24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 24 ตุลาคม 2569
>> สน.วังทองหลาง คุมเข้ม ลุยตรวจสถานบริการยามดึก! ผนึกกำลัง S.W.A.T. เน้นย้ำห้ามเด็กต่ำกว่า 20 ปีเข้า-ห้ามเอี่ยวยาเสพติดเด็ดขาด
00.01 น. พ.ต.อ.เจษฎา ยางนอก ผกก.สน.วังทองหลาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง และชุดปฏิบัติการพิเศษ S.W.A.T. บก.น.4 แบ่งกำลังลงพื้นที่ 3 โซนเป้าหมาย ตรวจสอบสถานบริการและสถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการ จำนวน 8 แห่ง เรียนภาษาใหม่
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจบัตรประจำตัวประชาชน, ตรวจค้นอาวุธ, ป้องกันการค้ามนุษย์และการค้าประเวณี พร้อมทั้ง เน้นย้ำประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะ "ข้อห้ามเด็ดขาด" ในเรื่องการปล่อยปละละเลยให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าใช้บริการ และห้ามมิให้มีการมั่วสุมเสพยาเสพติดหรือพกพาอาวุธเข้าไปในสถานประกอบการเป็นอันขาด รวมถึงต้องมีใบอนุญาตถูกต้อง ควบคุมเวลาปิด-เปิดและการขายสุราตามห้วงเวลาที่กฎหมายกำหนด ห้ามมีการกระทำอนาจาร และควบคุมระดับเสียงเครื่องขยายเสียงไม่ให้เกินกฎหมายกำหนด
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้สุ่มตรวจสารเสพติดในร่างกายของผู้เข้าใช้บริการจำนวน 54 ราย ผลปรากฏว่า "ไม่พบสารเสพติด" และจากการตรวจสอบสถานประกอบการทั้ง 8 แห่ง "ไม่พบการกระทำความผิดกฎหมาย" แต่อย่างใด โดยทุกแห่งให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทั้งนี้ สน.วังทองหลาง จะยังคงเดินหน้ากวดขันและประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่
>> อุทาหรณ์ เด็กเล่นประทัดลูกบอล แกะดัดแปลงใหม่ เกิดระเบิดสนั่น บาดเจ็บ 4 คน หนึ่งในนั้นเจ็บหนัก
09.30 น. ที่บริเวณถนนหน้าบ้านหลังหนึ่ง ใกล้ศูนย์เด็กพัฒนาเด็กเล็กบ้านดงวังพัง ต.สะแบง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี มีเหตุการณ์เด็กๆ ดัดแปลงประทัดลูกบอลเกิดแตกทำให้เด็กได้รับบาดเจ็บหลายราย จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า กลุ่มเด็กนำประทัดและประทัดลูกบอลประมาณ 20 ลูกมาแกะเอาดินปืนรวมกัน ก่อนนำไปใส่ในลูกโป่งพร้อมก้อนหินจนมีขนาดประมาณกำปั้น ตั้งใจจะนำไปโยนเล่น แต่เกิดระเบิดขึ้นก่อน ส่งผลให้เด็กๆ ได้รับบาดเจ็บหลายราย
ต่อมา นายพงษ์ศักดิ์ มุกดาม่วง ปลัดอำเภอหนองหาน พร้อมด้วย ร.ต.อ.กิตติ์ธเนศ ธนาเศรษฐโชติชัย รอง สวป.สภ.หนองหาน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ก่อนไปตรวจร้านค้าในหมู่บ้าน ไม่พบว่ามีร้านใดขายประทัดให้กับเด็กๆ ที่ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่เด็กที่ได้รับบาดเจ็บ ระบุว่า ซื้อประทัดมาจากหน้าโรงเรียน อ.พิบูลย์รักษ์ จ.อุดรธานี ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ประสานฝ่ายปกครองและตำรวจในพื้นที่ อ.พิบูลย์รักษ์ ตรวจสอบแหล่งจำหน่ายดังกล่าว สำหรับเด็กที่บ้านเจ็บทั้ง 4 รายถูกส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว
โดย น้าของเด็ก 1 ในผู้บาดเจ็บ ขณะเกิดเหตุตนกำลังนอนหลับอยู่ภายในบ้าน จู่ๆ ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ตามด้วยเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของเด็ก จึงรีบเปิดประตูออกมาดู ก่อนพบหลานวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหา ในสภาพปากฉีกขาดและมีเลือดไหลอาบใบหน้า หลานบอกว่า นำประทัดลูกบอลประมาณ 20 ลูกมาแกะดินปืนประดิษฐ์ใหม่ ตั้งใจจะนำไปโยนเล่น แต่เกิดระเบิดขึ้นคามือจนบาดเจ็บดังกล่าว
>> รวบ “ม้ารับทอง” แก๊งคอลเซ็นเตอร์ฟอกเงินผ่านแอปซื้อทองกว่า 8 ล้าน
11.00 น. ตำรวจทางหลวงนครสวรรค์ วางกำลังเฝ้าสกัด หลังสืบทราบว่าชายวัย 46 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฟอกเงิน จะเดินทางจาก จ.อุตรดิตถ์ ไป จ.พระนครศรีอยุธยา พบชายลักษณะตรงกับข้อมูล จึงแสดงตัวตรวจสอบ ยืนยันว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจึงเข้าจับกุม
คดีนี้สืบเนื่องจากตำรวจพบเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีม้า ก่อนนำเงินไปซื้อทองคำผ่านแอปพลิเคชัน แล้วส่งคนไปรับทองแท่งตามร้านทองย่านเยาวราชและสีลม เพื่อเปลี่ยนเงินเป็นทองส่งต่อให้นายทุน
จากการสืบสวนพบว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 กลุ่มผู้ต้องหาติดต่อรับทอง 4 ครั้ง รวม 90 บาท 3 สลึง โดยมีการนัดส่งมอบทองให้นายทุนในห้องน้ำชายภายในศูนย์การค้าใกล้ร้านทอง เพื่อหลบเลี่ยงกล้องวงจรปิด ก่อนตำรวจจับผู้ร่วมขบวนการส่วนหนึ่งขณะติดต่อรับทองอีก 30 บาท ที่สาขาสีลม รวมทองที่เกี่ยวข้องน้ำหนัก 120 บาท 3 สลึง มูลค่าความเสียหายกว่า 8 ล้านบาท และขยายผลจนจับผู้ต้องหารายนี้ได้เพิ่มเติม
ตำรวจนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ ดำเนินคดีตามหมายจับในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ อั้งยี่ ซ่องโจร และร่วมกันฟอกเงิน เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
>> >> รวบหนุ่มใหญ่ชาวยิว พร้อมไอซ์ คาคอนโด ลวงหญิงไทยกินเค้กผสมยา แอบอัดคลิปร่วมเพศ เหิมเกริม ขู่จะย้ายตำรวจยกชุด
13.00 น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.นำกำลังตำรวจ จับกุม นาย ที (นามสมมุติ) อายุ 54 ปี สัญชาติอิสราเอล และ น.ส. พอ (นามสมมุติ) อายุ 44 ปี สัญชาติไทย พร้อมของกลาง ไอซ์ น้ำหนัก 15 กรัม ถุงบรรจุยาไอซ์ 50 ถุง เครื่องชั่งน้ำหนัก 1 เครื่อง ขนมเค้ก 1 ถาด โทรศัพท์ 1 เครื่อง ได้ภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ถนนประชาอุทิศ แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับการประสานจาก ป.ป.ส.กทม.เกี่ยวกับเบาะแสที่แจ้งผ่านสายด่วน 1386 ระบุถึงชายสัญชาติอิสราเอล มีพฤติการณ์ใช้แอปพลิเคชันหาคู่ติดต่อหญิงสาว ก่อนชักชวนไปยังห้องพักภายในคอนโดมิเนียม โดยชายดังกล่าวจะทำเค้กให้หญิงสาวรับประทาน หลังรับประทานมีอาการวูบวาบและเกิดอารมณ์ทางเพศ ก่อนมีเพศสัมพันธ์และถูกแอบถ่ายคลิปวิดีโอ โดยเค้กดังกล่าวต้องสงสัยว่ามีส่วนผสมของยาเสพติด
พล.ต.ต.ธีรเดช จึงสั่งการตำรวจลงพื้นที่สืบสวน จนทราบว่าชายรายดังกล่าวชื่อ นาย ที พบว่าอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดอนุญาตแล้ว 2,095 วัน ชุดสืบสวนติดตามจนพบห้องพักภายในคอนโดฯ ย่านห้วยขวาง โดยข้อมูลระบุว่า นายที ไม่ได้ทำงานให้เห็นเป็นกิจจะลักษณะ ส่วนใหญ่เก็บตัวอยู่ภายในห้องพัก แต่มีเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และมีหญิงสาวเข้าออกห้องพักหลายราย
โดยระหว่างการจับกุมและขยายผล นาย ที ปฏิเสธว่าไอซ์ที่พบไม่ใช่ของตนเอง อ้างว่าจะมีผู้ใหญ่เข้ามาช่วยเหลือให้ได้รับการปล่อยตัวภายใน 2 ชั่วโมง พร้อมขอชื่อตำรวจชุดจับกุม และข่มขู่ว่าจะทำให้ถูกย้าย หรือตกงานทั้งชุด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ดำเนินคดีตามกฎหมาย
>> ทหารพราน ยึดยาบ้า 4 แสนเม็ด ไอซ์ 50 กก. หลังเรือขับมาจากฝั่งลาวโยนไว้ริมโขง ก่อนรีบหันหัวเรือกลับ
14.30 น. หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 กองบังคับการควบคุมที่ 2 (ร.13) อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติด ประเภทยาบ้า และ ยาไอซ์
การตรวจยึดครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่าจะมีการนำส่งยาเสพติดในพื้นที่บริเวณริมแม่น้ำโขง พื้นที่บ้านใหม่ทรายทอง หมู่ 14 ต.กุดบง อ.โพนพิสัย จึงประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จัดกำลังพลดักซุ่มตรวจสอบพื้นที่จุดเสี่ยง กระทั่งพบเรือหางยาวติดเครื่องยนต์แล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว เข้ามายังริมแม่น้ำโขงบ้านใหม่ทรายทอง จากนั้นมีชายต้องสงสัยโยนก้อนวัตถุบางอย่างทิ้งลงริมตลิ่งก่อนรีบขับเรือกลับไปฝั่งลาวทันที เจ้าหน้าที่ซุ่มดูอยู่พักใหญ่ แต่ไม่พบความเคลื่อนไหวอื่น จึงเข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย
ผลการตรวจ พบกระสอบดังกล่าวบรรจุยาบ้าจำนวน 66 ห่อ ๆ ละประมาณ 6,000 เม็ด รวมประมาณ 396,000 เม็ด และ ยาไอซ์ บรรจุในถุงพลาสติกน้ำหนักรวม 50 กิโลกรัม จึงได้นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพนพิสัย ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> ลุงหัวร้อน โดนเรียกตรวจ ไม่ยอมให้ใบขับขี่ จู่ๆ ศอกกระทุ้งใส่ลิ้นปี่ตำรวจ จนร่วงไปกองกับพื้น โดนแจ้ง 4 ข้อหาหนัก
16.30 น. จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์คลิปวิดีโอ ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกทำร้ายร่างกาย หลังจากขอตรวจดูใบอนุญาตขับขี่ แต่ถูกคนขับรถเก๋งฮอนด้าสีน้ำเงินเข้าทำร้าย โดยศอกเข้าที่กลางอก จนตำรวจหงายหลังล้มไปกับพื้น หลังเกิดเหตุชายดังกล่าวยังคงมีทีท่าฮึดฮัด ไม่พอใจ จนผู้เห็นเหตุการณ์ต้องเข้าไปช่วยจับตัว เหตุเกิดใต้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสบางหว้า แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กทม.
โดย พ.ต.อ.โอภาส หาญณรงค์ ผกก.สน.ภาษีเจริญ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ ร.ต.ต.สมบัติ อ้นระกำน้อย รองสว.จร. สน.ภาษีเจริญ พร้อมตำรวจจราจร ได้กวดขันวินัยจราจรบริเวณจุดเพชรราชพฤกษ์ ก็พบรถเก๋งฮอนด้า แอคคอร์ด สีน้ำเงิน ทะเบียน กรุงเทพมหานคร ซึ่งดัดแปลงแผ่นป้ายทะเบียน ขับผ่านมา โดยทราบภายหลังว่า นายคม (นามสมมุติ) เป็นผู้ขับขี่
ร.ต.ต.สมบัติ จึงได้เรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบ แต่เมื่อ นายคม (นามสมมุติ) ลงมาจาก ก็มีท่าทีไม่พอใจและไม่ยอมแสดงใบขับขี่ ก่อนจะใช้ศอกกระทุ้งเข้าที่ลิ้นปี่ของ ร.ต.ต.สมบัติ อย่างแรง จนล้มไปนอนกับพื้น จึงถูกควบคุมตัวไว้ได้ และส่งดำเนินคดี ในข้อหา ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่, ต่อสู้ขัดขวางการจับกุม, หมิ่นประมาท และข้อหาขับรถที่ขาดต่อภาษีประจำปี ส่วน ร.ต.ต.สมบัติ ได้นำตัวส่งโรงพยาบาล ด้าน ด.ต.วัชรพงศ์ ไทยยากรณ์ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ตนไม่ได้เข้าเวร แต่มานั่งดื่มกาแฟ เห็นเหตุการณ์ตำรวจที่ป้อมตำรวจแยกบีทีเอสบางหว้า จึงรีบไปช่วยเหลือพร้อมกับผู้เห็นเหตุการณ์อีก 3-4 คน จากนั้นนำตัวผู้ก่อเหตุไป สน.ภาษีเจริญ เพื่อดำเนินคดี
>> ตำรวจภูธรภาค 5 ตรวจยึดยาบ้า 2 ล้านเม็ด ซุกป่าละเมาะ คาดขบวนการลำเลียงหวั่นเจอด่านตรวจ
18.55 น. ตำรวจชุดสืบสวนภาค 5 ตรวจยึดยาบ้าซุกซ่อนในป่าละเมาะ จำนวน 2 ล้านเม็ด คาดขบวนการลำเลียงหวั่นเจอด่านตรวจเครื่องเอกซเรย์ของเจ้าหน้าที่
โดยชุดปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกันตรวจยึดยาบ้า จำนวน 2,000,000 เม็ด ได้ที่บริเวณป่าละเมาะริมถนนเชียงใหม่-พร้าว หมู่บ้านหนองไหว หมู่ 12 ต.แม่แฝก อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ สืบเนื่องจากได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีการลำเลียงยาเสพติดจำนวนมาก จึงได้สั่งการให้จุดสกัดกั้นยาเสพติด รวมทั้งจุดที่มีรถตรวจเอกซเรย์เตรียมพร้อม ปรากฏว่า ทางกลุ่มลำเลียงยาเสพติดไหวตัวทัน จึงได้นำยาเสพติดไปทิ้งยังป่าละเมาะ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้เร่งติดตามล่าตัวมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
>> ตม. รวบหนุ่มจีนแสบ ถือพาสปอร์ตกัมพูชาอำพรางตัวตน หลอกผู้เสียหายลงทุนในคริปโต เสียหายกว่า 100 ล้าน
20.20 น. ตม.จว.ชลบุรี และตม.จว.สมุทรปราการ ติดตามผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือข้อหาฉ้อโกง จากพฤติการณ์หลอกชาวจีนให้ร่วมลงทุนสกุลเงินดิจิทัล สร้างความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท จับกุมชายสัญชาติจีนวัย 47 ปี ซึ่งถือสัญชาติกัมพูชาอีกสัญชาติหนึ่งและใช้หนังสือเดินทางกัมพูชาพำนักในไทย ได้ที่บ้านพักในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่า ผู้ต้องหาเป็นชายสัญชาติจีน อายุ 47 ปี ซึ่งถือสัญชาติกัมพูชาอีกสัญชาติหนึ่ง และใช้หนังสือเดินทางกัมพูชาในการพำนักอยู่ในประเทศไทย ทั้งที่มีหมายจับของศาลแขวงพระนครเหนือ ในข้อหา "ฉ้อโกง" โดยชุดสืบสวนได้ติดตามจากแหล่งข่าวและเฝ้าสะกดรอยเรื่อยมา จนทราบว่าผู้ต้องหาหลบซ่อนตัวอยู่ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จนกระทั่งชุดปฏิบัติการได้เข้าตรวจสอบบ้านพักดังกล่าว พบผู้ต้องหาอยู่ภายในบ้าน จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แสดงหมายจับ และแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก กรุงเทพฯ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
25 ตุลาคม 2569
25 ตุลาคม 2569
24 ตุลาคม 2569
25 ตุลาคม 2569
25 ตุลาคม 2569
24 ตุลาคม 2569