24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 20 สิงหาคม 2569
>> “รมว.สุชาติ” ส่งเฮลิคอปเตอร์ - ระดมเจ้าหน้าที่ ทส. ช่วยผู้ประสบอุทกภัย จ.น่าน ย้ำเร่งเข้าถึงประชาชน พร้อมติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด
08.21 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งสั่งการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน พร้อมสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ จำนวน 2 ลำ เพื่อใช้ในการสำรวจสถานการณ์น้ำและสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน
สำหรับวันนี้ เฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ ปฏิบัติภารกิจ นำรองนายกรัฐมนตรี ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน และผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน ได้ขึ้นบินสำรวจสถานการณ์น้ำในพื้นที่อำเภอเมืองน่าน อำเภอภูเพียง และอำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน เพื่อประเมินสถานการณ์และวางแนวทางให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสมและทันท่วงที
ขณะเดียวกัน สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 แพร่ ได้ระดมเจ้าหน้าที่หน่วยงานภาคสนามในสังกัด ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ตำบลวรนคร ตำบลศิลาเพชร ตำบลศิลาแลง ตำบลอวน อำเภอท่าวังผา อำเภอปัว และอำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน รวมจำนวน 80 นาย
ผลการปฏิบัติงานสามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนได้แล้ว 63 ราย รวม 45 ครัวเรือน พร้อมทั้งช่วยเหลืออพยพประชาชนผู้ประสบภัยออกจากพื้นที่เสี่ยง และแจกจ่ายน้ำดื่ม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
ทั้งนี้ สถานการณ์โดยรวมการดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัย โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 แพร่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมกำลังและทรัพยากรให้พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
>> ดินโคลนถล่ม ทับกระท่อมในหุบเขาลึก ภรรยาหนีทัน เดินลงเขา แจ้งผู้ใหญ่บ้านแม่สวรรค์น้อย ประสาน จนท.ช่วยนำร่างสามีออกมา จ.แม่ฮ่องสอน
11.00 น. เกิดเหตุดินโคลนถล่มลงมาทับกระท่อมและมีบุคคลติดค้าง ในพื้นที่ บ้านแม่สวรรค์น้อย ตำบลแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
โดยทางด้านภรรยาของผู้เสียชีวิต หลบหนีออกมาทันและเดินเท้า ลงมาที่หมู่บ้านเพื่อแจ้งผู้ใหญ่บ้านตามเจ้าหน้าที่กู้ภัย และตำรวจเข้าไปให้ความช่วยเหลือ
เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุ ซึ่งที่เกิดเหตุ อยู่ไกลจากหมู่บ้านประมาณ 2 กิโลเมตรในหุบเขาลึก ก่อนจะ พบร่างของ ผู้ชาย อายุ 56 ปี หนีออกมาไม่ทันถูกโคลนทับเสียชีวิตอยู่ที่กระท่อม และนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยกรุงเทพกรีฑา 7 หวิดวอดทั้งหลัง
11.19 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยกรุงเทพกรีฑา 7 แยก 1 ถนนกรุงเทพกรีฑา แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่นอกตัวบ้าน บริเวณห้องครัว เพลิงลุกไหม้เสียหายฝาผนัง อุปกรณ์เครื่องครัว ฝ้าเพดานและหลังคา พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 3 ตารางเมตร อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายควันและความร้อน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก เพลิงลุกไหม้กองไม้นอกตัวบ้าน ลุกลามเข้าห้องครัว ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหัวหมาก
>> กระบะเร่งแซงรถคันหน้า แล้วเสียหลักพุ่งเข้าบ้านเรือนริมถนน คุณยายป่วยติดเตียงโดนทับ เสียชีวิต จ.สมุทรสาคร
12.00 น. ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะพุ่งเข้าบ้านเรือนประชาชน มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดในซอยชุมชนบ้านดอนไก่ดี หมู่ที่ 3 ต.ดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร
โดยในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน สีขาว ทะเบียน กรุงเทพมหานคร สภาพตัวรถเกือบทั้งคัน พุ่งเข้าไปในบ้านหลังดังกล่าว และชนผู้ที่พักอาศัยอยู่ด้านในด้านรับบาดเจ็บ 1 คน และเสียชีวิต 1 คน ซึ่งผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเป็นคนดูแลผู้ป่วยติดเตียง ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกระทุ่มแบน พร้อมกับคนขับรถยนต์กระบะไปก่อนหน้านี้แล้ว
ส่วนผู้เสียชีวิต เป็นผู้ป่วยติดเตียง พบร่างอยู่ใต้ท้องรถยนต์กระบะ ทราบต่อมาคือ หญิงไทย อายุ 82 ปี ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิฯ ได้ให้การช่วยเหลือนำร่างออกมา ท่ามกลางความเศร้าเสียใจของคนในครอบครัว
จากการสอบถามคนในละแวกที่เกิดเหตุ เบื้องต้นเล่าว่า เห็นรถยนต์กระบะคันดังกล่าวขับเข้ามาในเส้นทางหมู่บ้าน โดยขับมาทางตรงตามหลังรถเก๋ง แต่จังหวะที่กำลังจะแซงรถเก๋งขึ้นไปนั้น รถเกิดเสียหลักเกือบพุ่งชนร้านค้าริมทาง แต่คนขับหักออกมาจึงพุ่งเข้าบ้านหลังดังกล่าว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เรียกคนขับรถยนต์กระบะมาสอบปากคำ และหาภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ รวมถึงคำให้การของผู้เห็นเหตุการณ์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อกล่าวหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตต่อไป
>> "ดร.ธนกฤต" นำเคสลุงวัย 72 เดินสะดุดท่อก่อสร้าง กระดูกคอแตกนอน ICU ทางครอบครัวจี้ผู้รับเหมารับผิดชอบ
12.37 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กรณี ลุงวัย 72 ปี เดินไปรอรถจักรยานยนต์รับจ้าง ริมถนนในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ก่อนสะดุดท่อที่โผล่จากพื้นที่ก่อสร้างซึ่งไม่มีแผงกั้นหรือป้ายเตือน จนล้มศีรษะและลำตัวกระแทกพื้นอย่างแรง ได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกคอแตก กระทบเส้นประสาทจนไม่สามารถขยับร่างกาย ต้องเข้ารักษาตัวในห้อง ICU ขณะที่ครอบครัวกังวลเรื่องค่ารักษาและภาระในการดูแล เนื่องจากผู้บาดเจ็บเป็นผู้สูงอายุและไม่มีรายได้
นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เปิดเผยว่า เบื้องต้นผู้รับเหมายังไม่ได้เข้ามารับผิดชอบอย่างเป็นทางการ มีเพียงนำสิ่งของมาเยี่ยมและเสนอเงินช่วยเหลือราว 20,000 บาท จึงแนะนำครอบครัวให้รอความชัดเจนก่อนรับเงิน พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือด้านการรักษาและสิทธิการเยียวยา ขณะเดียวกันได้พาครอบครัวเข้าแจ้งความ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย โดยอาจพิจารณาข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส รวมถึงเรียกร้องค่าสินไหมทางแพ่ง
ด้านครอบครัวเรียกร้องให้ผู้รับเหมารับผิดชอบอย่างจริงจัง และเร่งแก้ไขพื้นที่ก่อสร้างเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำกับประชาชนรายอื่นอีก
>> สุดอาลัย "ชาคริต" พร้อมเพื่อนสนิท ร่วมรับร่าง “เร แมคโดนัลด์” เพื่อนรัก ครั้งสุดท้าย
12.44 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เต็มไปด้วยความโศกเศร้า หลังครอบครัวและกลุ่มเพื่อนสนิททยอยเดินทางมารับร่าง “เร แมคโดนัลด์” นักแสดงและพิธีกรชื่อดังวัย 49 ปี ซึ่งเสียชีวิตอย่างกะทันหันภายในบ้านพักย่านพัฒนาการ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงาและเต็มไปด้วยความอาลัยจากคนในครอบครัวและเพื่อนร่วมวงการที่เดินทางมาร่วมส่งเป็นครั้งสุดท้าย
หนึ่งในเพื่อนสนิทที่เดินทางมาร่วมรับร่าง คือ “ชาคริต แย้มนาม” ซึ่งมีความสนิทสนมกับเรมาอย่างยาวนาน โดยชาคริตเดินทางมาด้วยสีหน้าเศร้า ก่อนร่วมส่งร่างเพื่อนเป็นครั้งสุดท้าย ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอาลัย จากนั้นครอบครัวจะเคลื่อนร่างไปประกอบพิธีทางศาสนา ท่ามกลางความเสียใจของบรรดาญาติและเพื่อนพ้องในวงการบันเทิง
สำหรับ “เร แมคโดนัลด์” ถือเป็นอีกหนึ่งนักแสดงและพิธีกรที่อยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน และเป็นที่จดจำของแฟนๆ จากผลงานการแสดงและรายการโทรทัศน์ รวมถึงภาพลักษณ์ที่เป็นกันเองและมิตรภาพกับเพื่อนๆ ในวงการ การจากไปอย่างกะทันหันในวัยเพียง 49 ปี สร้างความตกใจและความเศร้าให้กับครอบครัว เพื่อนสนิท และแฟนๆ ที่ติดตามผลงานเป็นอย่างมาก
ทั้งนี้ ครอบครัวได้กำหนดจัดพิธีสวดพระอภิธรรมระหว่างวันที่ 20-25 สิงหาคม 2569 เวลา 18.30 น. ก่อนจะมีพิธีฌาปนกิจในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลา 16.00 น. โดยจะมีครอบครัว เพื่อนสนิท และคนในวงการบันเทิงเดินทางมาร่วมไว้อาลัยและส่ง “เร แมคโดนัลด์” เป็นครั้งสุดท้ายอย่างพร้อมเพรียงกัน
>> “ทนายอั๋น” บุกยุติธรรม จี้ “รุทธพล” เร่งคดีเขากระโดง ขีดเส้น 24 ส.ค. ลั่นเงียบเจอ ม.157
13.17 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน “ทนายอั๋น” ภัทรพงศ์ ศุภักษร เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ กระทรวงยุติธรรม เรียกร้องให้ใช้อำนาจเร่งรัดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เดินหน้าคดีบุกรุกที่ดินสาธารณประโยชน์บริเวณเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ หลังยื่นเรื่องและให้ปากคำในฐานะพยานและผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษมานานกว่า 3 เดือน แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะออกเลขสืบสวนหรือรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ทั้งที่เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและรายงานข้อมูลให้อธิบดี DSI แล้ว
ทนายอั๋น ตั้งคำถามถึงความล่าช้าว่า มีคำสั่งให้ “เบรกคดี” หรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้ รมว.ยุติธรรมประกาศต่อสาธารณะว่าจะไม่แทรกแซงหรือชี้นำการทำงานของพนักงานสอบสวน และขอให้เร่งส่งสำนวนหรือดำเนินการตามพยานหลักฐานโดยเร็ว โดยขีดเส้นให้มีคำตอบภายในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 หากยังไม่มีความคืบหน้า เตรียมเดินหน้าดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่อธิบดี DSI ไปจนถึง รมว.ยุติธรรม พร้อมย้ำว่าจะติดตามเรื่องนี้ต่อเนื่อง เพื่อให้การตรวจสอบที่ดินเขากระโดงเป็นไปอย่างโปร่งใสและรักษาผลประโยชน์ของประชาชน
>> ‘แม่ฮ่องสอน’ ดินโคลนถล่มทับบ้านเรือนประชาชน เจ็บ 5 ราย เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือส่งโรงพยาบาล
13.30 น. เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มในพื้นที่ บ้านคอนผึ้ง หมู่ที่ 5 ตำบลแม่คะตวน อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน หลังมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้ดินสไลด์พังทลายลงมาทับบ้านพักอาศัยของประชาชน
หลังเกิดเหตุ หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นพค.36 สนภ.3 นทพ.) ส่งชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลแม่คะตวน เข้าพื้นที่ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน
เบื้องต้นพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย เจ้าหน้าที่ได้นำผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งเข้ารับการรักษาโรงพยาบาลสบเมยแล้ว
>> “อนุทิน” บุกนิวซีแลนด์ ดึง 2 ยักษ์ใหญ่ปักหมุดไทย เชื่อมเกษตร-ท่องเที่ยวสู่ตลาดโลก
14.18 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย หารือกับผู้บริหารบริษัทชั้นนำของนิวซีแลนด์ ได้แก่ Skyline Enterprises ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยว และ T&G Global บริษัทเกษตรและผลไม้ระดับโลก เจ้าของแบรนด์ Envy™ ณ ประเทศนิวซีแลนด์ เพื่อเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจและผลักดันให้เกิดการลงทุนและความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมระหว่างสองประเทศ
สำหรับการหารือกับ Skyline Enterprises นายกฯ เชิญชวนให้บริษัทพิจารณาขยายการลงทุนมายังประเทศไทย โดยไทยมีจุดแข็งทั้งความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยว จำนวนนักท่องเที่ยว และศักยภาพในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมรูปแบบใหม่ ขณะที่บริษัทแสดงความสนใจต่อโอกาสทางธุรกิจในประเทศไทย โดยมองเห็นศักยภาพของตลาดและแหล่งท่องเที่ยวไทย รวมถึงโอกาสในการเจาะตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว
ขณะที่การหารือกับ T&G Global บริษัทแสดงความสนใจในการหาฐานกระจายสินค้าเพื่อรองรับการขยายตลาดในอาเซียนและอินเดีย โดยนายกฯ เสนอให้บริษัทพิจารณาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าและหุ้นส่วนด้านการเกษตร เนื่องจากไทยมีความได้เปรียบด้านที่ตั้งและระบบโลจิสติกส์ อีกทั้งเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรและอาหารที่สำคัญของโลก พร้อมเสนอให้ต่อยอดความร่วมมือสนับสนุนการเปิดตลาดให้ผลไม้คุณภาพของไทย โดยเฉพาะในภูมิภาคยุโรป
ทั้งนี้ นายกฯได้มอบหมายให้ BOI ติดตามผลการหารือกับทั้งสองบริษัทอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปลี่ยนความสนใจของภาคเอกชนให้ไปสู่โครงการลงทุนและความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม อันจะช่วยสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย และเสริมบทบาทประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางธุรกิจ และการเชื่อมโยงตลาดของภูมิภาค
>> ดส.ล่อซื้อ “พอตเค” รวบหัวจ่ายย่านห้วยขวาง ยึด 15 หัวพร้อมไอซ์
15.00 น. ตำรวจ กก.ดส.บช.น. เปิดปฏิบัติการล่อซื้อจับกุมชายวัย 30 ปี หลังสืบทราบว่ามีพฤติการณ์เป็นผู้จำหน่ายยาเสพติดระดับ “หัวจ่าย” ในพื้นที่ห้วยขวาง โดยมีวัยรุ่นและนักท่องเที่ยวกลางคืนเป็นกลุ่มลูกค้า เจ้าหน้าที่จึงวางแผนติดต่อล่อซื้อหัวบุหรี่ไฟฟ้า (พอตเค) ก่อนนัดหมายส่งมอบสินค้า กระทั่งผู้ต้องหาเดินทางมาตามจุดนัดหมาย ภายในซอยประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ
เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น พบหัวพอตเคจำนวน 15 หัว และยาไอซ์จำนวนหนึ่ง ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าสะพายข้าง จึงควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ยาเสพติดที่ตรวจพบเป็นของตนเอง
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไ
>> กทม. สั่งให้ออกราชการเพิ่มอีก 1 ราย พฤติการณ์เอื้อประโยชน์นายหน้า แจ้งย้ายเด็กต่างด้าวเข้าแฟลตดินแดง สวมสิทธิบัตรชมพู
16.24 น. พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการขยายผลปฏิบัติการ "กวาดบ้านกลางกรุง" ตรวจค้นและจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตออกบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู เลขขึ้นต้นด้วย 7) ให้กับกลุ่มคนต่างด้าวในพื้นที่ย่านดินแดงว่า ล่าสุด ผู้อำนวยการเขตดินแดงได้มีคำสั่งให้ลูกจ้างประจำกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตดินแดง ออกจากราชการไว้ก่อน เพิ่มเติมอีก 1 ราย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
สำหรับลูกจ้างประจำรายนี้ มีพฤติการณ์ไปร่วมมือกับนายหน้า เอื้อประโยชน์ให้มีการแจ้งย้ายชื่อคนต่างด้าวเข้ามาในทะเบียนบ้านพักอาศัยในแฟลตดินแดง ซึ่งเป็นบ้านของญาติตัวเอง รวมถึงช่วยประสานงานด้านเอกสารการย้ายเข้าในพื้นที่เขตดินแดง เพื่อนำไปสู่การสวมสิทธิจัดทำบัตรสีชมพู ซึ่งตำรวจได้แจ้งข้อหากระทำความผิด ฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แสดงหลักฐานอันเป็นเท็จให้ผู้อื่นมีชื่อในทะเบียนบ้าน และร่วมกันนำเข้าข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
พล.ต.อ.อดิศร์ ระบุว่า การออกคำสั่งดังกล่าวถือเป็นการขยายผลเอาผิดเพิ่มเติม หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีคำสั่งให้ข้าราชการสังกัดฝ่ายทะเบียนออกจากราชการไว้ก่อนแล้วจำนวน 3 ราย เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ซึ่งทั้งหมดถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีในข้อหาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รับรองเอกสารอันเป็นเท็จ และร่วมกันนำเข้าข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
>> ตำรวจแจ้ง 3 ข้อหา "ป้าดา" ปมพิพาทที่ดิน วัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น
17.00 น. พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินการสืบสวน สอบสวนในคดีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ”ป้าดา“ ระบุว่า
ขณะนี้ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น กำลังดำเนินการสืบสวนสอบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับ “ป้าดา” และพวก รวม 3 คดี คือ
1. คดีร่วมกันบุกรุก เหตุเกิดที่วัดป่าอดุลยาราม เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา, 2. คือคดีแจ้งความเท็จ ที่มีเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น มาแจ้งความเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา และ 3. เป็นคดีเกี่ยวกับความผิด ม.112
ในส่วนคดีร่วมกันบุกรุกนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พิสูจน์ทราบตัวบุคคลตามคลิปที่ปรากฏนั้น รวมทั้งหมด 16 คน ออกหมายเรียกไปแล้วทั้งหมด 7 คน 1 ใน 7 คน รวมป้าดาด้วย โดยตามหมายเรียก ตำรวจนัดมาพบตำรวจในวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ซึ่งทั้งหมด 16 คน เป็นกลุ่มบุคคลที่ร่วมกับป้าดา เข้ามาร่วมกันบุกรุกที่วัด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนในกลุ่มของพยานทางฝั่งของวัด และคนที่เป็นผู้รับจ้างมาเทปูน มาส่งท่อ ได้สอบสวนเจ้าของร้านวัสดุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงคนขับรถส่งวัสดุที่ยังไม่มา แต่มีการติดต่อมาแล้วว่า เสร็จธุระที่บ้านจะมาให้ปากคำ จึงฝากถึงบุคคลที่ปรากฏตามคลิป หากเห็นภาพตัวเองปรากฏ ให้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำ
ในส่วนของคดีแจ้งความเท็จ ตำรวจได้รับแจ้งจากทางเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น ที่เข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนนัดสอบปากคำในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ รวมทั้งได้ติดต่อขอสอบปากคำในส่วนของพยาน 2 คน ที่ลงชื่อพยานแล้วด้วยการออกหมายเรียกให้มาพบ
และในส่วนของคดีเกี่ยวกับความผิด ม.112 ที่มีประชาชนชาวจังหวัดขอนแก่น มาแจ้งความเอาผิดกับบุคคลที่กล่าวอ้างเบื้องบนตามคลิปพร้อมพวก หลังรับแจ้งความก็จะมีการนำเรียนไปยังผู้บังคับบัญชาตามลำดับ หลังจากนั้นจะมีสำนักงานตำรวจ ให้แนวทางปฏิบัติในการดำเนินคดี เพื่อป้องกันการที่จะให้บุคคลถูกกลั่นแกล้งในเรื่องของคดีความมั่นคง และขอยืนยันว่า พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ปฏิบัติตามขั้นตอนตามคำสั่งโดยเคร่งครัด
ในกรณีของป้าดาและกลุ่มชายฉกรรจ์ ที่ร่วมกันบุกรุกวัดป่าอดุลยารามนั้น มีความผิดในข้อหาอื่น หรือความผิดอั้งยี่และซ่องโจรหรือไม่นั้น ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า การกระทำที่เกี่ยวข้องกับการร่วมกันบุกรุกวัดนั้น มีบุคคลที่ปรากฏตามคลิปมากกว่า 5-10 คน เป็นการกระทำความผิดอาญา แต่ในส่วนของเจตนานั้น ก็จะต้องพิสูจน์เจตนาว่าที่ร่วมกันมาเพื่อทำการบุกรุกวัดแต่ต้นหรือไม่ ซึ่งถ้าหากรวบรวมพยานหลักฐานแล้ว ชี้ถึงเจตนาในการมาร่วมกันบุกรุกและรวมตัวกันเกินกว่าห้าคนขึ้นไป ก็จะเรียกให้มารับทราบข้อหา ที่สามารถจะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในข้อหาอั้งยี่และซ่องโจรได้
>> เด็กชายวัย 13 ปี พลัดจมหายแม่น้ำปิง นายกจอย รุดลงพื้นที่ สั่งเร่งค้นหา จ.ตาก
17.40 น. องค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุเด็กชายวัย 13 ปี พลัดจมหายขณะลงเล่นน้ำบริเวณหน้าศาลเจ้าปุงเถ้ากง อำเภอเมืองตาก เบื้องต้นเด็กชายมากับเพื่อนรวม 3 คน ก่อนพลัดจมหายบริเวณร่องน้ำลึก เพื่อนพยายามช่วยแต่ไม่สำเร็จ หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบจ.ตาก เข้าพื้นที่ทันที
ต่อมาเวลา 19.24 น. นางอัจฉรา ทวีเกื้อกูลกิจ นายก อบจ.ตาก (นายกจอย) พร้อมด้วยนายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก เขต 1 ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ พร้อมสั่งการให้นำเรือ 2 ลำ เข้าสนับสนุนการค้นหา และจะเปิดไฟบริเวณ “สะพานแขวน” ตลอดทั้งคืน จนกว่าเจ้าหน้าที่จะยุติภารกิจ
ขณะนี้การค้นหายังคง ปฏิบัติการค้นหาอย่างต่อเนื่อง ขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกนาย และขอให้พบตัวเด็กชายโดยเร็ว
>> ตำรวจภูธรภาค 5 บูรณาการกำลังลุยน้ำท่วมน่าน ตั้งโรงครัวพระราชทาน–ส่งอาหารและถุงยังชีพถึงประชาชน
17.58 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (ผบช.ภ.5) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยและน้ำท่วมฉับพลันที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีความห่วงใยในความปลอดภัย สวัสดิภาพ และความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบภัย จึงได้สั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 5 เร่งบูรณาการกำลังทุกหน่วยในพื้นที่ เข้าช่วยเหลือประชาชนและบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเต็มกำลัง พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
พล.ต.ท.กฤตธาพลฯ กล่าวว่า ตำรวจภูธรภาค 5 ได้ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่านอย่างต่อเนื่อง โดยจัดตั้ง โรงครัวพระราชทาน ในพื้นที่อำเภอเมืองน่านและอำเภอปัว เพื่อประกอบอาหารปรุงสุกใหม่ ถูกสุขอนามัย มากกว่า 300 กล่องต่อมื้อ สำหรับแจกจ่ายให้แก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังได้จัดถุงยังชีพจำนวน 300 ชุด ประกอบด้วยข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องอุปโภคบริโภค น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็น โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและตำรวจจิตอาสาได้ลุยน้ำเข้าถึงชุมชนและบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมขัง เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือถึงมือประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ไม่สามารถเดินทางออกมารับความช่วยเหลือได้ตามปกติ ทั้งนี้ ตำรวจภูธรภาค 5 ได้เปิดจุดรับบริจาคสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคจากพี่น้องประชาชน ระหว่างวันที่ 19-22 สิงหาคม 2569 ณ จุดประชาสัมพันธ์ (โต๊ะสิบเวร) อาคารที่ทำการตำรวจภูธรภาค 5 อำเภอเมืองเชียงใหม่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อส่งมอบให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดน่านและพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 5
>> เพลิงไหม้ในห้องพัก บนอพาร์ทเมนท์ เสียหายเกือบทั้งห้อง
19.50 น. ปภ.สมุทรสาคร รับแจ้งเหตุ เพลิงไหม้ภายในห้องพักอาศัย ชั้น 3 ภายในโครงการ พื้นที่ ม.1 ต.คอกกระบือ อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร
ลักษณะที่เกิดเหตุ สถานที่เกิดเหตุเป็นห้องพักอาศัย ซึ่งอาคารแห่งนี้มีจำนวน 4 ชั้น โดยเพลิงได้ลุกไหม้จากบริเวณด้านหลังตู้เย็น และลุกลามไปยังพื้นที่บริเวณข้างเคียงภายในห้องพักอาศัย ทำให้ตู้เย็น ตู้เสื้อผ้า และเงินสดที่อยู่บริเวณข้างเคียงได้รับความเสียหายบางส่วน (ประมาณร้อยละ 20 ของพื้นที่ภายในบริเวณที่เกิดเหตุ) ซึ่งขณะเกิดเหตุไม่มีผู้พักอาศัย
ทั้งนี้ สาเหตุการเกิดเพลิงไหม้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง การเข้าระงับเหตุ: ทต.คอกกระบือ มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร และเพื่อนบ้านข้างเคียง ได้ร่วมกันใช้ถังดับเพลิงเข้าระงับเหตุ โดยสามารถควบคุมเพลิงให้สงบได้ เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. โดยทั้ง 2 หน่วยงานข้างต้น ยังได้นำรถดับเพลิง จำนวน 1 คัน รถตรวจการณ์ จำนวน 1 คัน และกำลังเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมช่วยเหลือและตรวจสอบเหตุ ณ จุดเกิดเหตุด้วย
จากการตรวจสอบเบื้องต้น: ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนมูลค่าความเสียหายทั้งหมดอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น: ทต.คอกกระบือ และ สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้เข้าให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว สำนักงาน ปภ. จ.สมุทรสาคร จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าให้ความช่วยเหลือตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
>> ปภ.ส่ง Cell Broadcast แจ้งเตือนฝนตกหนัก จ.สุโขทัย อ.ศรีสำโรง อ.คีรีมาศ ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง
21.58 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้ง “มีฝนตกหนักในพื้นที่ อ.คีรีมาศ อ.ศรีสำโรง และยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง ในพื้นที่ริมคลอง/ลำน้ำ ที่ลุ่มต่ำและที่ลาดเชิงเขา โดยเฉพาะ ต.นาเชิงคีรี ต.ศรีคีรีมาศ ต.บ้านน้ำพุ ต.บ้านป้อม ต.โตนด อ.คีรีมาศ และ อ.ศรีสำโรง และพื้นที่ใกล้เคียง ให้ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถ เก็บทรัพย์สินมีค่าและเอกสารสำคัญ ระวังไฟฟ้าดูด ดูแลกลุ่มเปราะบาง"
ปภ. จึงได้ร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ส่งข้อความแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast แจ้งเตือนฝนตกหนัก
-ต.นาเชิงคีรี ต.ศรีคีรีมาศ ต.บ้านน้ำพุ ต.บ้านป้อม ต.โตนด อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย - อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย
>> รถนั่งส่วนบุคคลชนกับรถจักรยานยนต์ กลางถนนสุวรรณศร มีผู้เสียชีวิต 2 ราย จ.สระแก้ว
22.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระแก้ว ได้รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคคลชนกันรถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต บนถนนทางหลวงหมายเลข 33 ถนนสุวรรณศร ช่วงแยก ธนาคาร ธกส. ในพื้นที่ อ.เมือง จ.สระแก้ว
ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล ฮฮนด้า ซีวิค สีดำ ป้ายทะเบียน สระแก้ว ลักษณะชนกับ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีแดง ป้ายทะเบียน ฉะเชิงเทรา ตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นผู้ชาย และผู้หญิง ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวน
>> หนุ่มวัย 41 ปีขี่รถจักรยานยนต์ เสียหลักชนเสาไฟข้างทาง บาดเจ็บสาหัส กู้ชีพ - กู้ภัยเร่งทำ CPR แต่ไม่เป็นผล จ.ปทุมธานี
23.10 น. ม.ร่วมกตัญญู แจ้งเบื้องต้น มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ เสียหลักชนเสาไฟฟ้า และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ภายในซอยวัดหนองปรง ถนนปทุมธานี - บางคูวัด ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี
ที่เกิดเหตุ บริเวณใต้เสาไฟฟ้า พบร่างของผู้บาดเจ็บ 1 ราย มีอาการสาหัส ทางเจ้าหน้าที่อาสากู้ชีพ - กู้ภัยเร่งช่วยเหลือด้วการปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 41 ปี
ห่างออกไป พบรถจักรยานยนต์ ยังไม่ทราบรายละเอียด จมอยู่ในคูน้ำข้างทาง ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปทุมธานี
>> แผ่นดินไหว ขนาด 6.6 ภายในพื้นที่ของ ประเทศเปรู
01.00 น. วันที่ 21 สิงหาคม 2569 กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 6.6 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของ ประเทศเปรู Central Peru (14.54S,73.48W) ไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ไม่เข้าเกณฑ์การแจ้งเหตุผ่านระบบ Cell Broadcast
21 สิงหาคม 2569
21 สิงหาคม 2569