หน้าแรก > อาชญากรรม

ศูนย์ ACSC เผยสถิติคดีออนไลน์ดิ่งลง ลุยจับล่าม “บอสจีน” ทลายเครือข่ายรับซื้อบัญชีม้าข้ามชาติ เตือนภัยมิจฉาชีพ “ย้ายคุยนอกแอป” ลวงเข้ากลุ่มหน้าม้าหลอกโอนเงิน

วันที่ 8 มิถุนายน 2569 เวลา 15:56 น.


ศูนย์ ACSC เผยสถิติคดีออนไลน์ดิ่งลง ลุยจับล่าม “บอสจีน” ทลายเครือข่ายรับซื้อบัญชีม้าข้ามชาติ เตือนภัยมิจฉาชีพ “ย้ายคุยนอกแอป” ลวงเข้ากลุ่มหน้าม้าหลอกโอนเงิน

8 มิ.ย 69 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวง ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค.- 6 มิ.ย.69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาจำนวน 5,355 คดี มูลค่าความเสียหาย 128,002,691 บาท ซึ่งคดีที่รับแจ้งรอบนี้ลดลงจากห้วงวันที่ 24-30 พ.ค. 69 จำนวน 219 คดี และพบว่ามูลค่าความเสียหายลดลง 9.86 ล้านบาท ภาพรวมจำนวนคดีมีทิศทางปรับตัวลดลงอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี โดยในช่วง 2 สัปดาห์ ล่าสุดสถานการณ์ยังคงรักษาแนวโน้มขาลงอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับมูลค่าความเสียหายที่ดิ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากที่เคยพุ่งสูงถึง 500 ล้านบาทต่อสัปดาห์

ทั้งนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสรับแจ้งผ่านทางศูนย์ ACSC ที่ประสานงานร่วมกันกับกลุ่มธนาคารต่างๆ จนมีผลการปฏิบัติการต่างๆ สามารถจับกุมล่าม “บอสจีน” และขบวนการเครือข่ายบัญชีม้า จำนวน 2 เคส ผู้ต้องหา 4 ราย แบ่งเป็นชาวไทย 1 ราย และชาวกัมพูชา 3 ราย ประกอบกับประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าตรวจสอบพร้อมช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที ได้ทั้งหมด 8 เคส สามารถช่วยเหลือรวมทั้งระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนจะโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพได้ทั้งหมดจำนวน 21 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 855,900 บาท

โดยเคสที่น่าสนใจ เคสที่ 1 ตำรวจขยายผลจับกุม นายสอ (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี  ในความผิดฐาน “ร่วมกันเป็นอั้งยี่และร่วมกันฟอกเงิน” โดยสามารถจับกุมได้ที่อาคารชุดแห่งหนึ่งในเขตห้วยขวาง จ.กรุงเทพฯ ซึ่งผู้ต้องรายนี้ทำหน้าที่เป็นล่ามประสานงานให้แก่ “บอส” หัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีน ทั้งยังเป็นผู้จัดหาบัญชีม้า และจัดการระบบฟอกเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล (คริปโทเคอร์เรนซี) ในการเข้าจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดทรัพย์สินแบรนด์เนมและรถยนต์หรู ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งเร่งสืบสวนขยายผลเพื่อจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องในขบวนการนี้ต่อไป

เคสที่ 2 ตำรวจนำกำลังเข้าจับกุมชายต่างชาติ อายุ 30 ปี บริเวณห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง อ.เมือง จ.ปทุมธานี ในความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง และเกี่ยวกับบัญชีม้า” โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง ซิมการ์ด บัตรเอทีเอ็ม สมุดบัญชี พร้อมหลักฐานสำคัญเป็นภาพถ่ายการโพสต์ประกาศรับซื้อบัญชีธนาคาร ซึ่งเสนอค่าจ้างครั้งละ 1,000-5,000 บาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ยังมีเคสที่ตำรวจเข้าช่วยเหลือเหยื่อที่น่าสนใจอีกหลายคดี เช่นในพื้นที่ สน.บางนา เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นชายวัย 57 ปี หลังถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้ประมูลนาฬิกาผ่านทางออนไลน์  และหลงเชื่อโอนเงินไปถึง 3 ครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 212,300 บาท ทว่าหลังจากโอนเงินไปได้เพียง 30 นาที เจ้าหน้าที่ธนาคารได้ตรวจพบความผิดปกติของธุรกรรมและคาดว่าน่าจะเป็นการถูกหลอกลวง จึงรีบติดต่อผู้เสียหายพร้อมทำการปิดระบบแอปพลิเคชันธนาคารป้องกันความเสียหายได้

นอกจากนี้ ศูนย์ ACSC ขอแจ้งเตือนประชาชนให้ระวัง มิจฉาชีพชวน “ย้ายคุยนอกแอป” หลุมพรางยอดฮิต สู่ห้องแชตลับที่มีแต่หน้าม้า  แท้จริงแล้วเป็นอุบายเพื่อดึงเหยื่อเข้าสู่ “กลุ่มแชตที่มีแต่หน้าม้า” ซึ่งคนกลุ่มนี้จะใช้บัญชีอวตารมาคอยส่งรีวิวปลอม โชว์สลิปโอนเงิน และโพสต์ภาพกำไรปลอมๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือรุมกดดันจนเหยื่อหลงเชื่อและยอมโอนเงินในที่สุด

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม