วันที่ 7 กันยายน 2569 เวลา 03:52 น.
รวบหนุ่มบัญชีม้า - สาวฉ้อโกง 3 หมายจับ บุพเพนำพา ถูกจับคาสถานีขนส่งเดียวกัน
กองบังคับการตำรวจทางหลวง โดย พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.5 กก.6 บก.ทล ร่วมกันจับกุม นายขัน (นามสมมุติ) อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 ตามหมายจับ ศาลอาญา ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2569 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น,ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้า สู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากฯ” และ นางสาววัน (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาที่ 2 ตามหมายจับ ศาลจังหวัดมุกดาหาร ลงวันที่ 17 สิงหาคม 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันยักยอก และร่วมกันให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้” และหมายจับ ศาลจังหวัดชุมพร ลงวันที่ 9 สิงหาคม 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนและร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” จับกุมได้บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร ต.มุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร
สืบเนื่งอจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สืบทราบว่า นายขัน (นามสมมุติ) ผู้ต้องหาตามหมายจับจะเดินทางไป กทม. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ เพื่อวางแผนเข้าทำการตรวจสอบบุคคลตามหมายจับ เมื่อเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเดินทางไปถึงบริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร พบนายขัน (นามสมมุติ) อายุ 42 ปี มีลักษณะ รูปพรรณ ตรงตามข้อมูลหมายจับ กำลังจะขับรถจักยานยนต์กลับที่พักหลังจากซื้อตั๋วรถโดยสารเสร็จแล้ว เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้ทำการตรวจสอบพบว่า นายขัน (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ แสดงบัตรให้ดู พร้อมแสดงหมายจับให้ นายขัน (นามสมมุติ) ดู และอ่านหมายจับพร้อมอ่านหมายจับให้ฟังแล้ว รับว่า ตนเป็นบุคคลคนเดียวกันกับบุคคลตามหมายจับข้างต้นจริง และยังไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับข้างต้นมาก่อน
ต่อมาในเวลาใกล้เคียงกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สังเกตเห็น นางสาววัน (นามสมมุติ) ผู้ต้องหาที่ 2 ผู้ต้องหาตามหมายจับ ซื้อตั๋วและมานั่งอยู่บริเวณที่นั่งพักรอรถโดยสาร ภายในสถานีขนส่งมุกดาหาร เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้ทำการตรวจสอบพบว่า นางสาววัน (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดมุกดาหาร เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดชุมพร ลงวันที่ 9 สิงหาคม 2566 จริง เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ แสดงบัตรให้ดู พร้อมแสดงหมายจับให้ นางสาววัน (นามสมมุติ) ดูและอ่านหมายจับพร้อมอ่านหมายจับให้ฟังแล้ว รับว่า ตนเป็นบุคคลคนเดียวกันกับบุคคลตามหมายจับข้างต้น จริง และยังไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับข้างต้นมาก่อน
เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาพร้อมแจ้งสิทธิของผู้ถูกจับให้ทราบ ผู้ถูกจับรับทราบข้อกล่าวหาและสิทธิของตนดีแล้ว จึงได้จัดทำบันทึกการจับกุมและนำตัว นายขัน (นามสมมุติ) ผู้ต้องหาที่ 1 ส่งพนักงานสอบสวน สภ. ห้วยผึ้ง และนำตัวนางสาววัน (นามสมมุติ) ผู้ต้องหาที่ 2 ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร และ พนักงานสอบสวน สภ.ปะทิว จังหวัดชุมพร ตามลำดับ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น นายขัน (นามสมมุติ) ผู้ต้องหาที่ 1 ให้การว่ามีนายเก๋ (ไม่ทราบชื่อและสกุลที่แท้จริง) มาว่าจ้างขอเอาสมุดบัญชีไปใช้ 2 วันแล้วจะนำมาคืน พร้อมทั้งพาไปทำแอปพลิเคชัน สำหรับใช้ในโทรศัพท์มือถือ แล้วเอาทั้งสมุดบัญชีและโทรศัพท์มือถือไปไม่นำมาคืน โดยได้รับค่าจ้าง เป็นเงินจำนวน 2,000 บาท ส่วนนางสาววัน (นามสมมุติ) ผู้ต้องหาที่ 2 ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา



