วันที่ 10 สิงหาคม 2569 เวลา 10:34 น.
วันที่ 10 ส.ค.69 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ ร่วมกันจับกุม นายยุ(นามสมมุติ) อายุ 37 ปี กระทำผิดฐาน “ร่วมกันในข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ,ร่วมกันยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน ฯ” โดยจับกุมได้ บริเวณลานจอดรถหมอชิต 2 ถ.กำแพงเพชร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน 2568 ผู้เสียหายซึ่งเปิดร้านขายอุปกรณ์กีฬาและเครื่องเล่นสนามใน จ.ร้อยเอ็ด ได้ถูกมิจฉาชีพโทรศัพท์มาหลอกลวง โดยปลายสายเป็นหญิงอ้างตัวเป็น"เจ้าหน้าที่ทหาร " สนใจสั่งซื้ออุปกรณ์สนามเด็กเล่น ก่อนจะแอดไลน์ เพื่อส่งเอกสารใบเสนอราคาและตกลงนัดส่งสินค้าในเดือนเมษายน 2568
ต่อมา มิจฉาชีพไลน์อวตาร หลอกถามผู้เสียหายว่าที่ร้านมี "แบริเออร์จราจร" จำหน่ายด้วยหรือไม่ เมื่อผู้เสียหายแจ้งว่าไม่มี มิจฉาชีพจึงออกอุบายว่าให้ผู้เสียหายช่วยเป็นคนกลางสั่งซื้อแบริเออร์จราจรจำนวน 120 ตัว (ตัวละ 8,000 บาท) จากร้านค้าที่ชื่อ "เจ๊นก" โดยให้เปิดบิลรวบยอดมาเก็บเงินทีเดียวพร้อมกับค่าอุปกรณ์สนามเด็กเล่น พร้อมทั้งส่งเอกสารอนุมัติเบิกจ่ายของทางราชการปลอมมาให้ดูเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อติดต่อไปหา "เจ๊นก" ทางร้านอวตารได้ส่งรูปภาพหน้าร้านและแบริเออร์มาให้ดู และแจ้งให้โอนเงินมัดจำก้อนแรก 70,000 บาท และมัดจำเพิ่มอีก 8,400 บาท
จากนั้นได้มีมิจฉาชีพอีกคนโทรมาอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร หลอกลวงให้โอนเงินค่าเปอร์เซ็นต์ส่วนต่าง รวมถึงค่ามัดจำสินค้าเพิ่มเติมเรื่อยๆ โดยขู่ว่าหากไม่โอนเพิ่ม จะไม่ส่งสินค้าและจะไม่คืนเงินมัดจำเดิม ผู้เสียหายอยากได้เงินคืน จึงหลงเชื่อสแกนโอนเงินไปยังกลุ่มบัญชีม้าของมิจฉาชีพหลายครั้ง รวมเป็นเงินสูงถึง 710,000 บาท จากนั้นผู้เสียหายได้ส่งลูกน้องขนส่งสินค้าไปยังค่ายทหารตามนัดหมาย แต่เจ้าหน้าที่ทหารหน้าค่ายไม่อนุญาตให้เข้า และยืนยันว่าทางค่ายไม่เคยสั่งซื้อสินค้าดังกล่าว เมื่อติดต่อไปยังกลุ่มมิจฉาชีพปรากฏว่าถูกปิดช่องทางติดต่อหนีไปทั้งหมด ผู้เสียหายจึงรู้ตัวว่าถูกหลอกและเข้าแจ้งความ
จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง แต่ปฏิเสธไม่มีส่วนในคดีนี้แต่อย่างใด และแจ้งว่ามีเพื่อนที่ทำงานขอยืมบัญชีธนาคารไปใช้รับโอนเงินจากญาติ จากการตรวจสอบประวัติในระบบสารสนเทศสถานีตำรวจ พบว่าบัญชีธนาคารของนายยุ ยังถูกนำไปใช้เป็นบัญชีม้ารองรับเงินในคดีของ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่ ในข้อหา "ฉ้อโกงประชาชน" อีกด้วย
โดยพฤติการณ์ในคดี สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ เกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 มิจฉาชีพได้หลอกลวงผู้เสียหายจากการสั่งซื้อโทรศัพท์มือถือผ่านเฟซบุ๊ก จากนั้นใช้อุบายส่งแชตไลน์อ้างว่าสามารถช่วยติดตามเงินคืนได้ แล้วหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินทำขั้นตอนขอคืนเงินซ้ำๆ ถึง 64 ครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายสูงถึง 8,163,191 บาท เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย