หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 25 กรกฎาคม 2569

วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 เวลา 05:49 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 25 กรกฎาคม 2569

>> สถานทูตอิตาลี แถลงการณ์ประณาม พฤติกรรมเยาวชนอิตาลี ขออภัยอย่างสูง ต่อประชาชนชาวไทย

11.54 น. Embassy of Italy in Bangkok ออกแถลงการณ์จากสถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย ความว่า สถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอประณามอย่างถึงที่สุดต่อพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวชาวอิตาลี ซึ่งเป็นเยาวชนกลุ่มหนึ่งที่เดินทางมายังประเทศไทยในโครงการทัศนศึกษาของโรงเรียน ดังปรากฏในคลิปวิดีโอที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์

สถานเอกอัครราชทูตฯ ขออภัยอย่างสูงต่อประชาชนชาวไทยและทุกท่านที่ได้รับความไม่สบายใจหรือความกังวลใจจากเหตุการณ์ดังกล่าว ชาวอิตาลีตระหนักและชื่นชมเป็นอย่างยิ่งต่อคุณค่าที่สังคมไทยยึดถือในเรื่องการเคารพผู้อื่น ความสุภาพและการอยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียว ซึ่งล้วนเป็นคุณค่าที่สาธารณรัฐอิตาลีให้ความสำคัญและยึดมั่นเช่นเดียวกัน

พฤติกรรมอันไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นเยาวชนกลุ่มดังกล่าว มิได้สะท้อนถึงประชาชนชาวอิตาลีโดยรวมและไม่อาจถือเป็นตัวแทนของค่านิยมด้านความเคารพซึ่งกันและกันมิตรภาพ และความสุภาพอ่อนน้อม อันเป็นรากฐานของความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐอิตาลี

>> สั่งเด้ง ผกก.คลองหลวง เซ่นปมคลิปเสียง เรียกรับเงินผับ

12.30 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้รับทราบเรื่องแล้ว และได้กำชับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยทันที ด้วยความตรงไปตรงมา โปร่งใส และรายงานผลให้ผู้บังคับบัญชาทราบโดยเร็ว

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ล่าสุด ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี รายงานว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเสียงที่ปรากฏในคลิป เป็นเสียงของ ผกก.สภ.คลองหลวง จึงมีคำสั่งให้มาปฏิบัติราชการประจำศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานีไว้ก่อน พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์หรือมีการกระทำผิดจริง จะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญาอย่างเด็ดขาด โดยไม่มีการละเว้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดหรือดำรงตำแหน่งใดก็ตาม

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่าจะดำเนินการทุกเรื่องโดยยึดหลักข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน ความโปร่งใส และความเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม จะนำมาเรียนให้พี่น้องประชาชนทราบต่อไป

>> มติเอกฉันท์ ยูเนสโก ขึ้นทะเบียน "วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร" นครศรีธรรมราช เป็นมรดกโลก

14.55 น.นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก คนที่หนึ่ง และหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก คนที่สาม และประธานคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม ร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กรมศิลปากร สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงศึกษาธิการ และจังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ที่นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี

เพื่อผลักดันวาระของประเทศไทยในการเสนอขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ในบัญชีมรดกโลกขององค์การยูเนสโก (วาระที่ 8B) “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช” เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลก โดยได้นำเสนอคุณค่าความโดดเด่นอันเป็นสากล (Outstanding Universal Value) ทั้งในมิติของการเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์ การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและศิลปกรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนการเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิต (Living Heritage) ซึ่งปรากฏผ่านประเพณีการแห่ผ้าขึ้นธาตุที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน

นายสุชาติ กล่าวว่า ผลการพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ได้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายของรัฐบาลไทย โดยคณะกรรมการฯ มีมติเอกฉันท์เห็นชอบให้ขึ้นทะเบียน วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ คุ้มครอง และส่งเสริมมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติให้เป็นที่ประจักษ์และได้รับการยกย่องในระดับสากล

>> กอ.รมน.ภาค 4 สน. รายงานความคืบหน้าทางคดี เหตุยิงขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ ใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามี ออกหมายจับแล้ว 1 ราย เชิญตัวเข้าศูนย์ซักถาม 1 ราย พร้อมเร่งขยายผล

16.20 น. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า รายงานความคืบหน้าทางคดีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิงและขว้างระเบิดแสวงเครื่อง (ไปป์บอมบ์) ลอบยิงชุดปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่ 4509 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ขณะปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณจุดตรวจบูเก๊ะซามี บ้านตลาดตันหยงมัส หมู่ที่ 7 ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 18.45 น. จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้กำลังพลทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย และมีประชาชนได้รับบาดเจ็บ 6 ราย โดยเจ้าหน้าที่ได้เร่งสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง จนมีความคืบหน้าสำคัญในทางคดี

ล่าสุด ศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 1 ราย คือ นายอาซีซัน (สงวนนามสกุล) ภูมิลำเนา ตำบลจะแนะ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งมีหมายจับรวม 2 คดี ได้แก่ หมายจับ ของสถานีตำรวจภูธรสุไหงโก-ลก จากเหตุยิงและวางระเบิดในพื้นที่เทศบาลสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2568 และล่าสุด หมายจับ ของสถานีตำรวจภูธรระแงะ จากเหตุยิงและขว้างระเบิดแสวงเครื่อง (ไปป์บอมบ์) ใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามี ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้เชิญตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อซักถามเพิ่มเติมอีก 1 ราย ไปที่ศูนย์ซักถามหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 จังหวัดนราธิวาส เพื่อประกอบการสืบสวนและขยายผลตามกระบวนการทางกฎหมาย

>> กรมอุตุฯ ประกาศเตือนฉบับที่ 5 ฝนตกหนักถึงหนักมาก วันที่ 26-30 ก.ค.69 ระวังอันตรายน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 26-30 กรกฎาคม 2569) ฉบับที่ 5 ความว่า ช่วงวันที่ 26-30 กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันดังกล่าวไว้ด้วย

>> สืบจักรวรรดิ รวบหนุ่มไรเดอร์สุดแสบ โกรธที่แม่ด่า และไม่ยอมผ่อนค่างวดรถ ที่ค้างจำนวน 5 งวดให้ จึงลงมือลักจยย. รุ่นยี่ห้อเดียวกันกับของตัวเอง มาปล่อยให้ไฟแนนซ์ยึด

17.30 น. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. , พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.น.6 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.จักรวรรดิ ร่วมกันจับกุม นายกิจ (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญากรุงเทพใต้ ลงวันที่ 24 ก.ค.2569 โดยจับกุมได้ที่ บ้านพัก ซอยเปียร์นนท์ หมู่ที่ 3 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

สืบเนื่องจากชุดสืบสวน สน.จักรวรรดิ รับแจ้งเหตุลักรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ จึงได้ทำการสืบสวนติดตามไล่ภาพกล้องวงจรปิด จนทราบว่า นายกิจ (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี เป็นผู้ก่อเหตุ ประสานพนักงานสอบสวนสน.จักรวรรดิ ขออนุมัติหมายจับ โดยทราบว่าผู้ก่อเหตุหลบหนีไปอยู่บ้านพักที่คลองสาม จ.ปทุมธานี จึงนำกำลังติดตามจับกุม จากการสอบสวน ผู้ก่อเหตุทำงานเป็นไรเดอร์ ให้การรับสารภาพว่า เพราะแม่ด่า ไม่ยอมผ่อนค่างวดรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ ให้ 5 งวด จึงขโมยรถที่คล้ายกัน ให้ไฟแนนซ์ยึดรถ

 เบื้องต้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสน.จักรวรรดิ ดำเนินคดี ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป ตามกฎหมายต่อไป

>> ศาลอาญา ให้ประกัน แก๊งพ่อทิพย์ 3 คน รอดคุก สั่งห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

18.00 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ภายหลังพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง นำตัว นายหมง หรือนายมงคล, นายวร หรือนายวรเมธ “พ่อไทยทิพย์”, นายหู และนางซี ชาวจีน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีสวมสิทธิแจ้งเกิดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือพ่อทิพย์ มาฝากขังครั้งแรกที่ศาลอาญา

ในข้อหาร่วมกันใช้หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จฯ และข้อหานำข้อมูลที่บิดเบือน หรือปลอมเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยผู้ต้องหาทั้ง 4 คนยืนยันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ศาลอาญาอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 4

โดยมีนางซี อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 และนายหู อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาที่ 2 ทั้งสองสัญชาติจีน ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวชั้นฝากขังนี้ ศาลอาญาพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้ง 2 สำนวน โดยตีราคาประกันคนละ 41,250 บาท ทั้งสองสำนวน ให้ทำสัญญาประกัน ยึดหลักประกัน และมีคำสั่งห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล ให้ยึดหนังสือเดินทาง และแจ้ง สตม.ทราบ

ส่วนนายมงคล อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาที่ 3 ศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ตีราคาประกัน 17,500 บาท โดยวางเงินสดเป็นหลักประกันและทำสัญญาประกัน

ด้านนายวรเมธ อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาที่ 4 ไม่ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ทำให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวนายวรเมธ ไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพทันที

>> หนุ่มเมียนมา ซิ่งชน จยย. ก่อนขับหนี แต่ยังไปพุ่งชน จยย.ที่จอดอยู่ข้างทางหลายคัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 บาดเจ็บ 3 ตรวจแอลกอฮอล์พุ่ง 239 มก.%

เมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 25 ก.ค.2569 พ.ต.ท.นิวัต ทิมเกตุ สว.(สอบสวน) สภ.ถลาง รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์หลายคัน บนถนนทางเข้าน้ำตกโตนไทร หมู่ 1 ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต จึงรายงานให้ พ.ต.อ.นิกร ชูทอง ผกก.สภ.ถลาง ทราบ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ ซูซูกิ แคริเบียน สีดำ ทะเบียนภูเก็ต มีนายอ่อง อายุ 42 ปี สัญชาติเมียนมา เป็นผู้ขับขี่ นอกจากนี้ยังพบรถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหายรวม 4 คัน มีผู้บาดเจ็บ 3 คน และเสียชีวิต 2 คน จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า นายอ่อง มิน อู อยู่ในอาการมึนเมา จึงนำตัวไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือด ผลตรวจพบสูงถึง 239 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงควบคุมตัวดำเนินคดี โดยแจ้งข้อกล่าวหาในเบื้องต้น ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการตามกฎหมาย 

ข่าวยอดนิยม