หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 16 กันยายน 2569

วันที่ 17 กันยายน 2569 เวลา 05:33 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 16 กันยายน 2569

>> กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จพระราชดำเนินค่ายสิรินธร พระราชทานขวัญกำลังใจแก่กำลังพลและประชาชน เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาค่าย ครบรอบ 46 ปี

08.50 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมายังค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ทรงเป็นประธานในพิธีวันคล้ายวันสถาปนาค่ายสิรินธร ครบรอบ 46 ปี โดยมี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย ข้าราชการทหาร ตำรวจ สมาคมแม่บ้านทหารบก และผู้เกี่ยวข้อง เฝ้ารับเสด็จฯ 
ค่ายสิรินธรได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2522 ตามพระนามาภิไธยของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ว่า “ค่ายสิรินธร” ต่อมาในวันที่ 22 กันยายน 2523 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเปิดค่ายสิรินธร กองทัพบกจึงกำหนดให้วันที่ 22 กันยายนของทุกปี เป็นวันสถาปนาค่ายสิรินธร

โอกาสนี้ ทรงประกอบพิธีทางศาสนาเพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้น พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กราบบังคมทูลเบิกผู้มีจิตศรัทธาเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย และเข้ารับเข็มที่ระลึก จำนวน 100 ราย ก่อนที่ พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 จะเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย

จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังพื้นที่จัดกิจกรรม ทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ผ้าบาติกของศูนย์ผ้าบาติกค่ายสิรินธร ซึ่งนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย และทรงลงสีลายผ้าบาติก ก่อนทอดพระเนตรกิจกรรมของเด็กนักเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กค่ายสิรินธร ซึ่งมีเด็กอยู่ในความดูแล จำนวน 40 คน และพระราชทานของขวัญแก่ผู้แทนเด็กเล็กชายและหญิง


>> สกัดจับรถตู้ขนยาไอซ์ 464 กิโลกรัม คนขับสารภาพ รับค่าจ้างขน 5 แสนบาท

10.48 น. ผู้สื่อข่าวรยงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง ร่วมจับกุม นายมอ (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี โดยแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ ” พร้อมด้วยของกลาง ยาไอซ์ 25 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 464 กิโลกรัม,รถตู้ 1คัน

โดยจับกุม ได้บริเวณสี่แยกไฟแดงดอนทราย ถ.สุขจิต อ.เมือง จ.ประจวบฯ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจทางหลวง 3 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง (ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล.) ได้รับประสานจาก จนท.ตำรวจ บช.ปส. ให้ช่วยสกัดจับ รถต้องสงสัย เป็นรถตู้ ยี่ห้อฮุนได สีเทา ซึ่งลำเลียงยาเสพติดเดินทางไปยังภาคใต้ โดยรับแจ้งว่ารถดังกล่าวกำลังเดินทางผ่าน อ.สามร้อยยอด จว.ประจวบฯ จึงได้ออกตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ กระทั่งพบรถ ตำรวจไล่กดดันติดตาม จนกระทั่งรถคันดังกล่าวเสียหลักพุ่งชนรั้วบ้านประชาชน และสามารถจับกุมผู้ขับขี่ได้พร้อมของกลาง

จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมว่า ได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหาจริง โดยได้รับค่าจ้างขนยาเสพติดครั้งนี้จำนวน 500,000 บาท รับยาไอซ์มาจากแม่สาย จะไปส่งภาคใต้ จ.สงขลา เมื่อคืนพักค้างคืนที่ รีสอร์ทใน จ.ราชบุรี โดยในวันนี้ตั้งใจจะไปพักค้างคืนที่ จ.ชุมพร แต่มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมก่อน อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวส่งดำเนินคดี และเตรียมนำแถลงข่าวต่อไป


>> กรมอุทยานฯ เตรียมจ่ายเงินเยียวยา​ 1 ล้านบาท เร่งเยียวยาครอบครัวหัวหน้าชุดฯอาสาเฝ้าระวังฯช้างป่าเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่

10.58 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) ท่ากระดาน จ.ฉะเชิงเทรา​ และหัวหน้าชุดอาสาสมัครชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่า ถูกช้างป่าทำร้ายเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ผลักดันช้างป่าให้ออกจากพื้นที่ชุมชนนั้น นายสุชาติชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่าผู้เสียชีวิตคือกำลังสำคัญและเป็นผู้เสียสละที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน พร้อมกันนี้ ได้สั่งการด่วนให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เร่งให้การช่วยเหลือและเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเต็มที่ทันที

​ ด้านนายอรรถพล​ เจริญชันษา​ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ​ สัตว์ป่า​ และพันธุ์พืช​ เปิดเผยว่า​ ได้รับรายงานจากนายเอกชัย แสนดี หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน​ กรณีนายพนอ พระพิมล อายุ 58 ปี สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) ท่ากระดาน และอาสาสมัครชุดเฝ้าระวังช้างป่า ถูกช้างป่าทำร้ายเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ผลักดันช้างป่าให้ออกจากพื้นที่ชุมชน​ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 18.30 น.

​ จากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ ณ บริเวณบ้านหนองกระทิง หมู่ 20 ตำบลท่ากระดาน อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา (นอกเขตรักษาพันธุ์ฯ) ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายพนอ​ พระพิมล อายุ 58 ปี ซึ่งนอกจากจะดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิก อบต.ท่ากระดานแล้ว ยังเข้ามาทำหน้าที่เป็นหัวหน้าชุดอาสาสมัครชุดเฝ้าระวังช้างป่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลสนามชัยเขตเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ​

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบสิทธิ์และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้เสียชีวิต กรมอุทยานฯเตรียมจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจำนวน 1,000,000 บาท จากเงินรายได้เพื่อการอนุรักษ์สัตว์ป่าของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต​ ในส่วนของสถานการณ์ในพื้นที่ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังฯ ชุดที่ 13 เร่งดำเนินการผลักดันช้างป่าตัวดังกล่าวให้กลับคืนสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยเร็ว เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลท่ากระดานและช้างป่าต่อไป


>> ชายวัย 50 ปีถูกยิงดับกลางทุ่งนา หลังเกิดเหตุ มือยิงดอดเข้ามอบตัว ตำรวจคุมตัวสอบสวนหาสาเหตุ จ.เพชรบุรี

11.00 น. ศูนย์แจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 เพชรบุรีได้รับแจ้งเบื้องต้นว่า พบศพผู้เสียชีวิตบริเวณนาข้าว ในพื้นที่ เขตตำบลหนองขนาน อ.เมือง จ.เพชรบุรี

จากการตรวจสอบ บริเวณกลางทุ่งนา พบร่างชาย 1 ราย เสียชีวิตลักษณะนอนคว่ำหน้าอยู่ในสภาพร่างจมโคลน ต่อมาทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ นายวันชาติ อายุ 50 ปี ชาว ต.หนองขนาน อ.เมืองเพชรบุรี ห่างไปบนถนน พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ซูเปอร์คัพ สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน อยู่ในลักษณะเกือบล้มอยู่บนถนน ในพื้นที่ หมู่ 7 ต.หนองขนาน อ.เมืองเพชรบุรี บริเวณท้ายรถพบรอยเท้าเปล่า เป็นรอยเดินขึ้นมาจากในนา ขณะที่บริเวณขอบกระทงนาพบรองเท้า 1 คู่

จากการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น พบผู้เสียชีวิตถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาด โดยมีบาดแผลบริเวณศีรษะและใบหน้า รวมถึงบริเวณหัวไหล่ขวา นอกจากนี้ ภายในกระเป๋ากางเกงพบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และที่กระเป๋ากางเกงด้านหลังพบ อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ คิงส์คอบร้า พร้อมกระสุน 3 นัด จำนวน 1 กระบอก เจ้าหน้าที่เก็บไว้ตรวจสอบเป็นหลักฐาน

ด้าน บิดาของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 10.00 น. นายวันชาติ ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านเพื่อไปปล่อยน้ำเข้านา หลังจากลูกออกไปไม่นาน ตนได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด โดยช่วงแรกดัง 1 นัด ก่อนจะมีเสียงปืนดังตามมาอีกประมาณ 3-4 นัด จึงเกิดความสงสัยและรีบขี่รถจักรยานยนต์ตามไป เมื่อเดินทางออกจากบ้านประมาณ 700 เมตร พบรถจักรยานยนต์ของลูกชายอยู่บนถนน ก่อนจะพบร่างลูกชายนอนเสียชีวิตอยู่กลางทุ่งนา จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ

ต่อมา ผู้ก่อเหตุเดินทางเข้ามอบตัว และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองจอก คุมตัวไปตรวจสอบค้นหาปืนที่นำไปทิ้งไว้ภายหลังก่อเหตุ และดำเนินการสอบปากคำ เพื่อหาสาเหตุของการยิงครั้งนี้ โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้สรุปว่าเกิดจากเรื่องใด


>> ในหลวง-พระราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปยังวัดกว๋านสือ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

11.06 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ถึงยังวัดกว๋านสือ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม แล้วเสด็จเข้าพระอุโบสถ ณ ที่นั้น พระมหาคณาจารย์ทิธ เถียน เญิน ประธานสภาบริหารกลางคณะสงฆ์เวียดนาม เฝ้ารับเสด็จและทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินไปยังแท่นบูชาเบื้องหน้าพระประธาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน และดอกไม้ธูปเทียนแพ

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่ง แล้วคณะสงฆ์เวียดนาม จำนวน ๓๐ รูป เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้ว ทรงกราบที่พระแท่น แล้วเสด็จลงจากพระอุโบสถ เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับโรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย โรงแรมที่ประทับ

วัดกว๋านสือ สร้างขึ้นในรัชสมัยราชวงศ์แล ในพุทธศตวรรษที่ ๒๐ เดิมเป็นวัดขนาดเล็ก ใช้เป็นสถานที่รับรองพระธรรมทูตจากต่างประเทศ ต่อมาได้มีการต่อเติมให้มีขนาดใหญ่ขึ้นและได้รับการบูรณะตามหลักสถาปัตยกรรมวัดทางภาคเหนือของเวียดนาม ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปปิดทองเรียงลดหลั่นเป็นชั้น ๆ โดยแท่นบูชาชั้นสูงสุดประดิษฐานพระพุทธรูปพระรัตนตรัย ชั้นรองลงมาประดิษฐานพระอมิตาภพุทธะ พร้อมพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์และพระมหาสถามปราบต์โพธิสัตว์ขนาบข้าง ชั้นล่างสุดประดิษฐานพระศากยมุนีพุทธเจ้าพร้อมพระสาวก

ปัจจุบันวัดกว๋านสือเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของสภาบริหารกลางคณะสงฆ์เวียดนาม โดยด้านหลังของวัดเป็นที่ตั้งของโรงเรียนสอนพระธรรมวินัย มีหอวิจัย หอแสดงธรรม และหอสมุดรวบรวมพระไตรปิฎกและเอกสารทางพุทธศาสนา ทำให้วัดกว๋านสือไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางการศึกษาด้านพุทธศาสนาอีกด้วย


>> แผ่นดินไหว ที่จังหวัดน่าน

11.44 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 1.8 ความลึก 2 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.น้ำมวบ อ.เวียงสา จ.น่าน ยังไม่มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน


>> รวบคาขนส่งเอกชน ปกครอง-สืบแม่สาย ดักตะปบ 3 วัยรุ่น ยึดยาบ้า 3 แสนเม็ด หนัก 40 กก. ซุกกล่องพัสดุเตรียมส่งภาคกลาง

12.33 น. นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดเชียงราย (ผอ.ศอ.ปส.จ.ชร.) และ นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย ในฐานะ ผอ.ศป.ปส.อ.แม่สาย มอบหมายให้ นายธีระศักดิ์ พุทธรักษา ปลัดอำเภอแม่สาย นำกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) อ.แม่สาย สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สาย ร่วมตรวจยึดของกลางยาเสพติดและควบคุมตัวผู้ต้องหาในพื้นที่ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเย็นวันที่ 15 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.แม่สาย ได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีกลุ่มวัยรุ่นนำกล่องพัสดุต้องสงสัย คาดว่าภายในซุกซ่อนยาเสพติด นำมาฝากส่งที่ร้านรับส่งพัสดุเอกชนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ 1 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย เจ้าหน้าที่จึงเดินทางเข้าตรวจสอบ พบพนักงานร้านแจ้งว่า ก่อนหน้านี้มีชายวัยรุ่น 3 คน นำพัสดุมาฝากส่งแล้วจำนวน 2 กล่อง ระบุปลายทางไปยังพื้นที่ภาคกลาง และแจ้งว่าจะนำพัสดุมาส่งเพิ่มเติมอีก

เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังดักรออยู่ภายในร้าน กระทั่งเวลาต่อมา ชายวัยรุ่นทั้ง 3 คน ได้ยกกล่องพัสดุจำนวน 4 กล่องเข้ามาในร้าน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าขอทำการตรวจค้นพัสดุชุดใหม่ 4 กล่อง รวมถึงพัสดุที่ฝากส่งไปแล้วก่อนหน้า 2 กล่อง รวมทั้งสิ้น 6 กล่อง 
ผลการตรวจค้นพบ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า หรือเมทแอมเฟตามีน) ซุกซ่อนอยู่ภายในกล่องพัสดุ รวมจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 300,000 เม็ด (น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 40 กิโลกรัม) เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบ พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาวัยรุ่นทั้ง 3 คนและของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการต่อไป


>> โอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน 21 ไร่ ให้ "วัดป่าอดุลยาราม" แล้ว

16.11 น. ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น เจ้าพนักงานที่ดินได้ดำเนินการลงนามในโฉนดที่ดินเพื่อโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินจำนวน 21 ไร่ จากเดิมชื่อ นายเฮียง พิมพ์ศรี (ผู้บริจาคที่ดิน) เปลี่ยนเป็นกรรมสิทธิ์ของ "วัดป่าอดุลยาราม" อย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมนำโฉนดฉบับจริงถวายแก่ พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ก่อนทำบันทึกส่งมอบให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เป็นผู้ดูแลตามขั้นตอน โดยมีนายยุทธนา โพธิวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ประธานคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนา นายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม และ นายโกวิทย์ แสงสากล ทนายความวัดป่าอดุลยาราม ร่วมเป็นสักขีพยาน

โดย ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง กล่าวว่า โดยหลักกฎหมายกรรมสิทธิ์ที่ดินตกเป็นของวัดโดยสมบูรณ์ตั้งแต่ที่มีการบริจาคเมื่อปี 2533 แล้ว การดำเนินการลงนามในวันนี้จึงเป็นการเติมเต็มขั้นตอนทางเอกสารให้สมบูรณ์ 100% ถือเป็นการปิดฉากข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินระหว่างวัดป่าอดุลยาราม กับกลุ่มทายาทของผู้บริจาคที่ยืดเยื้อมานาน และกลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมากตลอดช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุกระทบกระทั่งและมีกลุ่มบุคคลบุกนำท่อปูนมาวางปิดทางเข้าออกวัด การได้รับโฉนดที่ดินฉบับจริงในครั้งนี้ถือเป็นการคืนความเป็นธรรมและความสงบสุขให้กับทางวัดและชุมชนรอบข้างอย่างเป็นทางการ

ขณะที่พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม กล่าวอนุโมทนาขอบคุณส่วนราชการและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่มีส่วนในการช่วยเหลือวัดจนสามารถดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของวัดป่าฯ ได้อย่างสมบูรณ์ ก่อนที่หลวงพ่อจะเทศน์ให้พรเป็นภาษาบาลี


>> รวบแล้ว 1 นักศึกษาอุเทนถวาย ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีแทงนักศึกษาเทคโนปทุมวันเจ็บ 2 ราย บน BTS สยาม

16.26 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย กับนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน บริเวณชานชาลา รถไฟฟ้า BTS สถานีสยาม ก่อนมีการใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกาย ส่งผลให้นักศึกษาปทุมวันถูกแทงบริเวณหลังได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569

ล่าสุด วันนี้ (16 ก.ย.69) ฝ่ายสืบสวนบก.น.6 ร่วมกับ สน.ปทุมวัน เข้าจับกุม นายวอ (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี นักศึกษาอุเทนถวาย แจ้งข้อหา “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น และพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร”

เบื้องต้น นายวอ ให้การยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกับผู้ต้องหาตามหมายจับ และยืนยันว่าไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับดังกล่าวมาก่อน จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป


>> รวบหนุ่มรับจ้างส่งพัสดุ ครั้งละ 10,000 บาท ถูกจับพร้อมยาบ้า 40,000 เม็ด

19.52 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พ.ต.ท.วิรัตน์ จีนเมือง รอง ผกก.สืบสวน ภ.จว.พัทลุง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าจับกุม นายนอ (นามสมมุติ) อายุ 37 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 40,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.เมือง จ.พัทลุง

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้รับการประสานจากตำรวจ บช.ปส. ว่ามีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือลักลอบส่งยาเสพติดจำนวนมากผ่านระบบขนส่งโลจิสติกส์ โดยนำพัสดุมาส่งที่บริษัทขนส่งเอกชนแห่งหนึ่ง สาขาพัทลุง โดยมีผู้รับปลายทางระบุชื่อ ชุติมา ซึ่งมีข้อมูลว่าพักอยู่ในบ้านเช่าบริเวณถนนเพชรเกษม ต.คูหาสวรรค์ อ.เมือง จ.พัทลุง เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าติดตามพฤติการณ์ กระทั่งพบ นายนอ เดินทางไปรับพัสดุบริเวณหน้าบ้านเช่าดังกล่าว จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ ก่อนตรวจค้นพัสดุพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายในจำนวน 40,000 เม็ด จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางไว้ดำเนินคดี

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การอ้างว่า มีหญิงสาวโทรมาติดต่อเสนอค่าจ้างให้รับและส่งพัสดุครั้งละ 10,000 บาท โดยสถานที่รับพัสดุเป็นบ้านเช่าที่อยู่ใกล้บ้านของตนเอง ทำให้สามารถสังเกตเห็นการนำพัสดุมาส่งได้ โดยบุคคลที่มารับพัสดุใช้รถกระบะโตโยต้าแค็บ สีบรอนซ์ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน โดยจะนำเงินค่าจ้างจำนวน 10,000 บาท ใส่ถุงพลาสติกสีดำวางไว้ริมถนน เพื่อให้ตนไปรับภายหลัง

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายนอ เคยถูกจับกุมในคดีเกี่ยวกับยาเสพติดและ พ.ร.บ.อาวุธปืนมาก่อน และพ้นโทษออกมาแล้ว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดต่อ


>> คุณลุงวัย 65 ปีขี่รถจักรยานยนต์ชนกับรถนั่งส่วนบุคคล เสียชีวิตกลางถนนเลียบวารี

21.10 น. อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง ได้รับแจ้งอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถนั่งส่วนบุคคล และมีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนเลียบวารี ทิศทางมุ่งหน้าหนองจอก ฝั่งตรงข้ามเลียบวารีซอย 63 พื้นที่เขตหนองจอก กทม.

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ แดง-ดำ ป้ายทะเบียน กทม. ล้มคว่ำ ห่างออกไป พบรถนั่งส่วนบุคคล สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. จอดอยู่สภาพท้ายรถฝั่งขวา มีร่องรอยการชนเสียหาย และใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 65 ปี

ทางเจ้าพนักงานสอบสวน สน.หนองจอก พร้อมแพทย์เวรร่วมตรวจสอบ ก่อนมอบร่างในอาสาสมัครนำส่งชันสูตรต่อที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง


>> สืบพลูตาหลวง จับมือสืบสัตหีบ รวบแก๊งตระเวนงัดตู้หยอดเหรียญหลายพื้นที่ อ้างถูกอาสาตำรวจ ปืนจี้ ขู่บังคับก่อเหตุ พฤติกรรมเลียนแบบไอ้ป๋อง

21.14 น. จากกรณีที่ที่ผ่านมาเกิดเหตุมีคนร้าย ตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์ งัดตู้กดน้ำหยอดเหรียญ ก่อเหตุหลายพื้นที่ในเขตจังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยอง กวาดเอาเงินสดภายในตู้ไปเป็นจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังรับแจ้งไม่ได้นิ่งนอนใจนำกำลังออกปูพรมไล่ล่า กลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้มาโดยตลอด

กระทั่งล่าสุด พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ สมใจ ผกก.สภ.พลูตาหลวง พ.ต.อ.คมสรร คำตุ่นแก้ว ผกก.สภ.สัตหีบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เปิดเผยว่าได้ทำการจับกุมเยาวชน อายุ 16 และ 17 ปีสองราย ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุพร้อมของกลาง ซองใส่บัตรอาสาสมัครตำรวจ กุญแจมือ รวมถึงหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกภาพคนร้ายไม่ได้อย่างชัดเจน

โดยสามารถติดตามตัวได้ในพื้น อ.บางละมุง โดยทั้งคู่ให้การรับสารภาพว่า เป็นบุคคลตามกล้องวงจรปิด และเป็นผู้ก่อเหตุจริง จากการตรวจสอบพบว่าทั้งคู่เป็นเยาวชนอายุ 16 และ 17 ปี จึงได้เชิญมาสอบปากคำ โดยทั้งสองให้การพาดพิงไปถึงนายต๋อง ซึ่งเป็นอาสาสมัครของตำรวจ ของโรงพักหนึ่งในพื้นที่อำเภอบางละมุง เคยช่วยงานเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นผู้บงการ โดยใช้อาวุธปืนข่มขู่ ให้ทั้งคู่ไปลงมือก่อเหตุลักทรัพย์แล้วนำเงินมาส่งให้ หากไม่ทำจะยิงทิ้ง โดยมีพฤติกรรมเลียนแบบคล้ายกับไอ้ป๋อง ที่ก่อเหตุ ฆาตกรรมสะเทือนขวัญ ในพื้นที่สภ.ห้วยใหญ่

ทำให้ทั้งคู่เกิดความหวาดกลัว เนื่องจาก นายต๋อง มีพฤติกรรมพวกอาวุธปืนติดตัวตลอดเวลา และยังอยู่ระหว่างการหลบหนี ซึ่งก็อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัว มาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยของตนเองทั้งคู่ด้วย ส่วนในความผิดของตนเองทั้งคู่นั้น ยอมรับสารภาพและพร้อมที่จะถูกดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมาย


>> แผ่นดินไหว บริเวณหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย

22.57 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 4.2 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ บริเวณตอนเหนือของหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.สตูล ประมาณ 357 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย  

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม