วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เวลา 02:42 น.
จับสาวบัญชีม้า อ้างเป็นตำรวจขู่แลกไม่ดำเนินคดี หลอกเหยื่อโอนเงิน 2.6 แสนบาท
กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) โดย พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.5 บก.ป. ร่วมกันจับกุม น.ส.สุด (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ลงวันที่ 23 มกราคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน หรือเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตน หรือเพื่อกิจการที่เกี่ยวข้อง หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์ สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่านำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีความผิดทางอาญาอื่นใด หรือสนับสนุนการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน” จับกุมได้บริเวณริมถนนหน้าห้องพัก ซอยเมตตาใต้ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ
สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 ได้มีคนร้ายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ใช้โทรศัพท์โทรมาที่ผู้เสียหาย อ้างว่าผู้เสียหายได้กระทำการเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมาย และได้แจ้งว่าผู้เสียหายทำผิด ถ้าไม่อยากถูกดำเนินคดี ต้องโอนเงินเข้ามา เพื่อจะแลกการไม่ดำเนินคดี ผู้เสียหายจึงโอนเงินเข้าบัญชีของ น.ส.สุดารัตน์ฯ (บัญชีม้า)
โอน 1 ครั้ง จำนวน 260,000 บาท เป็นการค่าดำเนินการทุกอย่าง เพื่อจะไม่ถูกกับการถูกดำเนินคดี หลักจากโอนผู้เสียหายได้ติดต่อกับไปคนที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ โทรไปไม่ติด ขาดการติดต่อ ผู้เสียหายรู้ว่าตัวเองถูกหลอกลวง ต่อมาผู้เสียหาย จึงได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ กับพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
โดยก่อนทำการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีมาอยู่ที่บริเวณสถานที่จับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงพื้นที่ และเข้าจับกุมผู้ต้องหา จากนั้นจึงควบคุมตัวผู้ต้องหามาจัดทำบันทึกการจับกุม ที่ กก.5 บก.ป. ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองสิบสอง จ.ปทุมธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดทุกข้อหากล่าวหา