วันที่ 22 สิงหาคม 2569 เวลา 00:27
“ภัทรพงศ์” ลงพื้นที่ พิจิตร - กำแพงเพชร เร่งซ่อมถนนชำรุด พร้อมติดตามโครงการสะพานวังแขม คืนเส้นทางสัญจรให้ประชาชน
(20 สิงหาคม 2569) นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตำบลบึงบัว อำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร เพื่อพบปะประชาชนและรับฟังปัญหาผิวถนนชำรุด พร้อมเร่งรัดให้หน่วยงานในพื้นที่อำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่ประชาชน โดยมีผู้บริหาร และข้าราชการจากกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ร่วมลงพื้นที่
ทั้งนี้ ในส่วนของถนนสาย พจ.ถ.61013 สายกลางบ้านเจริญสุข - เพชรฉลูกัณฑ์ ต.บึงบัว อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร ได้ขอให้ อบต. บึงบัว พิจารณาดำเนินการซ่อมแซมในเบื้องต้น และหาก อบต. บึงบัว มีความประสงค์ให้ ทช. เข้ามาดำเนินการ ก็พร้อมพิจารณารับโอนถนนดังกล่าวตามขั้นตอนต่อไป
พร้อมกันนี้ นายภัทรพงศ์ ได้เดินทางไปติดตามความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างสะพาน กพ.1038 แยกทางหลวงหมายเลข 1 บ้านวังแขม อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร พร้อมรับฟังปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินโครงการ และเร่งรัดการก่อสร้างให้สามารถเปิดใช้งานสะพานได้โดยเร็ว เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางให้กับประชาชน โดยมีนายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร นายณัฐวุฒิ จิวัธยากูล ผู้อำนวยการกลุ่มบำรุงสะพาน หัวหน้าส่วนราชการ และผู้นำท้องถิ่นร่วมลงพื้นที่ด้วย
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า โครงการก่อสร้างสะพาน กพ.1038 หรือสะพานวังแขม เป็นการซ่อมแซมสะพานที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ซึ่งเกิดจากมวลน้ำเหนือไหลบ่ากระทบตอม่อสะพานจนทรุดตัว ส่งผลให้พื้นสะพานหลุดจากคานตอม่อและตกลงในลำน้ำ ทำให้ต้องปิดการสัญจรบริเวณสะพาน ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนและต้องใช้เส้นทางเลี่ยงเป็นระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร การเร่งซ่อมแซมและเปิดใช้งานสะพานโดยเร็วจะช่วยลดผลกระทบต่อประชาชน เพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนทั้งสองฝั่ง รวมถึงช่วยสนับสนุนการขนส่งพืชผลทางการเกษตรออกสู่ตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จากสภาพพื้นที่ โดยเฉพาะระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ต้องสำรวจและออกแบบฐานรากใหม่ให้เหมาะสมโดยปรับรูปแบบจากเสาเข็มตอกขนาด 0.65 x 0.65 x 25 เมตร จำนวน 18 ต้น เป็นเสาเข็มเจาะขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.20 เมตร ความยาว 37 เมตร จำนวน 13 ต้น พร้อมปรับแบบฐานรากและติดตั้งโครงสร้างนั่งร้านชั่วคราวเพื่อรองรับเครื่องจักรสำหรับการก่อสร้าง
ทั้งนี้ นายภัทรพงศ์ ได้กำชับให้ ทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการปรับรูปแบบการก่อสร้างให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าต่อได้โดยเร็ว พร้อมกำกับดูแลการดำเนินงานให้เป็นไปตามมาตรฐานและหลักความปลอดภัย ตลอดจนเร่งรัดการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามแผน เพื่อคืนเส้นทางสัญจรให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัย และสนับสนุนการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


