หน้าแรก > อาชญากรรม

ACSC เผยภัยออนไลน์รอบสัปดาห์ทะลุ 177 ล้าน! เปิดเคสบุกช่วยเหยื่อถูกโทรข่มขู่พัวพันคดี-บังคับเปิดห้องพัก ลวงโอนเงินเฉียด 7 แสนบาท

วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 13:47 น.


ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC)  เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 19-25 ก.ค.69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline จำนวน 5,716 คดี มูลค่าความเสียหาย 177,279,547 ล้านบาท ซึ่งคดีที่รับแจ้งรอบนี้เพิ่มขึ้นจากห้วงวันที่ 12-18 ก.ค.69 จำนวน 220 คดี แต่กลับพบว่ามูลค่าความเสียหายลดลง 22 ล้านบาท

ข้อมูลจากทีมวิเคราะห์พบว่า “การหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ” ยังคงเป็นคดีที่มีปริมาณสูงที่สุดและสร้างมูลค่าความเสียหายทางการเงินสูงที่สุดอย่างต่อเนื่อง 
ทั้งนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสเข้าช่วยเหลือเหยื่อที่น่าสนใจ โดยมีมูลค่าสูง อาทิ

เคสที่ 1 ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นหญิง หลังได้รับแจ้งว่าถูกลักพาตัวและข่มขู่ให้โอนเงินโดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงที่พักผู้เสียหาย กลับไม่พบตัว จึงได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนพบว่า ผู้เสียหายได้นั่งวินจักรยานยนต์รับจ้างออกจากห้องพักไปที่โรงแรมอีกแห่งหนึ่งเพียงคนเดียว ตำรวจตามไปที่โรงแรมและยับยั้งการดำเนินการโอนเงิน แต่จากการสอบสวนทราบว่า คนร้ายโทรมาหลอกลวงผู้เสียหายว่าเป็นตำรวจ อ้างว่าตรวจสอบพบผู้เสียหายเป็นเจ้าของบัญชีม้า และข่มขู่ว่าหากไม่โอนเงินมาให้จะถูกดำเนินคดี เสียหายสูญเงินรวมมูลค่าความเสียหายกว่า 699,900 บาท

เคสที่ 2 พื้นที่สภ.รัตนาธิเบศร์ เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นหญิงวัย 68 ปี หลังถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้ร่วมลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึง ผู้เสียหายยังไม่พร้อมพูดคุย เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานและสร้างความเข้าใจผ่านทางผู้เป็นสามี อธิบายให้เข้าใจถึงกลโกงของมิจฉาชีพ และให้หยุดโอนเงินทันที เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แนะนำให้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยคดีนี้พบมูลค่าความเสียหายกว่า 500,000 บาท

จากผลการช่วยเหลือผู้เสียหายของศูนย์ ACSC ในห้วงที่ผ่านมา พบว่าขณะนี้ยังมี นักเรียนและนักศึกษาตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพอย่างต่อเนื่อง โดยมิจฉาชีพจะโทรศัพท์มาแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ข่มขู่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีต่างๆ ก่อนจะหลอกให้แอดไลน์ปลอมเพื่อส่งหมายจับหรือเอกสารราชการปลอม และควบคุมทุกการปฏิบััติผ่านวิดีโอคอล เน้นย้ำไม่ให้บอกเรื่องนี้กับใคร ไม่เช่นนั้น คนใกล้ตัวจะเดือดร้อน และถูกดำเนินคดีไปด้วย 

จากนั้นจะบังคับให้เหยื่อออกจากบ้านไปเปิดเช่าห้องโรงแรมอยู่เพียงคนเดียว ซึ่งบางรายจะถูกสั่งให้อ้างกับผู้ปกครองว่าได้รับทุนเรียนต่อต่างประเทศและขอให้โอนเงินมาให้เป็นค่าดำเนินการเกี่ยวกับวีซ่า ขณะที่บางรายถูกสั่งให้มัดมือมัดเท้า จัดฉากทำทีว่าตัวเองถูกทำร้าย พร้อมให้สคริปต์พูดเพื่อส่งคลิปหรือโทรไปขู่เรียกค่าไถ่จากผู้ปกครอง นำมาซึ่งความสูญเสียทรัพย์สินและความขวัญเสียของครอบครัวเป็นอย่างมาก

 

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม