วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เวลา 13:23 น.
วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 โลกออนไลน์ แชร์ข้อมูลน่าตกใจจากเพต “หมอสุนทร กระดูกและข้อ หาดใหญ่” ซึ่งเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลหาดใหญ่ ได้โพสต์บอกเล่าประสบการณ์สุดระทึกในห้องผ่าตัดที่ผสมผสานระหว่างเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์การแพทย์และเรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติ ในการผ่าตัดช่วยเหลือผู้ป่วยหญิงรายหนึ่ง
โดยคุณหมอระบุ เคสดังกล่าวเป็นผู้ป่วยหญิงอายุประมาณ 47 ปี ซึ่งมีอาการปวดท้องน้อยเรื้อรังมานานถึง 3 ปี มีอาการหน่วงท้องขณะปัสสาวะ และมีตกขาวผิดปกติ โดยก่อนหน้านี้ผู้ป่วยได้ไปตรวจที่โรงพยาบาลจังหวัดแห่งหนึ่ง และผลตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) เผยให้เห็นสิ่งแปลกปลอมขนาดใหญ่ในช่องคลอด มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10–12 เซนติเมตร โครงสร้างภายในคล้ายเกือกม้า โรงพยาบาลต้นทางจึงได้ส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่
เมื่อมาถึงโรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่ ทีมสูตินรีแพทย์ นพ.โฆษิต ตันตินาม และ พญ.อัจฉราวดี พูลสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งนรีเวช ได้ทำการตรวจภายในและพบว่าสิ่งแปลกปลอมนั้นมีความแข็งตัวราวกับก้อนหินขนาดใหญ่มาก จึงได้ประสานหมอกระดูก (ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์) เข้ามาร่วมประเมินเพื่อหาทางสกัดก้อนหินดังกล่าวออกในห้องผ่าตัด ซึ่งจากการประเมินร่วมกันพบว่าก้อนมีขนาดใหญ่และแข็งเกินกว่าจะย่อยแล้วคีบออกทางช่องคลอด เพราะอาจทำให้มีเศษหลงเหลือและเกิดการติดเชื้อรุนแรง
ทีมแพทย์จึงตัดสินใจร่วมกันผ่าตัดเปิดช่องท้องจากด้านบนเพื่อนำก้อนสิ่งแปลกปลอมออกมาทั้งหมดแต่การผ่าตัดเป็นไปอย่างยากลำบากและมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากต้องตัดมดลูก เปิดช่องคลอดบางส่วน และต้องเลาะเนื้อเยื่อพังผืดที่เกาะแน่นผ่านทางช่องคลอดและผนังช่องท้องด้านหลัง ซึ่งเป็นจุดที่ติดกับอวัยวะสำคัญอย่างลำไส์ใหญ่และท่อไต โดยหมอกระดูกได้ใช้อุปกรณ์ช่วยเลาะพังผืดชิดขอบก้อนหินจากด้านล่าง ขณะที่ทีมสูตินรีแพทย์เปิดช่องท้องเพื่อเคลียร์พื้นที่จากด้านบน จนกระทั่งสามารถนำก้อนหินยักษ์ดังกล่าวออกมาได้สำเร็จ ซึ่งในระหว่างขั้นตอนที่ก้อนกำลังจะหลุดออกมานั้น
ทีมแพทย์ยอมรับว่ามีความตื่นเต้นและได้ร่วมกันตั้งจิตสวดมนต์ในใจนึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ควบคู่ไปด้วย เมื่อทีมแพทย์นำก้อนหินดังกล่าวมาสกัดและกะเทาะออกดูด้านใน เนื่องจากผลเอกซเรย์ระบุว่ามีโครงสร้างบางอย่างซ่อนอยู่ เมื่อกะเทาะออกก็ต้องผงะเมื่อพบว่าภายในบรรจุน้ำและส่วนประกอบคล้ายดินโคลนที่มีกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงฟุ้งกระจายไปทั่วห้องผ่าตัด และเมื่อค้นหาสิ่งของด้านในอย่างละเอียดก็ต้องตกใจเมื่อพบ ชิ้นส่วนลักษณะคล้ายอะคริลิกทรงกลมสีเขียวและสีแดงขนาด 3 เซนติเมตร พร้อมด้วยลูกปัดหลากสีขนาด 5 มิลลิเมตร อีกจำนวน 11 เม็ด อยู่ภายในก้อนหินนั้น
จากการสอบถามประวัติเพิ่มเติมจากตัวผู้ป่วยเผยข้อมูลว่า หลายปีก่อนตนเองเคยใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอินโดนีเซีย และเคยถูกหมอไสยศาสตร์ชาวอินโดนีเซียบังคับให้ทำพิธี "ทำของ" ใส่เข้าไปในช่องคลอด แต่เนื่องจากเรื่องเกิดมานานหลายปีแล้วจึงจำรายละเอียดเชิงลึกและวิธีการทำไม่ได้ จนกระทั่งเวลาผ่านไปจึงเริ่มมีอาการป่วยเรื้อรังและตรวจพบสิ่งแปลกปลอมดังกล่าว
ทั้งนี้ หลังจากเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไป ทางทีมแพทย์ได้รับข้อมูลสนับสนุนทางวิชาการเพิ่มเติมระบุว่า ลักษณะสิ่งแปลกปลอมที่พบตรงกับรูปแบบ "การทำเสน่ห์ยาแฝดหรือเครื่องรางมหาเสน่ห์ตามความเชื่อ" ซึ่งส่วนประกอบมักทำมาจากดินโคลนในป่าช้าและลูกปัดเครื่องราง นำมาปลุกเสกก่อนใส่เข้าสู่ร่างกาย ซึ่งเหตุการณ์นี้สร้างความโล่งอกให้กับทีมแพทย์เป็นอย่างมากที่ตัดสินใจผ่าตัดเปิดช่องท้องแทนการย่อยก้อนหิน เพราะหากโคลนเน่าและสิ่งแปลกปลอมด้านในแตกกระจายภายในช่องคลอด อาจทำให้คนไข้เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ปัจจุบันผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดนำสิ่งแปลกปลอมออกเรียบร้อยแล้วและอยู่ระหว่างการดูแลรักษาของแพทย์ต่อไป

