วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เวลา 13:52 น.
24 ก.ค. 69 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ร่วมแถลง ทลายเครือข่ายลวงลงทุนเปิดร้านค้าออนไลน์ Style Cycle เชื่อมแก๊งสแกมเมอร์ปอยเปต เงินหมุนเวียน 149 ล้านบาท สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหา 17 ราย แบ่งตามบทบาทหน้าที่ ทั้งกลุ่มผู้ควบคุมสั่งการและฟอกเงิน, กลุ่มผู้รับ-ส่งเงินและถอนเงินสด และกลุ่มบัญชีม้า แจ้งข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมฯ, ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันเป็นอั้งยี่”
พฤติการณ์ คนร้ายใช้เฟซบุ๊กเพจโพสต์โฆษณาชักชวนให้เปิดร้านขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงได้ติดต่อไปยังบัญชีเฟซบุ๊กดังกล่าว โดยแอดมินจะแนะนำว่าสามารถนำสินค้าไปโพสต์ขายได้ จากนั้นจะส่งลิงก์ให้เข้ากลุ่ม Line ซึ่งมีสมาชิกกว่า 1,000 คน และมีการพูดคุยซื้อขายสินค้า เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ผู้เสียหายเชื่อว่าเป็นตลาดซื้อขายจริง
ต่อมา คนร้ายแจ้งผู้เสียหายว่ามียอดเงินจากการขายสินค้าเข้าระบบแล้ว แต่ยังไม่สามารถถอนเงินได้ เนื่องจากร้านค้ายังไม่ได้ “เปิดการมองเห็น” และยังมีเครดิตไม่เพียงพอ จึงดึงผู้เสียหายเข้าไปในกลุ่มไลน์ ชื่อ “สร้างเครดิตร้านค้า” อ้างต้องโอนเงินต่างๆนานา รวมแล้วผู้เสียหายโอนเงินไปทั้งหมด 25 ครั้ง ได้รับความเสียหายมากกว่า 14,750,000 บาท
ภายหลังเมื่อผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า
เมื่อผู้เสียหายโอนเงินไปยังบัญชีม้าแล้ว คนร้ายมีการยักย้ายถ่ายเทเงินหลากหลายรูปแบบ เช่น ถอนเงินสดผ่านตู้เอทีเอ็มและสาขาธนาคาร, โอนเข้าบัญชีบริษัทเพื่อซื้อสินค้าและส่งออกไปยังคู่ค้าที่ประเทศกัมพูชา, โอนเงินไปแพลตฟอร์มตลาดซื้อขายสินค้าออนไลน์เพื่อสั่งซื้อสินค้า จากนั้นจะทำการกดยกเลิกการสั่งซื้อ เพื่อขอเงินคืน รวมถึงโอนเงินไปแพลตฟอร์มลงทุน โดยไม่ได้ลงทุนจริง แต่โอนเงินออกกระจายไปยังบัญชีม้าต่างๆ เป็นต้น
โดยช่วงวันที่ 15-16 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้บูรณาการกำลังร่วมกัน ตรวจค้นจับกุม 19 จุด ในพื้นที่ 11 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี, ชลบุรี, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ตาก, กาญจนบุรี, ร้อยเอ็ด, ลำปาง, เชียงราย และเชียงใหม่
โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 17 ราย พร้อมตรวจยึดของกลาง โทรศัพท์มือถือ, สมุดบัญชีธนาคาร, บัตรอิเล็กทรอนิกส์, ชุดเสื้อผ้าที่ผู้ต้องหาสวมใส่ในวันเกิดเหตุ และทรัพย์สินมีค่า เช่น เงินสดทั้งสกุลไทยบาทและต่างประเทศ, ทองคำแท่ง 45 บาท, รถยนต์หรู 6 คัน, พระเครื่อง, เครื่องประดับต่างๆ, กระเป๋าและรองเท้าแบรนด์เนม, นาฬิกาหรู, แหวนเพชร และเหล้านอก อีกจำนวนหนึ่ง รวมทรัพย์สินมูลค่ากว่า 23,000,000 บาท
จากการตรวจสอบเงินหมุนเวียนในบัญชีที่ใช้ในการกระทำความผิด พบว่า ในปี 2568 มีเงินหมุนเวียนรวมกันมากกว่า 149 ล้านบาท นอกจากนี้พบว่าเครือข่ายกลุ่มผู้ต้องหามีความเกี่ยวข้องกับ คดีฉ้อโกงออนไลน์อื่นๆ อีกกว่า 226 คดี มูลค่าความเสียหายที่รับแจ้งรวมกว่า 17 ล้านบาท โดยมีลักษณะการหลอกลวงหลายรูปแบบ เช่น หลอกลงทุนออนไลน์ หลอกให้เปิดร้านหรือลงขายสินค้าออนไลน์ และหลอกให้ทำงานหารายได้พิเศษ โดยมักชักชวนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ก่อนให้ติดต่อผ่านไลน์และโอนเงินเพื่อทำกิจกรรม สร้างเครดิต หรือเพิ่มเงินลงทุน จากนั้นอ้างว่าทำรายการผิด ต้องเสียค่าธรรมเนียม ภาษี หรือค่าแก้ไขระบบเพิ่มเติม ทำให้ผู้เสียหายไม่สามารถถอนเงินคืนได้
อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ส่งตำรวจพื้นที่เกิดเหตุ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

















28 กรกฎาคม 2569
28 กรกฎาคม 2569