วันที่ 4 ตุลาคม 2569 เวลา 16:16 น.
รวบสาวหางานออนไลน์ อ้างถูกหลอกข้ามแดนสแกนหน้าฝั่งปอยเปต ก่อนหลบหนีข้ามมาฝั่งไทย พบคดีอื้อ “พ่วง 3 หมายจับ”
4 ตุลาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมกันจับกุมตัว นางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี ฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน” โดยจับกุม ได้ในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
สืบเนื่องจาก เมื่อประมาณปี 2566 ผู้เสียหายพบเห็นบัญชีเพจเฟซบุ๊กอ้างเป็นร้านทองชื่อดัง โพสต์ข้อความชักชวนบุคคลทั่วไปให้นำเงินมาร่วมลงทุนเทรดหุ้นทองคำให้ผลตอบแทนสูง โดยหลังจากที่ผู้เสียหายทำการลงทุนจะปรากฎยอดเงินลงทุนและผลกำไรบนแพลตฟอร์มปลอม ที่คนร้ายสร้างขึ้นมาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ต่อมาเมื่อผู้เสียหายต้องการจะถอนเงิน คนร้ายอ้างสารพัดเงื่อนไข แต่ท้ายที่สุดไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้ มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 4 ล้านบาท กก.3 บก.ปอศ. จึงได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จำนวนทั้งสิ้น 50 ราย
จากการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่กับแฟนหนุ่ม บริเวณใกล้กับสถานีรถไฟอรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้ทำการสืบสวนหาข่าวและเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณดังกล่าว ต่อมา เมื่อวันที่ 2 ต.ค.2569 เวลาประมาณ 11.00 น. สามารถทำการจับกุมตัวไว้ได้ นำส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และจากการตรวจสอบฐานข้อมูลของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าผู้ต้องหามีหมายจับอยู่ในระบบอีก 2 หมายจับ
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ยอมรับในข้อเท็จจริงว่า เมื่อประมาณปี 2566 ผู้ต้องหาได้หางานทำออนไลน์ ต่อมาพบว่ามีการรับสมัครแอดมินเว็ปพนันออนไลน์ ผู้ต้องหาสนใจจึงได้ติดต่อผ่าน Messenger กับบัญชีเฟซบุ๊กดังกล่าว ต่อมาคนร้ายได้นัดหมายให้ผู้ต้องหาข้ามแดนไปฝั่งประเทศกัมพูชาเพื่อทดลองงาน หลังจากเดินทางข้ามแดนไปแล้วได้มีชายชาวกัมพูชา ประมาณ 2-3 คน มารับตัวผู้ต้องหาไปกักขังไว้ที่อาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งมีคนไทยพักอาศัยอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก มีการยึดอุปกรณ์สื่อสารและหนังสือเดินทางของผู้ต้องหาไว้ จากนั้นบังคับให้ผู้ต้องหาทำการเปิดบัญชีธนาคารไทย จำนวน 3 บัญชี พร้อมลงทะเบียนซิมการ์ดโทรศัพท์สำหรับใช้ผูกบัญชี วันต่อมาได้มีการนำตัวผู้ต้องหาไปทำการสแกนหน้า ที่บริเวณตึก 25 ชั้น เป็นระยะเวลากว่า 1 สัปดาห์ ซึ่งต่อมาภายหลังผู้ต้องหาสามารถหลบหนีกลับเข้ามาฝั่งประเทศไทยได้ โดยไม่ได้รับค่าตอบแทนแต่อย่างใด