วันที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลา 17:00 น.
ตร.ไซเบอร์ ทลายเครือข่ายหลอกให้ลงทุน โยง 46 คดีทั่วไทย เสียหายเฉียด 60 ล้านบาท
11 ตุลาคม 2569 พ.ต.อ.อดิชาต อมรประดิษฐ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน จับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ จำนวน 3 ราย หลังรับจ้างเป็นกรรมการบริษัทให้เครือข่ายสแกมเมอร์ ถูกออกหมายจับรวม 12 หมายจับ เชื่อมโยงการหลอกลวงให้ลงทุนทั่วประเทศกว่า 46 คดี มูลค่าความเสียหายเฉียด 60 ล้านบาท
โดยได้มีกรณีผู้เสียหายรายหนึ่ง พบบัญชีเพจเฟซบุ๊กชื่อ “ลงทุนระยะสั้น” โพสต์โฆษณาเนื้อหาชักชวนว่าสามารถหารายได้จากการลงทุนในระยะสั้นๆ และได้ผลตอบแทนสูง สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย ผู้เสียหายสนใจจึงติดต่อไป จากนั้นเพจดังกล่าวให้แอดไลน์เพื่อสนทนากับบุคลที่อ้างตัวว่าเป็นนักลงทุนซื้อขายเหรียญดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์ม “lgt private bangking” จากนั้นส่งลิงก์ให้ผู้เสียหายติดตั้งแอปพลิเคชันพร้อมทำตามขั้นตอนที่คนร้ายแนะนำ และทดลองโอนเงินลงทุนเข้าไปในระบบซึ่งปลายทางเป็นบัญชีธนาคารนิติบุคคล ปรากฏว่าระบบดังกล่าวได้โชว์ยอดผลกำไรที่ได้ จึงเชื่ออย่างสนิทใจว่าสามารถสร้างรายได้ได้จริง
ต่อมา ผู้เสียหายจึงโอนเงินเพิ่มเรื่อยๆ แต่ปรากฏว่าถูกระงับการทำธุรกรรม จึงได้ไปติดต่อที่ธนาคาร สุดท้ายจึงทราบว่า ทางธนาคารได้ระงับไว้เนื่องจากบัญชีธนาคารปลายทางที่ผู้เสียหายโอนไปนั้น มีผู้แจ้งอายัดไว้และเป็นบัญชีที่ถูกแจ้งว่าได้ใช้ในการหลอกลวงผู้อื่นให้ลงทุน ผู้เสียหายจึงได้รู้ตัวว่าถูกหลอกและเข้าแจ้งความร้องทุกข์ในเวลาต่อมา รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้นจำนวน 600,000 บาท จากกรณีดังกล่าว เจ้าหน้าที่สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน นำส่งพนักงานสอบสวน บก.สอท.3 ขออำนาจศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องได้สำเร็จ จนต่อมาสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 3 ราย ในพื้นที่ีชลบุรี และนนทบุรี
จากการสืบสวนเพิ่มเติมทราบว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้ได้รับจ้างจดทะเบียนและเปิดบัญชีธนาคารในนามนิติบุคล แล้วนำส่งให้แก่กลุ่มขบวนการจัดหาบัญชีม้าเพื่อนำไปใช้ในการกระทำความผิด ซึ่งจากการตรวจสอบในระบบรับแจ้งความออนไลน์ พบว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย มีความเชื่อมโยงกับอีก 46 เคสไอดีที่เกิดขึ้นหลายท้องที่ทั่วประเทศ รวมมูลค่าความเสียหายแล้วสูงถึง 57,622,385 บาท โดยได้ถูกออกหมายจับไปแล้วรวม 12 หมายจับ
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกัน หรือสนับสนุนให้มีการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จทั้งหมดหรือบางส่วน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” ควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี และสืบสวนขยายผลไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรวมไปถึงผู้รับผลประโยชน์ เพื่อนำตัวมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป