24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 12 กันยายน 2569
>> จยย.เสียหลักพลิกคว่ำบนสะพานข้ามคลองเสียชีวิต
01.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน รับแจ้งเหตุรถบิ๊กไบก์เสียหลักล้มคว่ำ บนสะพานข้ามคลองหลุมไผ่ ใกล้แยกถนนผลาสินธุ์ แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. ที่เกิดเหตุบริเวณเชิงสะพานข้ามคลองหลุมไผ่ พบรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ ยี่ห้อคาวาซากิ Z800 สีเขียวดำ ทะเบียน กทม. ล้มคว่ำอยู่ส่วนผู้ขับขี่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อ นายณัฐวุฒิ อายุ 32 ปี
จากการสอบถามพยานให้การว่า ได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์มาจากถนนประเสริฐมนูกิจ (เกษตร-นวมินทร์) ก่อนจะมีเสียงรถล้มคว่ำบนสะพานข้ามคลองหลุมไผ่ เมื่อออกไปดูก็เห็นรถบิ๊กไบก์ล้มคว่ำอยู่ แต่ไม่พบตัวผู้ขับขี่ จึงเดินตามหาใช้เวลานานกว่า 10 นาที กระทั่งเจอร่างนอนหมดสติอยู่ บนพื้นใกล้เชิงสะพาน จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือก่อนเสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า รถบิ๊กไบก์ขับขี่ด้วยความเร็ว พุ่งเหินสะพานก่อนเสียหลักล้มคว่ำไถลไปฟาดกับขอบคอนกรีตอย่างแรง ทำให้ผู้ขับขี่ร่างกระเด็นตกพื้นจนเสียชีวิต ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจกล้องวงจรปิดไว้เป็นหลักฐาน ส่วนร่างผู้เสียชีวิตนำส่งชันสูตรศพที่ โรงพยาบาลภูมิพลฯ ก่อนแจ้งให้ญาติดำเนินการประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
>> 2 ดีเอสไอ ยื่นตำแหน่งประกัน หลังถูกรวบ คดีแอบอ้างช่วยสอบท้องถิ่น
08.57 น. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม นาย เอ (นามสมมุติ) อดีตผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย ในข้อหาเรียกรับผลประโยชน์โดยแอบอ้างว่าสามารถช่วยเหลือการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้ ซึ่งต่อมาได้มีการขยายผลการสืบสวนจนพบความเชื่อมโยงถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 2 ราย ได้แก่ นายบี (นามสมมุติ) อายุ 49 ปี เจ้าหน้าที่คดีพิเศษชำนาญการ กองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ และ นายซี (นามสมมุติ) อายุ 46 ปี พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ สังกัดกรมสอบสวนคดีพิเศษ
ผู้ต้องหาทั้งสองรายถูกจับกุมตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ในความผิดฐานเรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อเป็นการตอบแทนในการจูงใจเจ้าพนักงานโดยวิธีอันทุจริต ผิดกฎหมาย หรืออาศัยอิทธิพลของตนให้กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือโทษแก่บุคคลใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 143 และความผิดตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 175
ทั้งนี้ รายงานข่าวจากกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ระบุว่า จากการสอบปากคำ ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และได้ยื่นขอรับการปล่อยตัวชั่วคราวโดยใช้ตำแหน่งหน้าที่การงานเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน เบื้องต้นพนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ต้องหามีหน้าที่การงานที่มั่นคงและเป็นหลักแหล่ง จึงอนุญาตให้ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว
>> กองปราบ ส่งเอกสารประสาน ป.ป.ง. ตรวจสอบเส้นเงิน สมีโชติ-สีกาเอ๋ คาดมีเกี่ยวข้องอีก 1-2 คน
10.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.ต.ต. พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. เปิดเผยความคืบหน้าคดี อดีตพระโชติ และ สีกาเอ๋ ว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อที่จะตรวจตรวจสอบใน 2 ส่วน
1. อดีตพระโชติ ได้กระทำผิดวินัยของสงฆ์โดยการยักยอกเงินวัดเข้าบัญชีส่วนตัว แต่ได้มีการออกใบอนุโมทนาในนามของวัด
2. จะเป็นการตรวจสอบหาเส้นเงินผู้กระทำความผิดร่วมเนื่องจากเส้นเงินที่พบ มีทั้งใบ อนุโมทนาในการบริจาค, ใบอนุโมทนาในการออกใบเช่าพระ, รวมไปถึงใบอนุโมทนาในการร่วมบริจาคปรับปรุงวัด รวมกว่า 215 ล้านบาท "ซึ่งคาดว่าในคดีนี้จะมีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวซึ่งคาดว่าน่าจะ 1-2 คน อีกทั้งในส่วนที่ว่าเป็นสีกาหรือพระภิกษุนั้นยังอยู่ในขั้นตอนของการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม
สำหรับขั้นตอนต่อจากนี้ พนักงานสอบสวนได้ส่งเอกสารให้ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบเพื่อที่จะตรวจสอบหาเส้นเงินการทุจริตเพื่อเกี่ยวโยงที่ผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี สำหรับกรอบระยะเวลายังไม่สามารถระบุได้แต่จะทำให้เร็วที่สุดและจะออกมาแถลงการณ์อีกครั้งต่อไป
>> ปิด “น้ำตกแม่สา” “น้ำตกตาดหมอก” และ “น้ำตกหมอกฟ้า” ชั่วคราว
12.30 น. อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย โพสต์ข้อความระบุ เช้านี้ เนื่องจากมีฝนตกในพื้นที่ทำให้สถานการณ์น้ำตกแม่สา น้ำตกหมอกฟ้าและน้ำตกตาดหมอกมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นและมีสีขุ่นแดง
เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยจึงขอ ปิดการท่องเที่ยวบริเวณน้ำตกแม่สา น้ำตกตาดหมอก และน้ำตกหมอกฟ้า เป็นการชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และจะประกาศแจ้งให้ทราบอีกครั้งเมื่อสามารถเปิดให้บริการได้
เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ขอให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามกฎและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด สอบถามเพิ่มเติม ทางแชทเพจ: อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย Doi Suthep-Pui National Park โทรศัพท์: 063-6320881 (ในเวลาราชการ)
>> รวบลูกเลี้ยงทาสยา ฆ่าอดีตตำรวจ อ้างโกรธถูกไล่ออกจากบ้าน อดข้าวหิวโซกลางสวนยาง
14.50 น. ความคืบหน้า กรณี ด.ต.วิเชียร หรือ ดาบเซียน อายุ 79 ปี อดีตตำรวจ สภ.เมืองนครพนม ถูกคนร้ายใช้ของแข็งฟาดศีรษะ เสียชีวิตอยู่ที่บันไดทางขึ้นชั้นสอง ภายในบ้านที่ ต.อาจสามารถ อ.เมือง จ.นครพนม โดยมีนางหนูภรรยา ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง อยู่ด้วย และคาดว่าเห็นเหตุการณ์ตลอด แต่ไม่สามารถช่วยเหลือสามีได้ ส่วนผู้ต้องสงสัยคือนายบุญส่ง อายุ 54 ปี ลูกเลี้ยงที่พักอาศัยอยู่ชั้นสอง เพราะหายออกจากบ้านไป โดยตำรวจสันนิษฐานว่านายส่งอาจหลบซ่อนอยู่ในสวนยางพารา ตำรวจชุดสืบสวนพร้อมด้วยฝ่ายปกครอง จึงร่วมกระชับพื้นที่ปิดล้อม เพื่อกดดันให้ผู้ต้องสงสัยออกมามอบตัวเอง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 กันยายน ที่ผ่านมา
ล่าสุด นายปรีชา เผือกพันธุ์ อายุ 56 ปี ผู้ใหญ่บ้านนาหัวบ่อ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบนายส่งหลบอยู่ในกระท่อมกลางสวนยางพารา ห่างจากบ้านเกิดเหตุประมาณ 4 กิโลเมตร จึงรายงานตำรวจและฝ่ายปกครองอำเภอเมืองนครพนม เดินทางไปยังกระท่อมดังกล่าว พบนายส่ง นอนอยู่จึงเข้าควบคุมตัวทันที ซึ่งนายส่งแทบไม่มีแรงจะลุกหนี เพราะหลังเกิดเหตุ อดข้าวอดน้ำมา 1 วัน ก่อนนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พร้อมตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะพบฉี่เป็นสีม่วง เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่าขณะตนนั่งสูบกัญชาอยู่บนชั้นสอง ดาบเซียนได้กลิ่นจึงเดินขึ้นไปต่อว่า สั่งห้ามเสพยาในบ้านหลังนี้ หากไม่ฟังก็ให้ออกจากบ้านไป จึงเกิดการถกเถียงกันขึ้น ขณะที่พ่อเลี้ยงนั่งหันหลังบ่นอยู่ที่กลางบันได พอได้ยินคำว่า “ให้ออกจากบ้าน” จึงเกิดอารมณ์ฉุนเฉียว คว้าไม้ยาวประมาณ 2 เมตรที่วางพิงอยู่ข้างฝา เงื้อฟาดที่กกหูด้านซ้าย 1 ครั้ง และกกหูด้านขวาอีก 1 ครั้ง ร่างพ่อเลี้ยงหน้าทิ่มกลิ้งตกลงมานอนคุดคู้อยู่ที่เชิงบันได ตอนนั้นไม่รู้ว่าเสียชีวิต แต่ด้วยความกลัวความผิดจึงกระโดดออกทางหน้าต่าง หนีเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในป่าสวนยาง ตั้งใจว่าจะออกมามอบตัววันนี้ แต่มีคนผ่านมาเจอจึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาจับกุมดังกล่าว
>> โคราชเพิกถอน 150 ข้าราชการ เอี่ยว ‘โกงสอบท้องถิ่น’ พ้นจากตำแหน่งแล้ว
16.20 น. นายอนันต์ ถ้ำทอง ท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินการแก้ปัญหาโกงสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่นของจังหวัดนครราชสีมา ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) แต่ละแห่งในจังหวัด ได้ต้องออกคำสั่งเพิกถอนการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการส่วนท้องถิ่น กลุ่มที่ตรวจพบความผิดปกติและเข้าข่ายทุจริตสอบแข่งขันแล้วทั้ง 150 ราย
ส่วนสถานะของผู้ที่ถูกเพิกถอนการบรรจุแต่งตั้งข้าราชการท้องถิ่น ในทางกฎหมายยังไม่ถือว่าเป็น “ผู้ทุจริต” เนื่องจากการเพิกถอนคำสั่งบรรจุและแต่งตั้งฯ เป็นขั้นตอนดำเนินการหลังตรวจพบความผิดพลาดไม่ตรงกันของคะแนน หรือกระบวนการสอบที่ไม่สมบูรณ์ จึงแก้ไขคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายให้กลับคืนสู่สภาพเดิม จึงไม่ได้หมายความว่า ผู้ถูกเพิกถอนทั้งหมดจะเป็นผู้ร่วมทุจริต จนกว่าผลการสอบสวนทางวินัย หรือกระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. และกระบวนการพิสูจน์ความผิดทางศาลอาญา จนมีคำพิพากษาถึงที่สุด ว่า มีส่วนร่วมในการกระทำผิด จึงจะชี้ว่า มีสถานะเป็น “ผู้ทุจริต”
ในขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐ หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตแก้ไขคะแนนโดยตรง จะถูกดำเนินคดีอาญาและวินัยร้ายแรงแยกต่างหาก กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่ทุจริตจริงซึ่งจะต้องโดนคดีอาญาด้วย
>> ชวนอัปเดต "กุ้งเดินขบวน" ความมหัศจรรย์ที่ 1 ปีมีครั้ง ในแก่งลำดวน อุบลราชธานี
17.30 น. ปรากฏการณ์ธรรมชาติสุดมหัศจรรย์ 1 ปี มีเพียงครั้งเดียวกลับมาสร้างความตื่นตาตื่นใจอีกครั้ง กับการอัปเดตล่าสุดของฝูง "กุ้งเดินขบวน" ณ แก่งลำดวน อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โดยเมื่อคืนวันที่ 9 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา พบฝูงกุ้งน้ำจืดนับหมื่นตัวเดินทวนกระแสน้ำขึ้นมาอวดโฉมบนโขดหินเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและระดับน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก เจ้าหน้าที่จึงเน้นย้ำความปลอดภัยและประกาศห้ามลงเล่นน้ำโดยเด็ดขาด
สำหรับปรากฏการณ์ "กุ้งเดินขบวน" ถือเป็นเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่โดดเด่นประจำฤดูฝนของจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อกุ้งน้ำจืดต้องเดินไต่โขดหินเพื่อหลบกระแสน้ำเชี่ยวและมุ่งหน้าขึ้นสู่ต้นน้ำในช่วงค่ำคืน ซึ่งในช่วงเดือนกันยายนนี้ ยังจัดเทศกาลเปิดให้เข้าชมนอกจากจะมอบประสบการณ์ความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติอย่างใกล้ชิดแล้ว ยังมุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนและเยาวชนร่วมกันอนุรักษ์ความอุดมสมบูรณ์ของลำธารและระบบนิเวศสัตว์ป่า
ทั้งนี้ จังหวัดอุบลราชธานีเปิดให้เข้าชมปรากฏการณ์กุ้งเดินขบวนได้ตั้งแต่วันที่ 1–30 กันยายน 2569 ระหว่างเวลา 18.00–22.00 น. โดยจำนวนกุ้งที่ขึ้นมาเดินขบวนในแต่ละคืนจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ระดับน้ำ และความแรงของกระแสน้ำ ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวปฏิบัติตามกฎระเบียบของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด และสามารถตรวจสอบข้อมูลสภาพอากาศหรือการขึ้นของกุ้งล่วงหน้าได้ที่เพจ Facebook: แก่งลำดวน กุ้งเดินขบวน หรือศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าอุบลราชธานี โทร. 097-212-3951
>> ไฟไหม้บ้าน เด็ก 14 พาตาทวด-น้องชายหนีตาย คว้ามาได้เพียงกระเป๋าและชุดนักเรียน
18.20 น. สภ.หนองพอก รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่หมู่ 3 บ้านปลาโด ต.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด พร้อมรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลหนองพอก อบต.หนองพอก อบต.รอบเมือง และพื้นที่ใกล้เคียง เข้าระงับเหตุ
พบเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ เพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง แต่เนื่องจากบ้านอยู่ในซอยแคบ รถดับเพลิงไม่สามารถเข้าถึงตัวบ้านได้ เจ้าหน้าที่ต้องลากสายดับเพลิงเข้าไปฉีดน้ำสกัดเพลิง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่บ้านถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหลัง ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านถูกเผาทำลายจำนวนมาก
โดย ด.ญ. อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงดังคล้ายไม้หักบริเวณชั้น 2 และได้กลิ่นควันไฟ จึงรีบพานายชาลี อายุ 84 ปี ซึ่งเป็นตาทวด และน้องชาย อายุ 11 ปี ออกจากบ้าน สิ่งที่เธอคว้าออกมาได้ มีเพียงกระเป๋านักเรียนและชุดนักเรียน 1 ชุด เพราะกลัวว่าจะไม่มีชุดใส่ไปโรงเรียนในวันจันทร์
ด้าน นางสาวพัชรินทร์ พันธุ์ศิลา อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นยายและเจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุออกไปทำธุระนอกบ้าน กระทั่งได้ยินเสียงคนร้องเอะอะ และเห็นควันไฟพวยพุ่งออกมาจากบ้าน จึงรีบกลับมาและประสานรถดับเพลิงเข้าช่วยเหลือ ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้ยังไม่ทราบแน่ชัด โดยเพื่อนบ้านให้ข้อมูลว่า ได้ยินเสียงดังบริเวณชั้น 2 ก่อนจะเกิดเพลิงไหม้ ตำรวจจะตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป ซึ่งในเบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร
13 กันยายน 2569
13 กันยายน 2569
13 กันยายน 2569
13 กันยายน 2569