วันที่ 11 กันยายน 2569 เวลา 13:16 น.
CIB แถลงจับเจ้าอาวาสวัดดังอยุธยา พร้อมสีกาสาวใหญ่ ผิดพระธรรมวินัย - ยักยอกเงินทำบุญกว่า 100 ล้าน
11กันยายน 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต. สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. , พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป.ร่วมกับ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
พฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 15 ก.ค.69 เจ้าหน้าที่ได้รับหนังสือร้องเรียนแจ้งเบาะแสจากผู้ประสงค์ไม่ออกนามถึง 2 ครั้ง ร้องเรียนพระวชิรญาณ (อติโชติ) อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม น่าจะมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับ น.ส.เอ๋ ที่ไม่ได้ประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่งแต่กลับมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ
โดยเมื่อสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า พระอติโชติมีพฤติกรรม เสพเมถุนกับน.ส.เอ๋จริง อันถือว่าต้องอาบัติปาราชิกขาดจากความเป็นพระภิกษุ ตามพระธรรมวินัย ของสงฆ์โดยทันที และในวันที่ 10 ก.ย.69 ที่เข้าทำการตรวจค้นและจับกุม เจ้าหน้าที่จากสำนักพุทธ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ร่วมกับคณะสงฆ์ผู้ปกครอง ได้ดำเนินการให้ พระอติโชติ ได้ลาสิกขาพ้นจากสมณเพศตามพระธรรมวินัยของสงฆ์แล้ว
หลังชุดสืบสวนขยายผลตรวจสอบเชิงลึก จากข้อมูลในหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับการเงินของวัด จึงได้พบว่านายโชติ มีรับเงินบริจาคในนามวัด แต่ไม่นำเงินเข้าบัญชีของวัด แต่มีการออกใบอนุโมทนาบัตรของวัด ให้ผู้เช่าบูชาวัตถุมงคล
เบื้องต้นพบหลักฐานการรับโอนเงินและออกใบอนุโมทนาบัตรจำนวนหลายรายการ รวมยอดเงินประมาณ 100 ล้านบาทเศษ แต่ปรากฏว่า เงินบริจาคตามใบอนุโมทนาบัตรที่ออกไปโดยนายโชติ ในฐานะอดีตเจ้าอาวาสลงนามนั้น เงินไม่ได้เข้าบัญชีของวัดแต่อย่างใด และเมื่อตรวจสอบธุรกรรมการเงินของ น.ส.เอ๋ ปรากฏว่า มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ทั้งที่ไม่มีรายได้ประจำ ได้แก่ บ้านทาวน์เฮาส์ 2 หลัง มูลค่ารวมกว่า 4 ล้านบาท รถยนต์ และเงินฝากธนาคารกว่า 5 ล้านบาท โดยอำพรางการถือครองด้วยการใส่ชื่อบุตรสาว
ซึ่งทั้งหมดทำให้มีหลักฐานพฤติกรรมน่าเชื่อว่า มีการสมคบกันฟอกเงินกับพระโชติ ทำให้วัดพุทไธศวรรย์ได้รับความเสียหาย
สำหรับนายโชติ แจ้งข้อหา เป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์, ปฏิบัติหน้าที่มิชอบหรือทุจริต
และสมคบกันร่วมกันฟอกเงิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157 และ 83(แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 มาตรา 4) ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3(5), 5, 10 และ 60
สำหรับ น.ส.เอ๋ แจ้งข้อหา สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิด (ยักยอก/ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ) และสมคบกันร่วมกันฟอกเงิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3(5), 5 และ 60 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 (แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 มาตรา 4)
พร้อมตรวจยึดของกลางที่สำคัญ เงินฝากในบัญชี กว่า 290 ล้านบาท, เงินสด จำนวน 138,308,986 บาท ทองคำแท่ง และทองคำรูปพรรณ น้ำหนักรวมกว่า 1,000 บาททองคำ คิดเป็นมูลค่าร่วม 70 ล้านบาท
รวมมูลค่าทั้งสิ้น 205,204,733 บาท (พบในกุฏิเจ้าอาวาส)/ส่วนฝั่งน.ส.เอ๋มีเงินสด จำนวน 3,873,614 บาท ทองคำ น้ำหนักประมาณ 90 บาท คิดเป็นเงิน 6,151,500 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 10,025,114 บาท (พบในบ้านพัก น.ส.เอ๋),เอกสารที่ดินและบัญชี 10 รายการ
- โฉนดที่ดิน 2 ฉบับ
- สมุดบัญชี 7 เล่ม
- สัญญาซื้อขายที่ดิน 1 ฉบับ
2.2 เอกสาร 18 รายการ ดังนี้ (พบในบ้านพัก น.ส.เอ๋)
- กรมธรรม์สุขภาพ 1 ฉบับ
- ใบประกันทองคำ จำนวน 6 ใบ
- ใบซื้อ-ขายทองคำ จำนวน 7 ใบ
- สลากออมสิน จำนวน 4 ใบ
รวมมูลค่า ประมาณ 215,229,847 บาท









