี ยึดไอซ์มหาศาล 600 กิโลกรัม รวบผู้ต้องหา 7 ราย

13.00 น. พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ร่วมแถลงข่าวจับกุม

โดย กองกำกับการ สืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (กก.สส.บก.น.1) ได้แกะรอยนานกว่า 1 เดือน ก่อนเข้าจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมไอซ์ 210 กิโลกรัมในรถตู้ขณะจอดซ่อนกุญแจที่ปั๊มน้ำมัน พบประวัติเคยถูกดำเนินคดี และเตรียมกระจายยาลงพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล รวมถึงภาคใต้ ขณะที่ กก.สส.บก.น.7 ขยายผลจากคดีจับยาบ้า 8.9 ล้านเม็ด ติดตามกลุ่มลูกค้าพื้นที่ภาค 2 จนสะกดรอยเข้าจับกุมขณะส่งยาที่บ้านพัก ยึดไอซ์ได้อีก 400 กิโลกรัม แบ่งเป็นในรถ 230 กิโลกรัม และในบ้าน 170 กิโลกรัม รวมของกลางไอซ์ทั้งสิ้น 610 กิโลกรัม เรียนภาษาใหม่

ด้าน พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า “การแถลงข่าวครั้งนี้เป็นการประชาสัมพันธ์ผลการปฏิบัติงานของ บช.น. ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. ในการทำสงครามกับยาเสพติดซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติ โดยศูนย์ปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่แนวชายแดน พื้นที่ชั้นนอก จนถึงพื้นที่ชั้นใน ซึ่งมี บช.น. เป็นผู้รับผิดชอบหลัก”

ทั้งนี้ พล.ต.อ.อิทธิพลฯ เน้นย้ำว่า “ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมรับข้อมูลและเบาะแสจากประชาชนทุกภาคส่วน เนื่องจากยังต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคประชาชนในการแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกัน พร้อมฝากสื่อมวลชนช่วยประชาสัมพันธ์ข้อมูลดังกล่าว”


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

13.42 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 3.9 ความลึก 85 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 547 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย


>> ตม.เชียงใหม่ บุกรวบ 2 ชาวเมียนมา ยืนเนียนขายหมูปิ้ง แย่งอาชีพคนไทย

15.04 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.เชียงใหม่ บูรณาการกำลังกับ สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงใหม่ ออกตรวจสอบร้านค้าในพื้นที่รับผิดชอบบริเวณถนนทุ่งโฮเต็ล ต.วัดเกต อ.เมือง จว.เชียงใหม่ ผลการตรวจสอบ สามารถจับกุมคนต่างด้าว สัญชาติเมียนมา จำนวน 2 ราย ข้อหา “เป็นผู้รับอนุญาตให้ทำงานมีหน้าที่ต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบถึงผู้เป็นนายจ้าง สถานที่ทำงานของนายจ้างและลักษณะงานที่ทำภายใน 15 วัน นับจากวันที่เข้าทำงาน” สั่งพิมพ์ปฏิทิน

จากการตรวจสอบเอกสารประจำตัวและใบอนุญาตทำงานของผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พบว่า ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และมีใบอนุญาตทำงานกับนายจ้างคนไทย ประเภทงาน “กรรมกร” แต่ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบว่ากำลังทำงานยืนย่างหมูปิ้งอยู่ภายในร้านเกิดเหตุ ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับว่าตนทำงานปิ้ง/ย่างหมูในร้านที่เกิดเหตุดังกล่าว มาแล้วเป็นระยะเวลาประมาณ 4 – 5 เดือน โดยได้รับค่าจ้างเป็นรายวันๆ ละ 300 บาท โดยยังไม่ได้ดำเนินการเปลี่ยนนายจ้างแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ปิง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> ป.ป.ท. รวบอดีตนักพัฒนาชุมชนเทศบาลดัง อมเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุร่วมแสน หลังหนีคดีนาน 7 ปี

16.00 น. นายจิรวัฒน์ สุถาพ ผู้อำนวยการ ป.ป.ท. เขต 4 และนายธรรมโรจน์ เงาฉาย ผู้อำนวยการกลุ่มงานปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 2 นำกำลังเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. เขต 4 ร่วมกับตำรวจ สภ.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ติดตามจับกุม นางสอ (นามสมมุติ) อดีตนักพัฒนาชุมชน ผู้ต้องหาคดียักยอกเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ มูลค่ากว่า 121,200 บาท ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ที่ จ 17/2569 ลงวันที่ 3 เม.ย. 2569

โดย นายจิรวัฒน์ กล่าวว่า ผู้ต้องหาเป็นนักพัฒนาชุมชน สังกัดเทศบาลตำบลหนึ่ง ในพื้นที่ อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ได้รับมอบหมายให้เบิกเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในพื้นที่ แต่กลับอาศัยอำนาจหน้าที่ ลงลายมือชื่อรับเงินสดแทนผู้มีสิทธิ อีกทั้งนำรายชื่อบุคคลที่ ไม่มีสิทธิรับเบี้ยยังชีพ มาใช้เป็นเอกสารประกอบการหักล้าง เงินยืมทดรองจ่ายตามฎีกาเบิกเงิน และไม่นำเงินเหลือจ่ายส่งคืนเทศบาล แต่กลับเบียดบังเงินจำนวน 121,200 บาทไปเป็นของตนเองโดยทุจริต

ต่อมา คณะกรรมการ ป.ป.ท. มีมติชี้มูลความผิด แต่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ไปพบพนักงานอัยการ เพื่อยื่นฟ้องต่อศาลตามกำหนดนัด พนักงาน ป.ป.ท. จึงขอออกหมายจับ เพื่อติดตามตัวมาฟ้องคดี

จากการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหาหลบหนีไปซ่อนตัว อยู่ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ร่วมกับตำรวจ สภ.ท่าพระ จึงเข้าจับกุมได้สำเร็จ และนำตัวส่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด และความผิดดังกล่าวเกิดจากการกระทำส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานต้นสังกัด


>> รถจักรยานยนต์ชนเข้าท้ายรถบรรทุกพ่วง มีผู้เสียชีวิต 2 ราย กลางถนนทางหลวงหมายเลข 347 จ.พระนครศรีอยุธยา

เวลา 16.43 น. ศูนย์วิทยุกู้ภัยอยุธยา รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ ชนกับรถบรรทุก และมีผู้เสียชีวิต กลางถนนหลวงหมายเลข 347 มุ่งหน้าบางปะหัน หลักกิโลเมตรที่14 ใกล้เคียงร้านรับซื้อของเก่า ในพื้นที่ หมู่ที่ 4 ต.เชียงรากน้อย อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีดำ ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนเข้าท้ายรถพ่วง สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน นนทบุรี ตรวจสอบพบร่างของผู้เสียชีวิต เป็นผู้ชาย 2 ราย ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช้างใหญ่


>> รอง ผบช.ภ.2 ตรวจเข้มด่านดอนหัวฬ่อ ให้กำลังใจตำรวจปฏิบัติหน้าที่ ก่อนจับผู้ต้องหาพร้อมยาบ้า 125 เม็ด

21.30 น. พล.ต.ต.นันทวุฒิ สุวรรณละออง รอง ผบช.ภ.2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดตรวจจุดสกัด บริเวณแยกบัวหลวง ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จว.ชลบุรี โดยมี พ.ต.อ.พัฒนา รอบรู้ ผกก.สภ.ดอนหัวฬ่อ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจให้การต้อนรับ

เน้นย้ำการปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบและนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ใช้วาจาสุภาพกับประชาชน ยึดหลักความโปร่งใส เป็นธรรม พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน 
ระหว่างการตั้งจุดตรวจ เจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.ดอนหัวฬ่อ นำโดย ร.ต.อ.อติวิชญ์ ดีแดง รอง สวป.ฯ พร้อมกำลังสายตรวจรถจักรยานยนต์ชุดที่ 3 ตรวจพบผู้ต้องสงสัยและจับกุมชาย อายุ 50 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 125 เม็ด

เบื้องต้นแจ้งข้อหาเกี่ยวกับการมียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเพื่อการค้า การเสพยาเสพติด และการขับขี่ขณะเสพยาเสพติด ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย


>> เทศบาลตำบลพุทไธสง ระงับเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ในเขตเทศบาลพื้นที่หมู่ที่ 11 ชุมชนศีรษะแรด เสียหายหลายหลัง จ.บุรีรัมย์

21.40 น. นายสุรชัย ลิ่มวิไลกุล นายกเทศมนตรีตำบลพุทไธสง พร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาลในเขตพื้นที่ และเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ หมู่ที่ 11 ชุมชนศีรษะแรด ตำบลมะเฟือง อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ อย่างเร่งด่วน ระงับเหตุเพลิงไหม้

ทั้งนี้ มีหน่วยงานใกล้เคียงร่วมสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานครั้งนี้ เพื่อให้การระงับเหตุและการดูแลความปลอดภัยเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ


>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถนั่งส่วนบุคคล มีผู้เสียชีวิตกลางถนน จ.ปทุมธานี

23.45 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถนั่งส่วนบุคคล และมีผู้เสียชีวิต ถนนปทุมธานีสายใน บริเวณปากซอยหมู่บ้านพูลศรี ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีแดง ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนกับ รถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า เอทีฟ สีขาว ป้ายทะเบียน สระบุรี ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 33 ปี สาเหตุที่แท้จริงอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปทุมธานี


>> หนุ่มวัย 31 ปีขี่รถจักรยานยนต์ ชนเข้าท้ายรถบรรทุก กลางสะพานข้ามวงเวียนพระราม 5 บาดเจ็บสาหัส จนท.เร่งทำ CPR แต่ไม่เป็นผล จ.นนทบุรี

00.01 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนสะพานข้ามวงเวียนพระราม 5 ถนนนครอินทร์ ฝั่งขาเข้า ในพื้นที่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนเข้าท้าย รถบรรทุก มิตซูบิชิ สีส้ม ป้ายทะเบียน กทม. ตรวจสอบพบว่ามีผู้บาดเจ็บสาหัส เป็นผู้ชาย 1 รายสภาพร่างติดค้างกับยานพาหนะ ทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งให้การช่วยเหลือ โดยการปั๊มหัวใจ แต่สุดท้ายไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร ผู้เสียชีวิต เป็นชายไทย อายุ 31 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางกรวย

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม