หน้าแรก > อาชญากรรม

รวบ 8 ผู้คุมบัญชีม้า ประกบถอนเงินส่งบอสจีน เงินสะพัดบัญชีละกว่าล้านบาทต่อวัน เร่งขยายผลตัวการใหญ่

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 เวลา 12:42 น.


ตำรวจไซเบอร์ เปิดปฏิบัติการ “จับเงาเหนือบัญชีม้า” ติดตามจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 8 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางเป็น โทรศัพท์มือถือ จำนวน 8 เครื่อง, บัตร ATM จำนวน 22 ใบ และ สมุดบัญชีธนาคารอีกจำนวนหนึ่ง

หลังพบร่วมขบวนการควบคุมบัญชีม้าหน้าใหม่ตระเวนถอนเงินสด ก่อนนำไปซื้อทองคำ แล้วขายกลับเป็นเงินสดอีกครั้ง เพื่อฝากเข้าบัญชีบอสใหญ่ชาวจีน พบแบ่งหน้าที่กันทำเป็นขบวนการใหญ่ มียอดเงินโอนเข้าแต่ละบัญชีตั้งแต่ 100,000 – 1,000,000 บาท ต่อวัน เร่งติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการอีก 7 ราย และขยายผลไปยังตัวการใหญ่ชาวจีน

โดยทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สืบสวนสอบสวนจนพบเบาะแสความเคลื่อนไหวของกลุ่มควบคุมบัญชีม้าถอนเงิน โดยมีกลุ่มบุคคลทำหน้าที่ประกบเจ้าของบัญชี รับบัตรเอทีเอ็ม และรับมอบเงินสดที่ถอนออกจากบัญชี ก่อนนำเงินไปดำเนินการต่อตามคำสั่งของเครือข่าย

จากข้อมูลดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แฝงตัวเพื่อหาพยานหลักฐานของขบวนการ กระทั่งพบแผนประทุษกรรมที่มีการแบ่งหน้าที่กันทำตั้งแต่ ผู้สั่งการ ผู้ควบคุมเจ้าของบัญชีม้า ผู้รับและนำเงินไปฝากต่อ ตลอดจนการจัดคนขับรถรับส่ง และคอยสังเกตการณ์ตามจุดนัดหมาย เช่น ธนาคาร ห้างสรรพสินค้า โรงแรม ในพื้นที่หลายจังหวัด

โดยพฤติการณ์ของคนร้ายกลุ่มนี้ เมื่อมีเงินจากผู้เสียหายหรือเงินที่ได้จากการกระทำผิดโอนเข้าบัญชีม้า ผู้ควบคุมก็จะประกบเจ้าของบัญชีให้ไปถอนเงินสดที่เคาน์เตอร์ธนาคาร แล้วรับมอบเงินมาเพื่อนำไปฝากผ่านตู้เอทีเอ็มเข้าบัญชีที่ผู้สั่งการกำหนด หรือ ใช้วิธีนำเงินไปซื้อทองคำ แล้วนำทองคำไปขายเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสดอีกครั้ง เป็นการตัดตอนและอำพรางเส้นทางการเงิน ก่อนจะนำเงินไปฝากผ่านตู้ ATM เข้าบัญชีต่างๆ ตามคำสั่ง เพื่อเคลื่อนย้ายเงินต่อไปยังบัญชีปลายทางซึ่งเป็นของบอสชาวจีน ซึ่งแต่ละวันจะมียอดเงินเข้าบัญชีม้าตั้งแต่ 100,000 – 1,000,000 บาท ต่อบัญชี

จากการซักถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาส่วนใหญ่ยอมรับว่า เดิมเคยรับจ้างเปิดบัญชีม้าและรับถอนเงินมาก่อน แต่ต่อมาบัญชีถูกอายัดจนไม่สามารถทำธุรกรรมได้ จึงได้ถูกชักชวนให้กลับมาทำหน้าที่คอยตามประกบและควบคุมเจ้าของบัญชีม้ารายใหม่ รวมทั้งถือเงินสดและนำไปฝากเข้าบัญชีตามคำสั่ง แล้วรายงานผลให้บอสชาวจีนผ่านแอปพลิเคชัน Telegram แลกกับค่าตอบแทนแตกต่างกันตามหน้าที่ ประมาณ 1,000 - 1,400 บาทต่อวัน หรือบางรายได้รับเป็นรายครั้ง รวมถึงมีการให้ค่าเดินทาง ค่าที่พัก และผลตอบแทนอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย

นอกจากนี้ ผู้ต้องหาบางรายยังอ้างว่า ก่อนเริ่มงานจะถูกสั่งให้ส่งภาพถ่ายบ้าน พิกัดที่พัก และข้อมูลโซเชียลมีเดียของตนเองและครอบครัว แถมยังถูกข่มขู่ว่าจะทำร้ายบุคคลใกล้ชิดหากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งอีกด้วย

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินคดีในข้อหา “เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด, ผู้ใดมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”

โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก จำนวน 7 ราย พร้อมเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินและสืบสวนขยายผลไปยังผู้สั่งการชาวจีนและบุคคลที่อยู่เบื้องหลัง เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม