24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 19 กรกฎาคม 2569
>> รถไฟเฉี่ยวชนคน เป็นหนุ่มใหญ่ วัย 52 ปีเสียชีวิตริมทางรถไฟ จ.เพชรบุรี
05.57 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ย่อย ม.ราชภัฏเพชรบุรี ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุรถไฟชนคน และมีผู้เสียชีวิต ใกล้เคียงสถานีรถไฟเขาทะโมน บริเวณ ริมรางรถไฟ ต.ดอนยาง อ.เมืองเพชรบุรี
ที่เกิดเหตุ พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย สวมใส่เสื้อยืนแขนยาวสีส้ม ใส่กางเกงขายาวสีกรมท่า สะพายกระเป๋าเป้สีดำ ทราบต่อมา คือ ผู้ชายไทย อายุ 52 ปี ชาวบ้าน ต.ดอนยาง อ.เมืองเพชรบุรี สภาพศพมีบาดแผลขนาดใหญ่บริเวณลำคอ นอกจากนี้ยังพบอุปกรณ์ในการหาปลา และถุงปุ๋ยภายในมีปลาสดอยู่จำนวนหนึ่ง ตกอยู่ในจุดเกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.เข้าตรวจสอบ หาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
>> กองกำลังผาเมือง ปะทะเดือดกลุ่มขนยาเสพติด ยึดยาบ้าแสนกว่าเม็ด ฝิ่นดิบสิบกว่าจ๊อย (เป็นหน่วยวัดน้ำหนักพื้นเมือง ที่นิยมใช้กันในกลุ่มชาติพันธุ์และขบวนการค้ายาเสพติดแถบชายแดนภาคเหนือ)
07.00 น. กองกำลังผาเมือง โดย หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ เปิดปฏิบัติการสกัดกั้นกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยิงปะทะเดือดบริเวณช่องทางธรรมชาติ อ.แม่อาย ตรวจยึดยาบ้าได้กว่า 1.5 แสนเม็ด ฝิ่นดิบอีก 17.6 กิโลกรัม พร้อมอาวุธปืน
โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบกลุ่มขบวนการลำเลียงยาเสพติดประมาณ 3 - 5 คน เดินเท้าเข้ามาตามเส้นทางในภูมิประเทศ เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งสัญญาณเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่กลุ่มขบวนการดังกล่าวกลับใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงใส่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ ทำให้เกิดการยิงปะทะกันนานประมาณ 5 นาที
หลังสิ้นเสียงปืน กลุ่มขบวนการฯ ได้อาศัยความชำนาญในพื้นที่และความมืดในช่วงที่ทัศนวิสัยจำกัดหลบหนีไปได้ โดยฝ่ายเจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัย จากนั้นหน่วยได้วางกำลังควบคุมพื้นที่ปะทะ พร้อมจัดกำลังเพิ่มเติมอีก 3 ชุดปฏิบัติการ รวมถึงชุดอากาศยานไร้คนขับ (Drone) เข้ามาสนับสนุนเพื่อควบคุมและขยายผลพิสูจน์ทราบ
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ พบของกลางกระสอบดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลัง 2 กระสอบ ภายในบรรจุ ยาบ้ารวมประมาณ 150,000 เม็ด, ฝิ่นดิบ จำนวน 11 จ๊อย น้ำหนักรวมประมาณ 17.6 กิโลกรัม, อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนแก๊ป) 1 กระบอก ทางหน่วยได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการตรวจสอบและสืบสวนขยายผลติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนในชุมชน ใกล้เคียงโรงเรียนมีนประสาทวิทยา ซอยรามคำแหง 207 เสียหายวอด 12 ห้อง
07.08 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้สถานที่เกิดเหตุ ชุมชนมีนบุรีอุปถัมภ์ เลขที่ 1 ซอยรามคำแหง 207 ถนนรามคำแหง แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร ประกอบกิจการให้เช่าพักอาศัย
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวปลูกติดกัน จำนวน 5 หลังคาเรือน แบ่งให้เช่า จำนวน 18 ห้อง ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในบ้าน เพลิงลุกไหม้บ้านต้นเพลิงเลขที่ 1 ลุกลาม บ้านเลขที่ 52,94,96,98 เสียหายรวมทั้งหมด จำนวน 12 ห้อง และรถจักรยานยนต์เสียหาย จำนวน 2 คัน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 100 ตารางวา รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด
ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 ราย เป็นเพศชาย อายุประมาณ 50 ปี มีอาการสำลักควัน อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี (ที่เกิดเหตุมีผู้ประสบภัย 8 ครัวเรือน จำนวน 13 ราย ได้เข้าลงทะเบียนผู้พักพิง บริเวณสวนสาธารณะ ชุมชนมีนบุรีอุปถัมภ์) พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางชัน
>> นายกฯ เยี่ยมชมศูนย์อนุรักษ์แพนด้ายักษ์ ศาลเจ้าสามก๊กและวัดต้าฉือ ณ นครเฉิงตู ย้ำความผูกพันทางวัฒนธรรมไทย-จีน ยาวนาน
09.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เยี่ยมชมศูนย์อนุรักษ์และเพาะพันธุ์แพนด้ายักษ์ ซึ่งเป็นศูนย์อนุรักษ์ วิจัย และเพาะพันธุ์แพนด้ายักษ์ชั้นนำของโลก โดยมีภารกิจสำคัญในการอนุรักษ์ ขยายพันธุ์ และศึกษาวิจัยหมีแพนด้ายักษ์ รวมถึงสัตว์ป่าหายากของจีน ภายใต้การออกแบบพื้นที่ให้มีระบบนิเวศใกล้เคียงธรรมชาติ และเป็นแบบอย่างของการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติพื้นฐานขององค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม ซึ่งไทยก็ให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน
เวลาต่อมา เดินทางถึงศาลเจ้าสามก๊ก (Wuhou Shrine) หรือ “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสามก๊ก” โบราณสถานสำคัญที่รวบรวมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมยุคสามก๊ก ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก
จากนั้น ได้เดินทางเยี่ยมชมวัดต้าฉือ (Daci Temple) ซึ่งเป็นวัดพุทธมหายานเก่าแก่กว่า 1,600 ปีที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรมของจีน รวมทั้งเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำวัด และ “พระพุทธชินราชจำลอง” ซึ่งอัญเชิญมาจากประเทศไทยและประดิษฐานอยู่ภายในวิหารกวนอิมของวัด สะท้อนถึงความเคารพในคุณค่าทางจิตใจร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศ และความสัมพันธ์ไทย-จีนในทุกมิติถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเสริมสร้างและกระชับความสัมพันธ์ไทยกับจีนให้แน่นแฟ้นต่อไป
>> หนุ่มคลั่งยา เผาที่นอน ไฟลุกลามไหม้บ้าน 6 หลัง ก่อนพายเรือหลบหนี จนท.เร่งตามตัว จ.นนทบุรี
10.00 น. พ.ต.ต.อุทิศ อาสานอก สารวัตรเวรสอบสวน สภ.บางบัวทอง รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนจำนวนหลายหลัง บริเวณ หมู่ 2 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี
ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พร้อมด้วย รถน้ำของเทศบาลเมืองพิมลราช เทศบาลนครบางบัวทอง และเทศบาลเมืองละหาร จำนวน 5 คัน เดินทางมาที่เกิดเหตุ โดยใช้เครื่องแบกหามและต่อสาย เข้าที่เกิดเหตุ ซึ่งห่างจากถนนกว่า 100 เมตร เป็นสะพานปูนเลียบคลอง โดยใช้เวลากว่า 40 นาทีจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้
จากการตรวจสอบลักษณะที่เกิดเหตุเป็นชุมชนที่ปลูกบ้านอยู่ใกล้กัน พบเพลิงไหม้บ้านเสียหายจำนวน 6 หลัง ส่วนผู้ก่อเหตุ คาดว่า คือ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี เป็นลูกชายของเจ้าของบ้าน 1 ใน 6 หลังที่ได้รับความเสียหาย
สอบถาม หนึ่งในเจ้าของบ้านที่ถูกเพลิงไหม้ กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนนอนอยู่ มีคนตะโกนว่าไฟไหม้จึงลุกมาดู เห็นไฟไหม้บ้านของนายเอ (นามสมมุติ) จากที่นอนแล้วลุกลาม โดยนายเอ ได้พายเรือหนีไป ซึ่งนายเอ เคยก่อเหตุแบบนี้มาหลายครั้งนับไม่ถ้วนเพราะติดยา มีอาการคุ้มคลั่งทุบบ้านตลอด ส่วนบ้านตนถูกไฟไหม้หมดไม่ได้เอาอะไรออกมาเลย ใส่กางเกงออกมาตัวเดียว
ขณะที่ พ.ต.อ.ธรรศกร ก้อนทอง ผกก.สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี กล่าวว่า เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้น่าจะมีคนเผาที่นอนตัวเองแล้วลุกลาม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ตัวแล้วชื่อนายเอ (นามสมมุติ) เป็นผู้เสพยามานาน ถูกจับดำเนินคดีแล้วหลายครั้ง จะติดตามตัวมาภายในวันนี้
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยสวนผัก 46 เสียหายวอดทั้งหลัง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
11.54 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ถนนเลียบทางรถไฟสายใต้ แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในบ้าน เพลิงลุกไหม้บ้านต้นเพลิงลุกลามบ้านต้นเพลิง เสียหายหมดทั้งหลัง และลุกลามบ้านข้างเคียง เสียหายเฉพาะผนังไม้และชายคาบ้าน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 120 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก การจุดเทียนทิ้งไว้ ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 ราย เป็นเพศหญิง ถูกไฟลวกที่เท้าซ้ายเล็กน้อย อาสาสมัครปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุไม่ประสงค์ไปโรงพยาบาล พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางขุนนนท์
>> กทม. อัปเดต เหตุเพลิงไหร้านอาหาร “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” เสียชีวิตแล้ว 34 ราย
12.18 น. กรุงเทพมหานคร อัปเดตสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ ร้านอาหาร “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ข้อมูล ผู้เสียชีวิต จำนวน 34 ราย ทราบอัตลักษณ์แล้ว 34 ราย และ มีผู้บาดเจ็บอาการรุนแรง(กลุ่มสีแดง) เสียชีวิตเพิ่ม รวม 7 ราย
ผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 70 ราย กลุ่มอาการสีแดง (อาการรุนแรง) 13 ราย, กลุ่มอาการสีเหลือง (อาการปานกลาง) 9 ราย และ กลุ่มอาการสีเขียว (อาการเล็กน้อย) 48 ราย ผู้บาดเจ็บกลุ่มสีเขียวเดินทางกลับบ้านแล้วทั้งหมด
>> สั่งสอบด่วน เหตุยักยอกเงินกองทุนหมู่บ้านดอยหล่อ กว่า 60 ล้านบาท
12.34 น. นางสุขสมรวย วันทนีกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าจากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงของสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ สาขาเขต 1 กรณีข่าวการยักยอกเงินกองทุนหมู่บ้านในพื้นที่ อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ พบข้อมูลเบื้องต้นว่า มีผู้นำเงินจากกองทุนหมู่บ้านหลายแห่งในพื้นที่ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
โดยมีพฤติการณ์นำเงินของสมาชิกไปปล่อยกู้ต่อ คิดดอกเบี้ย และหมุนเวียนเงินนอกระบบ ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อสมาชิกกองทุนเป็นวงกว้าง ซึ่งเบื้องต้นมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแล้ว และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี
ขณะนี้ สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ อยู่ระหว่างบูรณาการการทำงานร่วมกับตำรวจ อัยการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งสืบสวน สอบสวน ขยายผล และตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด หากพบผู้เกี่ยวข้องหรือมีการกระทำทุจริตเพิ่มเติม จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ไม่มีการละเว้น
สทบ. ยืนยันความมุ่งมั่นในการคุ้มครองผลประโยชน์ของสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน ยึดหลักความโปร่งใส เป็นธรรม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง
>> รวบผู้ต้องหาตามหมายจับคดีค้ายาคาบ้านพัก เหตุเชื่อมโยงเครือข่ายยาบ้าชายแดนใต้ 220,000 เม็ด
14.47 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) ร่วมกันจับกุม นายชอ (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี เป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดยะลา ฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย ฯ” โดยจับกุมได้บริเวณบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี
สำหรับคดีนี้ สืบเนื่องมาจากขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเชื่อมโยงกับคดีที่เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงสามารถตรวจยึดยาบ้าของกลางรวมกว่า 220,000 เม็ด เมื่อช่วงปี 2568 ที่ผ่านมา โดยพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานทางเทคโนโลยีและเส้นทางการเงิน จนพบความเชื่อมโยงชัดเจนว่าผู้ต้องหารายนี้เป็นหนึ่งในตัวการ ร่วมขบวนการ จึงได้อนุมัติออกหมายจับไว้เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569
กระทั่งล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำปัตตานีได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลทางเทคนิคควบคู่กับข้อมูลจากสายลับ เกาะติดเส้นทางหลบหนีจนพบเบาะแสว่าผู้ต้องหาได้ขับขี่รถยนต์กระบะออกจากพื้นที่ จ.นราธิวาส มุ่งหน้ากลับมายังบ้านพักในพื้นที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้สนธิกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเป้าหมายทันที และสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหารายนี้ไว้ได้ขณะพักผ่อนอยู่บริเวณชั้น 2 ของบ้านพัก ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งสิทธิ์ตามกฎหมาย พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหานำส่งพนักงานสอบสวน สภ.กรงปินัง จ.ยะลา เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
>> ทหารพราน กองกำลังบูรพา เข้มแนวชาย สกัดจับ 2 ผัว-เมียกัมพูชา ลอบเดินเท้าเข้าไทย
15.10 ผู้สื่อข่าวรายงาน กองกำลังบูรพา โดยหน่วยเฉพาะกิจโคกสูง ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 และกองร้อยทหารพรานที่ 1205 สนธิกำลังร่วมกับชุดปฏิบัติการข่าว กองกำลังบูรพา, ชุดข่าวกรองทางทหาร กองกำลังบูรพา, หน่วยเฝ้าตรวจชายแดน และชุดควบคุมการลาดตระเวน ออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจพื้นที่รับผิดชอบตามแนวชายแดน
ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ตรวจพบบุคคลต้องสงสัย 2 คน เดินเท้ามาตามช่องทางธรรมชาติบริเวณบ้านโนนหมากมุ่น ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ พบเป็นชาวกัมพูชา 2 คน เป็นชาย 1 คน และหญิง 1 คน ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแสดงตน จึงควบคุมตัวไว้ตรวจสอบ
จากการสอบสวนเบื้องต้น ทั้งสองเป็นสามีภรรยา ให้การว่าเดินทางออกจากบ้านในจังหวัดกำปงธม ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยนั่งรถตู้มาลงในพื้นที่จังหวัดบันเตียเมียนเจย ก่อนรอเวลาจนถึงช่วงเช้ามืด แล้วเดินเท้าลักลอบข้ามชายแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ เพื่อมุ่งหน้าไปทำงานรับจ้างกรีดยางพาราในพื้นที่ ต.เสิงสาง อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ผู้ต้องหายังให้การว่า เคยทำงานกรีดยางในประเทศไทยมาแล้วประมาณ 6 ปี มีนายจ้างประจำ ได้รับค่าจ้างวันละ 500 บาท และครั้งนี้ได้รับการชักชวนจากบิดาซึ่งทำงานอยู่ในประเทศไทยให้กลับมาทำงานอีกครั้ง แต่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารพรานตรวจพบและจับกุมเสียก่อน โดยไม่พบผู้นำพาระหว่างการลักลอบเข้าเมือง
หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ไปสอบสวนเพิ่มเติมที่กองร้อยทหารพรานที่ 1205 ก่อนส่งพนักงานสอบสวน สภ.โคกสูง ดำเนินคดีในข้อหาลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และขยายผลติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป
>> เขตวัฒนา สั่งปิดสถานประกอบการ 3 แห่ง มีผลทันที หลังพบเข้าข่ายไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย
15.58 น. นางสาวพิมพ์จุฑา สกุนสิทธิ์ธาดา ผู้อำนวยการเขตวัฒนา มอบหมายให้หัวหน้าฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทศกิจ นำคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นเข้า "ปิดประกาศ" แจ้งหยุดดำเนินกิจการชั่วคราวแก่สถานบริการจำนวน 3 แห่งในพื้นที่เขตวัฒนา
สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าสถานประกอบการทั้ง 3 แห่ง มีการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มรวมถึงจัดกิจกรรมมหรสพและดนตรีโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังตรวจพบข้อบกพร่องด้านความปลอดภัยที่เสี่ยงอันตรายต่อประชาชน อาทิ ปัญหาความไม่พร้อมด้านมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าระบบไฟฟ้าสำรองฉุกเฉินไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ รวมไปถึงทางหนีไฟและอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยต่างๆ มีสภาพที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่พร้อมใช้งานหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงต่อชีวิตของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการเป็นอย่างมาก
ทางสำนักงานเขตวัฒนา ย้ำกับผู้ประกอบการว่า การสั่งหยุดกิจการชั่วคราวครั้งนี้จะมีผลบังคับใช้ทันที และสถานบริการทั้ง 3 แห่งจะยังไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดให้บริการอีกจนกว่าจะดำเนินการปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องทั้งหมดให้ถูกต้องครบถ้วน และได้รับใบอนุญาตที่ถูกต้องจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นเสียก่อน โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะยังคงเข้าติดตามและตรวจสอบความพร้อมอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันเหตุอันตรายและสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยสูงสุดให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขตวัฒนาต่อไป
>> เพลิงไหม้บ้านเรือน เมืองสารภี เจ้าของบ้านเจ็บ น้องแมวกลับดาว 2 ตัว จ.เชียงใหม่
16.30 น. กู้ภัยเทวฤทธิ์ทรงธรรมจุดกัญยาณีสารภี ออกตรวสอบเหตุเพลิงไหม้บ้านในตำบลท่าวังตาล จุดเกิดเหตุ โครงการหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง ในพื้นที่หมู่10 บ้านสันป่ากว๋าว ต.ท่าวังตาล อ.สารภี จ.เชียงใหม่
ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้านปูน ชั้นเดียว เพลิงลุกไหม้บริเวณห้องโถง และห้องนอน ได้รับความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่และรถน้ำเทศบาลตำบลท่าวังตาล ระดมฉีดน้ำ จนสามารถควบคุม และเพลิงค่อยสงลลงในเวลาต่อมา
เบื้องต้น มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 รายเป็นผู้หญิง บาดเจ็บเล็กน้อย ไม่ประสงค์ไปโรงพยาบาล และพบว่ามีแมวตาย 2 ตัว ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สารภี
>> แรงงานข้ามชาติวิ่งกระเจิง หลังถูกบุกตรวจตลาดนัดวัดอ้อมน้อย ตั้งตัวเป็นเจ้าของร้านเอง
16.38 น. นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้สั่งการให้ นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร , นายพิรุณโรจน์ นาคดนตรี นายอำเภอกระทุ่มแบน, นายณัฐพล บุญทวี ปลัดอาวุโส นำกำลังร่วมกับ กอ.รมน. และจัดหางานจังหวัด ลงพื้นที่ตรวจสอบพ่อค้าแม่ค้าในตลาดนัดวัดอ้อมน้อย ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร หลังได้รับแจ้งว่ามีแรงงานต่างชาติมาเปิดร้านขายของเอง เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงตลาดนัด บรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่เป็นแรงงานข้ามชาติต่างพากันตกใจ ส่งเสียงตะโกนบอกต่อๆ กันแล้ววิ่งหนีไปคนละทิศละทางจนเกิดความชุลมุน บางร้านถึงขั้นทิ้งแผงวิ่งหนีหายไปอย่างรวดเร็ว
ทางเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังเข้าตรวจสอบตามแผงต่างๆ ทั้งร้านขายทุเรียน ร้านขายหมูเป็ดไก่ และร้านขายผัก ที่มีแรงงานต่างชาติเป็นคนคุมและตั้งตนเป็นเจ้าของร้านเอง โดยสามารถควบคุมตัวแรงงานสัญชาติเมียนมาได้ทั้งหมด 6 ราย (ชาย 2 ราย และหญิง 4 ราย)
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาพร้อมนำตัวมาทำบันทึกจับกุม ณ ที่ว่าการอำเภอกระทุ่มแบน ก่อนจะส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
>> จับหนุ่มต้องสงสัย เผาที่นอนลุกลามบ้านไหม้ 6 หลัง เจ้าตัวปฎิเสธไม่ได้ก่อเหตุ อ้างแค่เสพยา
17.21 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากเหตุเพลิงไหม้บ้าน จำนวนหลายหลัง ในพื้นที่ หมู่ 2 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี
ล่าสุด ร.ต.ต.ดำเนิน รอยประโคน รอง สว.(ป) สภ.บางบัวทอง จ.ส.ต.สิทธิพร พรมแพร ส.ต.อ.ณัฐชานน พุ่มเกาะ ส.ต.อ.ชวนันท์ แก้วแสง ผบ.หมู่ (ป.) สภ.บางบัวทอง พร้อมกำลังได้ร่วมกันจับกุมตัว นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 39 ปี พักอาศัยอยู่บ้านต้นเพลิง นำตัวมาสอบสวนและตรวจปัสสาวะพบสารเสพติด จึงกล่าวหาว่าเสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (เมทแอมเฟตามีน)
นายเอ (นามสมมุติ) กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนอยู่ใต้สะพานกับลุง ไม่ได้เผาที่นอนในบ้านตัวเอง ส่วนไฟไหม้บ้านได้อย่างไรไม่รู้ ยอมรับว่าเสพยาบ้ามาครึ่งเม็ดเมื่อคืน และเมื่อเช้าไม่ได้อยู่ที่บ้าน โดยพายเรือออกมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ไปซื้อยาบ้ามาจากนายมืดในซอยตันราคาเม็ดละ 40 บาท ซื้อมาครึ่งเม็ด ทั้งนี้เคยโดนจับคดีเสพยามา 2 ครั้งแล้ว
ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาส่งร้อยเวรพบกับชาวบ้านที่บ้านถูกไฟไหม้ได้ด่าทอนายเอ (นามสมมุติ)โดยใช้มือตบเข้าไปที่ศีรษะหนึ่งครั้ง ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวเข้าห้องควบคุม
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 ยาบ้า และ กระทำให้เกิดเพลิงไหม้ในโรงเรือน นำตัวเข้าห้องขังดำเนินคดีต่อไป
>> รพ.ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ไล่ออกแพทย์ ที่วินิจฉัยอาการผิดพลาด จนคนไข้เสียชีวิต
17.33 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน โรงพยาบาลซานคามิลโล ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 เรื่อง ขอแสดงความเสียใจและชี้แจงการดำเนินการของโรงพยาบาล โดยระบุ ตามที่เกิดเหตุการณ์เกี่ยวกับการให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ป่วยรายหนึ่ง ซึ่งต่อมาผู้ป่วยได้เสียชีวิตและเหตุการณ์ดังกล่าวได้ก่อให้เกิดความเสียใจเป็นอย่างมากแก่ครอบครัวและญาติ ตลอดจนประชาชนในวงกว้างนั้น
โดยเมื่อวานนี้ (18 ก.ค. 69) ทางโรงพยาบาลได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 1 โดยได้มีคำสั่งให้แพทย์คนดังกล่าวพักการปฏิบัติหน้าที่จนกว่าผลการสอบสวนข้อเท็จจริงของโรงพยาบาล และผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานภายนอก เช่น แพทยสภาจะเสร็จสิ้นนั้น
จากกรณีดังกล่าวทางโรงพยาบาลมิได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งพบว่า นายแพทย์ได้มีการสื่อสารกับผู้ป่วยและญาติของผู้ป่วยในลักษณะคำพูดที่ไม่สุภาพจริง ทางโรงพยาบาลได้มีการพิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นการกระทำผิดต่อข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของโรงพยาบาล ที่ระบุไว้ว่า "ผู้ปฏิบัติงานต้องไม่ปฏิบัติตนไปใปในทางที่เสียหายแก่ส่วนรวมและโรงพยาบาล ละเว้นการกระทำที่ไม่สุภาพ" และปฏิบัติต่อข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรมที่ระบุว่า "ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องปฏิบัติติต่อผู้ป่วยโดยสุภาพ"
ทางโรงพยาบาลจึงมีมติให้นายแพทย์คนดังกล่าว ให้ออกจากการปฏิบัติหน้าที่ของโรงพยาบาลซานคามิลโลในทันที โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. 2569 เป็นต้นไป
>> คนร้ายขี่ จยย. ไล่แทงชายเสียชีวิต ปากซอยอ่อนนุช 39
18.27 น. สน.พระโขนง ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุทำร้ายร่างกาย บริเวณปากซอยอ่อนนุช 39 มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย เจ้าหน้าที่เร่งการช่วยเหลือทำ CPR แต่ไม่เป็นผลเสียชีวิต ณ ที่เกิดเหตุ เบื้องต้นผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ยังไม่ทราบชื่อ
ทั้งนี้ ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เห็นกลุ่มผู้ก่อเหตุขี่ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า PCX สีดำ สวมหมวกกันน็อกสีดำ ซ้อน 3 ขับไล่ออกมาจากในซอยอ่อนนุช 39 ถีบรถผู้เสียหาย ใช้มีดยาวแทงไปแถวใต้ราวนม 4-5 ครั้ง จนทำให้ผู้เสียชีวิตได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป
เบื้องต้น ยังไม่ทราบสาเหตุในการทำร้ายร่างกายครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระโขนง อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> เพลิงไหม้เพิงพักคนงาน ซอยโชคชัย 4 เสียหายวอดทั้งชั้น
19.39 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยโชคชัย 4 ซอย 30 ถนนโชคชัย 4 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็น เพิงพักคนงาน 2 ชั้น โครงสร้างเหล็ก ผนังและหลังคามุงด้วยสังกะสี ประกอบกิจการ รับออกแบบก่อสร้าง และใช้เป็นที่พักอาศัยคนงาน ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นบน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 21 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายชั้นบนทั้งหมด ในที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตพื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยลาดพร้าว
>> นายกฯ เยือนสำนักงาน CP ในจีน ให้เป็นต้นแบบความสำเร็จของธุรกิจไทยในตลาดจีน
19.40 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงปักกิ่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เยี่ยมชมสำนักงาน CP Center โดยได้พบหารือกับผู้บริหารกลุ่มบริษัทและบริษัทในเครือ
โดยซีพีเป็นความภาคภูมิใจในฐานะนักลงทุนต่างชาติรายแรกของจีน และเป็นต้นแบบความสำเร็จของธุรกิจไทยในตลาดจีน เน้นลงทุนระยะยาวที่สร้างคุณค่าร่วมกันระหว่างสองประเทศ
จากการหารือครั้งนี้ รัฐบาลพร้อมสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชนไทยขยายการลงทุนในจีน เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
>> เพลิงไหม้อาคาร ซอยเอกมัย 30 (นวลจิต1) ประชาชนช่วยใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
02.47 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ อพาร์ทเม้นท์ ซอยเอกมัย 30 (นวลจิต1) ถนนเอกมัย แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็น อาคารคอนกรีต 5 ชั้น ประกอบกิจการ ให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 2 ภายในห้องพัก ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับปรุง เพลิงลุกไหม้ เครืองเสียง ลุกลามเครื่องรับโทรทัศน์ โต๊ะ และผนังห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายประมาณ 1 ตารางเมตร
ประชาชนใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหนัาที่ดับเพลิงใช้น้ำช่วยระบายความร้อน และพัดลมระบายควันในที่เกิดเหตุ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟต่อพ่วง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางกะปิ
20 กรกฎาคม 2569
20 กรกฎาคม 2569