24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 10 สิงหาคม 2569
>> เพลิงไหม้โรงงานผลิตชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ ใน จ.ราชบุรี เจ้าหน้าที่เร่งควบคุมเพลิง
05.30 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตและจำหน่ายอะไหล่ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ ริมถนนแสงชูโต เจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิงกว่า 20 คัน พร้อมรถฉีดโฟมเข้าควบคุม ที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง จากบริเวณโกดัง ด้านหลังโรงงาน ควันดำพวยพุ่งขึ้นเต็มท้องฟ้า เจ้าหน้าที่ต้องระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงจากหลายด้าน เพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ข้างเคียง ใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง จึงจำกัดวงเพลิงได้ โครงหลังคาพังเสียหายเกือบทั้งหมด
ทางด้านอำเภอบ้านโป่ง สนง.ปภ.จ.ราชบุรี เทศบาลเมืองท่าผา อบจ.ราชบุรี และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงพร้อมรถน้ำและหน่วยงาน อปท.ทุกแห่งในพื้นที่อำเภอบ้านโป่ง ภาคเอกชน และประชาชน ในพื้นที่ใกล้เคียงเข้าให้การช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว
สถานการณ์ อยู่ระหว่างฉีดน้ำสกัดกั้นและควบคุมเพลิงไม่ให้ขยายวงกว้าง ความเสียหาย เป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ วัสดุในการผลิตส่วนใหญ่เป็น กระดาษ กับพลาสติก มูลค่าความเสียหายและสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้อยู่ระหว่างการตรวจสอบและสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต
>> รถเอนกประสงค์ชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ถนนทางหลวงหมายเลข 33 จ.นครนายก
07.15 น. รับแจ้งจาก สภ.ปากพลี มีอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคคล ชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต บนถนนทางหลวงหมายเลข 33 ใกล้เคียงด่านตรวจปากพลี ในพื้นที่ อ.ปากพลี จ.นครนายก
ที่เกิดเหตุ พบรถอเนกประสงค์ โตโยต้า ฟอร์จูเนอร์ สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนกับ รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า สีโอ สีขาว ป้ายทะเบียน นครนายก ตรวจสอบพบว่า มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นผู้ชาย และผู้หญิง ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวน
>> รถจักรยานยนต์จอดติดสัญญาณไฟแดง ถูกรถบรรทุกสินค้า 6 ล้อ ขับตามหลังชนแล้วทับร่าง คุณป้าวัย 62 ปีเสียชีวิต จ.ขอนแก่น
08.45น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านเป็ด ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุ รถบรรทุกชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้บาดเจ็บสาหัส บริเวณแยกบ้านทุ่ม ตำบลบ้านทุ่ม อำเภอเมืองขอนแก่น
ที่เกิดเหตุ พบบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ ป้ายทะเบียน ขอนแก่น จอดเลนซ้ายในช่องทางหลัก สภาพหน้ารถพังเสียหาย และพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ 100 สีเทา ป้ายทะเบียน ขอนแก่น ล้มคว่ำ โดยมีร่างของผู้หญิงไทย อายุ 62 ปี ชาวอำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น นอนเสียชีวิตใต้ท้องรถ แพทย์เวรจากภาคนิติเวช โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ได้เข้าชันสูตร ก่อนให้มูลนิธิสว่างขอนแก่นสามัคคีอุทิศ นำร่างไปเก็บที่ภาควิชานิติเวช เพื่อจะได้ให้ญาติติดต่อไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี
จากการสอบถาม ชายไทย อายุ 41 ปี คนขับรถบรรทุก เปิดเผยว่า ตนเองกำลังจะขับรถเข้าไปยังตัวเมือง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถได้เบรกแตกไม่สามารถหยุดรถได้ จากนั้นได้หักเข้าเลนซ้ายสุด ก่อนที่จะไปชนท้ายรถจักรยานยนต์ที่จอดติดสัญญาณไฟแดง จนทำให้มีเสียชีวิตดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ คุมตัวไปสอบสวนเพิ่มเติม และจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
>> นายกฯ Kick Off “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” ช่วยประชาชนเข้าถึงเงินทุน ลดพึ่งหนี้นอกระบบ สร้างอาชีพ–เพิ่มรายได้
10.30 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ นำไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ โดยรัฐบาลจัดสรรงบประมาณกว่า 4,452 ล้านบาท ผ่านกองทุนหมู่บ้านและชุมชนทั่วประเทศ 79,610 กองทุน
นายกฯ กล่าวว่า ปัญหาของประชาชนจำนวนมากไม่ได้อยู่ที่ไม่มีความสามารถหรือไม่มีอาชีพ แต่อยู่ที่ “ขาดทุนตั้งต้น” หรือเข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ จนต้องหันไปพึ่งเงินกู้นอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูง โครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” จึงนำเงินทุนเข้าไปใกล้ประชาชน ผ่านกองทุนทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียน ให้สมาชิกสามารถนำไปต่อยอดอาชีพ ลงทุนค้าขาย หรือสร้างรายได้ให้ครอบครัว โดยมีภาระดอกเบี้ยลดลงตามแนวทางของโครงการ
นายกฯ ย้ำว่า เป้าหมายของรัฐบาลคือทำให้คนที่อยากทำมาหากินมีโอกาสเข้าถึงทุนในระบบ เงินกว่า 4.4 พันล้านบาทที่ลงไปในกองทุนทั่วประเทศต้องเปลี่ยนเป็นทุนประกอบอาชีพ รายได้ของครอบครัว และเงินหมุนเวียนในชุมชน เมื่อคนตัวเล็กเข้าถึงทุนได้ เศรษฐกิจฐานรากก็มีโอกาสเติบโตไปพร้อมกัน พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ผลักดันโครงการให้เข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึงและเกิดผลเป็นรูปธรรม
>> ก.กลาโหม รับ ทหารยศร้อยโท คลั่งบนเครื่องบิน "มีอาการ ป่วยจิตเวช" ต้นสังกัดส่งบำบัดรักษา
11.01 น. จากกรณีเหตุการณ์ระทึก หลังผู้โดยสารชายมีอาการคลุ้มคลั่งบนเที่ยวบินจากประเทศมาเลเซียเดินทางมายังสนามบินดอนเมือง สร้างความตกใจให้กับผู้โดยสารและลูกเรือ ก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้าควบคุมสถานการณ์หลังเครื่องลงจอดอย่างปลอดภัย
พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ชี้แจงถึง กรณีทหารยศร้อยโท สังกัด สำนักนโยบายและแผนกลาโหม กระทรวงกลาโหม มีอาการคุ้มคลั่งบนเครื่องบินพาณิชย์ ว่า ในขั้นต้น ทหารคนดังกล่าวมีอาการป่วยทางจิตเวช มาจากภาวะส่วนตัว และเดิมอยู่ระหว่างการบำบัดรักษาอยู่แล้ว แต่อาการกำเริบบนเครื่อง ตามที่ปรากฏเป็นข่าว จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางหน่วยงานได้ส่งตัวไปยังโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เพื่อดูอาการและบำบัดรักษาต่อไป
สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว มีการโพสต์คลิปในโซเชียล ที่ผู้โดยสารชายรายหนึ่งบนเครื่องบินจากมาเลเซียไปดอนเมือง ตะโกนโวยวายพยายามให้เครื่องบินลงจอด จนลูกเรือต้องเข้าไปควบคุมตัวให้สงบสติอารมณ์ ต่อมาทราบว่าชายดังกล่าวเป็นทหารในสังกัดกระทรวงกลาโหม
>> เหตุยิงกันและมีผู้บาดเจ็บ ภายในสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี
12.03 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุยิงกันภายในสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี (อบจ.นนทบุรี) อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุและเร่งเข้าตรวจสอบพื้นที่
เบื้องต้นมีรายงานว่า ผู้ถูกยิงคือ พ.ต.อ.ธงชัย นายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี โดยถูกยิงภายในที่ทำการ อบจ.นนทบุรี ก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้าควบคุมสถานการณ์และตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ส่วนผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นมีรายงานว่า คือ นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.นนทบุรี อย่างไรก็ตาม รายละเอียดและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ รวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงสอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ เพื่อเร่งหาสาเหตุ แรงจูงใจ และลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> รัฐบาลสั่งตั้งวอร์รูม 24 ชั่วโมง รับมือน้ำท่วม - ภัยแล้งภาคเหนือ ให้ผู้ว่าฯ ลุยช่วยประชาชนหน้างานได้ทันที
12.58 น. ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือว่า นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคเหนือ ได้มีข้อสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับรูปแบบการทำงานเข้าสู่การบริหารจัดการเชิงรุก เพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวนขั้นสุด
ทั้งนี้ จากการประเมินสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าความเสี่ยงของภาคเหนือในขณะนี้ มีความท้าทายแบบทับซ้อน ทั้งฝนตกหนัก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และปัญหาภัยแล้งในบางพื้นที่ จึงสั่งการให้ทุกจังหวัดเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ โดยให้ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ย่อย และสแตนด์บายทั้งกำลังคน เครื่องจักรกล และรถสูบน้ำ พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งหากพื้นที่ใดทรัพยากรไม่พอ ให้ดึงกำลังทหารและศูนย์ ปภ. เขต เข้าเสริมทันที
นอกจากนี้ ในข้อสั่งการดังกล่าว ยังกำชับเรื่องการประเมินความเสี่ยง โดยหากประเมินแล้วพบว่ามีความเสี่ยงภัยสูง ให้จังหวัดพิจารณาใช้เงินทดรองราชการกรณีฉุกเฉินได้ทันที เพื่อบรรเทาความเสียหายล่วงหน้า และต้องไม่ปล่อยให้ระเบียบหรือขั้นตอนทางราชการกลายเป็นอุปสรรคต่อการช่วยเหลือประชาชน โดยให้เน้นการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเป็นอันดับแรก ๆ หากสถานการณ์รุนแรงจนต้องมีการอพยพ
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังระบุถึงมาตรการระยะยาวว่า สำหรับพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง รัฐบาลได้สั่งการให้เร่งประเมินน้ำต้นทุน และสำรองน้ำอุปโภคบริโภค รวมทั้งประสานเกษตรกรปรับแผนการเพาะปลูก ส่วนกรณีหลังเกิดเหตุอุทกภัย ให้เจ้าหน้าที่ปูพรมสำรวจและเร่งจ่ายเงินเยียวยาฟื้นฟูโดยเร็วที่สุด เพื่อคืนชีวิตปกติให้ประชาชนให้ได้ไวที่สุด
>> เปิดใจ "นายฉลอง" อดีต สส. ผู้ก่อเหตุยิง นายก อบจ.นนทบุรี สางปมเหตุทวง 11 ล้านบาท อีกฝ่ายปฏิเสธพูดคุย
13.00 น. ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี เปิดใจถึงแรงจูงใจก่อเหตุยิงนายก อบจ.นนทบุรี อ้างสางปม 11 ล้านบาท ที่เคยช่วยเหลือกันมานาน หลังตัวเองประสบปัญหาทางการเงินและมีภาระค่ารักษาพยาบาล จึงต้องการขอเงินส่วนที่เคยออกให้กลับคืน แต่คู่กรณีไม่ยอมพูดคุย และปะทะคารมกันภายในห้องทำงาน ก่อนจึงตัดสินใจลงมือก่อเหตุ
นายฉลอง เล่าว่า แรงจูงใจและมูลเหตุในการก่อเหตุครั้งนี้ เกิดมาจาก พ.ต.อ.ธงชัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ยืมเงิน 11 ล้านบาท ใช้ลงสมัครหาเสียงทางการเมือง ปี 2551 และเคยช่วยเหลือในฐานะเพื่อนและคนรู้จักหลายครั้ง โดยไม่เคยคิดทวงถามหรือเรียกร้องสิ่งตอบแทน ไม่เคยติดใจ เพราะมองว่าเป็นการช่วยเหลือเพื่อน
กระทั่งตัวเองประสบปัญหาด้านสุขภาพ ต้องเสียค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก และไม่มีรายได้เหมือนเดิม จึงตัดสินใจติดต่อคู่กรณี ขอให้ช่วยรับผิดชอบเงินที่ยืมไป โดยยืนยันว่าต้องการเพียงพูดคุยและหาทางตกลงกัน แต่เมื่อพยายามพูดคุย กลับเกิดการโต้เถียงและคู่กรณีไม่ยอมเจรจา ก่อนเดินออกจากห้อง นายฉลองจึงเดินตามไปที่รถและพยายามเรียกให้กลับมาพูดคุยกัน
นายฉลอง อ้างว่า ในจังหวะนั้น ตัวเองเห็นคนขับรถของ นายก อบจ. ชักปืนออกมา ตัวเองจึงตัดสินใจป้องกันตัว ไม่ได้มีเจตนาจะยิงให้ถึงแก่ชีวิต เพราะหลังเกิดเหตุ นายฉลองอ้างว่าเห็นคู่กรณีวิ่งออกไป และคิดว่าได้รับบาดเจ็บไม่มาก จึงไม่ได้ติดตาม ก่อนตัดสินใจนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างเข้ามอบตัว พร้อมกล่าวขอโทษประชาชนชาวนนทบุรี รวมถึงนายก อบจ.นนทบุรี และครอบครัว
ทั้งนี้นายฉลองยังได้กล่าวอ้างถึงเรื่องของการช่วยเหลือการเข้ารับตำแหน่งข้าราชการระดับผู้กำกับการ การช่วยเหลือทางการเมือง ได้อ้างถึงนักการเมืองบุคคลที่ 3 ที่คอยเข้ามาช่วยเหลือเรื่องนี้ด้วย ทั้งนี้ คำให้การทั้งหมดเป็นคำกล่าวอ้างของนายฉลอง ขณะที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนและตรวจสอบพยานหลักฐาน เพื่อหาข้อเท็จจริงของเหตุการณ์และดำเนินคดีตามกฎหมาย
>> แพทย์ยืนยัน “นายก อบจ.นนทบุรี” เสียชีวิตแล้ว
14.36 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้ากรณี นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ได้บุกยิง นายกองค์การบริหารส่วนบริการจังหวัดนนทบุรี หน้าที่สำนักงาน นายก อบจ.นนทบุรี เนื่องจากสาเหตุการทวงหนี้ 11 ล้านบาท และการส่ง สส. ลงสมัครเลือกตั้งครั้งล่าสุด นอกจากนี้ ยังมีคนขับรถของ พ.ต.อ.ธงชัย ได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วย
ล่าสุด นายแพทย์สกล สุขพรหม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ยืนยันว่า นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิตแล้ว โดยถูกกระสุนยิงเข้าที่บริเวณลำคอซึ่งมีหลอดเลือดแดงอยู่ จึงทำให้เสียเลือดเป็นจำนวนมาก ซึ่งระหว่างการรักษาแพทย์ได้ให้เลือดและเกล็ดเลือดไปมากกว่า 20 ถุง อีกทั้งผู้บาดเจ็บมีการรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด รวมถึงมีอายุเยอะ จึงเป็นอีกปัจจัยในการรักษา ซึ่งแพทย์ให้การรักษาอย่างเต็มที่ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
>> นายกฯ เปิดงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 เดินหน้าส่งเสริมสินค้า ขยายโอกาสสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ
15.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เปิดงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยกล่าวว่า งานครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญที่จะได้ร่วมกันน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของพสกนิกรทั่วทุกภูมิภาค ด้วยการส่งเสริมอาชีพ และสร้างรายได้แก่ราษฎร ควบคู่กับการอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดงานศิลปหัตถกรรมอันทรงคุณค่าของชาติให้คงอยู่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมสืบไป
นายกฯ ย้ำว่า งานนี้ไม่ใช่แค่เวทีจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น แต่เป็นเวทีสืบสานพระราชปณิธาน และเผยแพร่คุณค่าของภูมิปัญญา วัฒนธรรม อัตลักษณ์ไทย รวมทั้งแสดงศักยภาพของผู้ผลิตและผู้ประกอบการชุมชนไทย ตลอดจนสะท้อนความสำเร็จของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
ทั้งนี้ รัฐบาลพร้อมสนับสนุนการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาผสานกับทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อยกระดับสินค้า OTOP ไทยให้มีคุณภาพ มาตรฐาน และศักยภาพในการแข่งขันสูงขึ้น เพิ่มโอกาสในการเข้าสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่ผู้ประกอบการชุมชนอย่างทั่วถึง พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพและสินค้า OTOP เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ให้มีความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
>> ลักลอบทำบั้งไฟห่างโรงเรียนเพียง 50 เมตร ระเบิดสนั่น ไฟไหม้หวิดวอดทั้งหลัง เจ็บ 2 ราย
15.00 น. ศูนย์วิทยุกู้ภัยหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุบั้งไฟระเบิด มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดภายในบ้านเช่า พื้นที่หมู่ 4 บ้านห้วยไข่เน่า ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากโรงเรียนห้วยไข่เน่าประมาณ 50 เมตร
ที่เกิดเหตุ เป็นบ้านสร้างด้วยเพิงสังกะสี ภายในมีร่องรอยถูกแรงระเบิด เพลิงไหม้ จนได้รับความเสียหายเกือบทั้งหลัง เจ้าหน้าที่พบอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับทำบั้งไฟ รวมถึงวัสดุต่าง ๆ กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณบ้าน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย รายแรกคือ ชายไทย อายุ 36 ปี ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลถูกไฟลวก มีร่องรอยแผลไหม้เบิร์นตามร่างกาย เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณอย่างเร่งด่วน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีกราย เป็นชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 40-50 ปี ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลบริเวณแขนและแผ่นหลัง โดยเจ้าหน้าที่ได้ให้การปฐมพยาบาลในเบื้องต้น แต่ไม่ได้ส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล
ด้าน คนงานที่ทำบั้งไฟ เปิดเผยถึงเหตุการณ์ว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนและผู้ได้รับบาดเจ็บกำลังนั่งทำบั้งไฟอยู่ภายในบ้าน ขณะนั้นกำลังผสมและร่อนดินปืนเพื่อเตรียมทำบั้งไฟ จากนั้นตนได้ลุกเดินออกมาด้านนอกของบ้าน เมื่อหันหลังออกมาได้ไม่ถึงเสี่ยวนาที ก็เกิดประกายไฟขึ้น แล้วมีเสียงระเบิดขึ้นดังสนั่น ก่อนเพลิงจะลุกไหม้ลามภายในบ้านอย่างรวดเร็ว หลังเกิดเหตุ ตนจึงรีบนำถังดับเพลิงมาช่วยระงับไฟ เพื่อไม่ให้เพลิงลุกลามไปยังบริเวณโดยรอบ ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าอาจเกิดจากประกายไฟขณะกำลังผสมและร่อนดินปืน จนเกิดการติดไฟและระเบิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ รวมถึงอุปกรณ์และวัสดุที่ใช้ในการทำบั้งไฟอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุระเบิดในครั้งนี้ต่อไป
>> "อนุทิน" ลั่นดำเนินคดี "นายฉลอง" ไม่มีข้อยกเว้น
16.20 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณี นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ก่อเหตุบุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ว่า "ก็ดำเนินคดีอย่างเต็มที่ ไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทราบมาว่าทางพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว ส่วนเรื่องการทำคดีจะดำเนินการอย่างเต็มที่ ซึ่งหนึ่งในคดีจะต้องมีข้อกล่าวหาพกพาอาวุธปืนอย่างที่ตนเคยพูดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ว่าการพกพาอาวุธปืนต่อให้มีทะเบียนก็ไม่สามารถทำได้"
ส่วนกรณีผู้ก่อเหตุเป็นอดีตนักการเมืองนั้น นายอนุทิน ส่ายศรีษะพร้อมกล่าวต่อว่า เป็นใครไม่สนใจ เพราะตอนนี้เป็นฆาตกร
นักข่าวถามต่ออีกว่า นายฉลองลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยแล้วใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวเพียงสั้นๆว่า "ตนไม่เคยเจอตั้งนานแล้ว จึงไม่ทราบว่าลาออกแล้วหรือเปล่า เพราะไม่ได้มีบทบาทใดๆในพรรค"
>> กกต.นนท์ พร้อมเลือกตั้งนายก อบจ.นนท์ ภายใน 60 วัน
16.40 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวชุลีพร ชาญใบพัด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนนทบุรี สอบถามถึงกรณีตำแหน่ง นายก อบจ.นนทบุรี ว่างลง จากเหตุการณ์ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี (นายก อบจ.นนทบุรี) ถูกยิงเสียชีวิต ระบุว่า กกต.จะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งตำแหน่งที่ว่างภายใน 60 วัน หรือภายในวันที่ 9 ตุลาคม 2569 นับจากวันที่เสียชีวิต ส่วนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรียังอยู่ เลือกตั้งใหม่เฉพาะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ตำแหน่งเดียวเท่านั้น
เบื้องต้นได้หารือคุยกับนายณัฐภูมิ นนทสิริกุล ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี (ปลัดอบจ.นนทบุรี) ในฐานะที่จะเป็นผู้อำนวยการการเลือกตั้งท้องถิ่นแล้ว ในเรื่องกำหนดวันเลือกตั้ง แต่จะต้องหารือกันอีกครั้งเนื่องจากมีข้อกำหนดหลายเรื่อง แต่ก็จะเร่งประกาศวันรับสมัครและกำหนดวันเลือกตั้งให้เร็วที่สุด
"ทั้งนี้หลังจาก นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต รองนายก อบจ.นนทบุรี ทั้ง 3 คน จะพ้นตำแหน่งไปด้วยทันที ผู้รักษาราชการแทนนายก อบจ.นนทบุรี คือ ปลัดอบจ.นนทบุรี" นางสาวชุลีพร กล่าว
>> ตำรวจ นำหมายศาลเข้าค้นบ้านพักของ "นายฉลอง" เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและวัตถุพยานเพิ่มเติมแล้ว
18.40 น. ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี เจ้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ ภ.จ.นนทบุรี นำโดย พ.ต.อ.ศุภชัย ศรีศักดิ์ ผกก.สส.ภ.จ.นนทบุรี พร้อมด้วยตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ ได้ควบคุมตัว นายฉลอง เรี่ยวแรง ผู้ต้องหา ออกจากห้องควบคุมผู้ต้องหา สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อไปตรวจค้นที่บ้านพัก ที่ซอยวัดบางแพรกใต้ ถนนนนทบุรี 1 ต.สวนใหญ่ อ.เมืองนนทบุรี โดยตำรวจได้ใส่กุญแจมือนายฉลอง ขึ้นรถตำรวจไป
โดยผลการตรวจค้นพบกระสุนปืน ขนาด 11 มม.จำนวน 40 นัด และขนาด 9 มม.จำนวน 18 นัด ส่วนอาวุธปืนที่รพบว่ามีการจดครอบครองทั้งหมดจำนวน 9 กระบอกแต่ว่าได้ขายไปแล้วจำนวน 8 กระบอก เหลือเพียง 1 กระบอกที่ใช้ยิง นายก อบจ.เสียชีวิตเท่านั้น
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
20.30 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.9 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ประมาณ 72 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> แก๊สหุงต้มรั่วไหล ภายในแฟลตคลองจั่น 15 จนท.เร่งปิดวาล์วและระบายแก๊ส
21.35 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุ แก๊สหุงต้มรั่วไหล สถานที่เกิดเหตุ แฟลตคลองจั่นอาคาร 15 ซอยเสรีไทย 7 ถนนเสรีไทย แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นแก๊สหุงต้ม ขนาด 4 กิโลกรัม เกิดการรั่วไหล จำนวน 1 ถัง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการปิดวาล์วและระบายแก๊สเป็นที่เรียบร้อย ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหัวหมาก
>> หนุ่มขับขี่รถจักรยานยนต์ ชนกับรถพ่วง เสียชีวิตกลางถนน ซอย 9 สาย 13 นิคมพัฒนา จ.ระยอง
22.17 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างพรกุศลระยอง รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถพ่วง และมีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนซอย 9 สาย 13 พื้นที่ตำบลพนานิคม อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง
ในที่เกิดเหตุพ บรถจักรยานยนต์เวสป้า สปริ้นท์ สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน ระยอง ล้มคว่ำอยู่ในสภาพด้านหน้าพังเสียหายยับเยิน ใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ชาย นอนเสียชีวิตอยู่บนพื้นถนน ตรวจสอบ พบรถพ่วง อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน กรุงเทพมหานคร จอดอยู่สภาพท้ายรถฝั่งขวา มีร่องรอยการชนได้รับความเสียหาย
ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นิคมพัฒนาจะได้เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริง
>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ กลางถนนหทัยราษฎร์ ชายไทยและเด็กชายเจ็บสาหัส กู้ชีพ - กู้ภัยเร่งปั๊มทำ CPR แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตทั้งคู่
00.10 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ ชนกับรถกระบะ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนนหทัยราษฎร์ ช่วงหน้าปั๊มน้ำมัน ใกล้เคียงแยกตัดถนนราษฎร์นิมิตร ในพื้นที่ เขตคลองสามวา กทม.
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ สีแดง-ดำ ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนกับ รถกระบะ โตโยต้า วีโก้ สีขาว ป้ายทะเบียน กทม.
ใกล้กันพบร่างของ ผู้บาดเจ็บ 2 ราย มีอาการสาหัส ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพ - กู้ภัยเร่งช่วยเหลือด้วยการปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมาทั้ง 2 ราย เป็นชายไทย อายุ 36 ปี และ เด็กชาย อายุ 6 ขวบ ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นิมิตรใหม่
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
01.52 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.3 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ประมาณ 57 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> เพลิงไหม้บ้านเรือน และแผงขายสินค้า เสียหายวอด ริมถนนเจษฎาวิถี ใกล้สะพานมหาชัย จ.สมุทรสาคร
02.20 น. สำนักงาน ปภ.จังหวัดสมุทรสาคร เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน บริเวณสี่แยกถนนเจษฎาวิถี (สะพานมหาชัย) ในพื้นที่ ต.มหาชัย อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าลักษณะที่เกิดเหตุ เป็นบ้านพักอาศัยของประชาชน ปลูกสร้างติดกัน และมีแผงจำหน่ายสินค้าอยู่บริเวณด้านหน้าบ้าน โดยเพลิงได้ลุกไหม้จากบ้านหลังหนึ่ง ก่อนลุกลามไปยังแผงจำหน่ายสินค้าข้างเคียง ทำให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย จำนวน 2 หลังคาเรือน และแผงจำหน่ายสินค้า จำนวน 3 ร้าน คิดเป็นความเสียหายโดยรวมประมาณร้อยละ 50 ของทรัพย์สินภายในบริเวณที่เกิดเหตุ
เจ้าหน้าที่ เทศบาลเมืองสมุทรสาคร, มูลนิธิและอาสาสมัคร ได้นำรถดับเพลิงและกำลังเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการระงับเหตุ ณ จุดเกิดเหตุ โดยสามารถควบคุมเพลิงให้สงบได้เมื่อเวลาประมาณ 04.00 น.
จากการตรวจสอบเบื้องต้น ขณะเกิดเหตุ ไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนมูลค่าความเสียหายทั้งหมดอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ สาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริง อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร
11 สิงหาคม 2569
จากอดีต ผู้ได้รับพระราชทาน อภัยโทษ สู่ผู้รับพระราชทานพัด ป.ธ.6
11 สิงหาคม 2569
11 สิงหาคม 2569
จากอดีต ผู้ได้รับพระราชทาน อภัยโทษ สู่ผู้รับพระราชทานพัด ป.ธ.6
11 สิงหาคม 2569