หน้าแรก > อาชญากรรม

ทลายแก๊งค้าประเวณีข้ามชาติ จัดหาสาวไทยส่งขายบริการสิงคโปร์

วันที่ 29 ตุลาคม 2569 เวลา 13:37 น.


วันที่ 29 ตุลาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโลยี ( บก.ปอท.) ร่วมกันจับกุม MR.L อายุ 46 ปี สัญชาติสิงคโปร์ พร้อมพวกรวม5ราย ฐาน “ร่วมกันเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารฯ และร่วมกันฟอกเงิน และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” โดยจับกุมได้พื้นที่ จังหวัดระยอง และ จังหวัดพิษณุโลก

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปอท. ได้รับการประสานข้อมูลจากหน่วยงาน กองสืบสวนอาชญากรรมสิงคโปร์ เกี่ยวกับเครือข่ายค้าประเวณีออนไลน์ที่จัดหาหญิงไทยไปทำงานค้าประเวณีในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งหลบหนีมาพำนักอยู่ในประเทศไทย ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่ารายการเดินบัญชีมีการรับโอนเงินที่เกี่ยวข้องกับการค้าประเวณี

จึงได้สืบสวนแกะรอย จนกระทั่งพบตัวอยู่ในพื้นที่จังหวัดระยอง จึงได้ขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาต่อศาลและได้จับกุมตัวผู้ต้องหา

จากการซักถามปากคำ MR.L ให้การรับว่าเป็นผู้จัดหาหญิงไทยไปขายบริการทางเพศในประเทศสิงคโปร์ตั้งแต่ปี 2562 และมีหุ้นส่วนผู้ร่วมขบวนการคือ MR.A โดยขณะถูกจับกุมตนเองมีหญิงไทยในความดูแลประมาณ 6 คน ใช้ Telegram, LINE และ WhatsApp ในการโปรโมต รับงาน และติดต่อลูกค้า รวมถึงใช้บัญชีของหญิงไทยที่อยู่ในขบวนการ รับเงินและโอนต่อเข้าบัญชีตนเอง

จากการซักถามปากคำ น.ส.เอ หญิงไทย 1ในผู้ต้องหา ให้การรับว่าเป็นภรรยาของ MR.L ซึ่งประกอบอาชีพจัดทำร้านค้าออนไลน์ เพื่อหาลูกค้าให้หญิงไทยไปขายบริการทางเพศในประเทศสิงคโปร์ โดยตนมีหน้าที่ประสานงานกับเอเจนซี รวมถึงจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินและที่พักให้หญิงไทย และได้รับค่าคอมมิชชันจากส่วนต่างค่าใช้จ่ายดังกล่าว

จากการซักถามปากคำ น.ส.นัน(นามสมมุติ) ผู้ต้องหาในเครือข่าย ให้การรับว่าได้ให้บัญชีของตนแก่ MR.L โดยไม่ได้รับค่าตอบแทนและไม่ทราบว่านำบัญชีไปใช้ในกิจการใด และปฏิเสธว่าไม่รู้จักและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้าประเวณีแต่อย่างใด

ซึ่งจากการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย สามารถตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 12 เครื่อง คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและโน้ตบุ๊ก 3 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร 14 เล่ม บัตร ATM 10 ใบ เงินสด 100,000 บาท และเครื่องประดับ รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดเป็นเงินกว่า 350,000 บาท

ต่อมาได้ขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการ จนสามารถจับกุม MR.A ซึ่งเป็นหุ้นส่วน และเป็นผู้ร่วมขบวนการกับ MR.L ได้เป็นรายที่ 4 ของคดี ในการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร 2 เล่ม และเครื่องประดับ เพื่อนำไปประกอบการตรวจสอบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง โดยของกลางดังกล่าวเป็นรายการเพิ่มเติมจากของกลางที่ตรวจยึดได้ในการปฏิบัติการครั้งแรก

 

 

 

 

 

 

ข่าวยอดนิยม