วันที่ 4 มิถุนายน 2569 เวลา 10:21 น.
4 มิถุนายน 2569 โลกออนไลน์ แชร์เรื่องราวของผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "ธนพล อธิพัฒน์ปภากร" โพสต์ภาพตัวเองรอเข้ารับการตรวจรักษาภายในโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น พร้อมระบุว่า "ซวยเลย มารักษาอย่างหนึ่ง พยาบาลเอายาจากคนไข้อีกคนหนึ่งที่ติดเชื้อมาฉีดให้ รอคำชี้แจงครับ ผมก็บอกแล้วไม่ใช่นามสกุลผม" พบว่ามีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก หลายคนเป็นห่วง และ แนะนำให้พูดคุยกับโรงพยาบาลให้ชัดเจนว่าเป็นยาอะไรและอันตรายหรือไม่ ขณะที่บางคนเป็นห่วงบอกไม่ควรโพสต์ เพราะอาจทำให้กลายเป็นกรณีฟ้องร้องกันได้
โดยผู้โพสต์ เล่าว่า ที่ตนตัดสินใจโพสต์ลงในโซเชียลเพราะไม่สบายใจ กลัวจะเป็นอะไร หากมีอาการแพ้ก็จะได้มีหลักฐาน ต้องมีคนรับผิดชอบไม่ใช่ปล่อยทิ้งไปเลย เรื่องเกิดขึ้นระหว่างรอเอกซเรย์ตนอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยติดเชื้อ แผลลุกลาม ตอนนั้นพยาบาลนำยาจะมาฉีดให้ ตนเอะใจว่าตั้งแต่เข้า รพ.ไม่เคยมีการฉีดยา ตนก็ถามไปว่า ชื่ออะไรครับ พยาบาลบอกว่าชื่อธนพล ตนก็พยายามถามว่า มันใช่เหรอครับ เพราะไม่เคยฉีดยาเลย ไม่น่าจะใช่ชื่อตนเอง แต่พยาบาลยืนยันจะฉีด จากนั้นก็ลงมือฉีดยาใส่แขนตนทันที ตนทักท้วงไปแล้วว่าไม่ใช่แน่นอน ก่อนที่พยาบาลจะหันไปดูกระปุกยาที่นำมาพร้อมกัน และพลิกดูชื่อ และนำเข็มสองมาใส่เตรียมจะฉีดอีก ตนจึงชี้ให้ดูว่า ไม่ใช่ชื่อตนจริงๆ และนามสกุลก็ไม่ใช่ พยาบาลจึงรีบถอดเข็มฉีดยาที่แขนออก พยาบาลบอกว่าไม่มีอะไรหรอก ตนกลัวก็ออกไปถามคุณหมอข้างนอก และยังบอกอีกว่า ตนมารักษาอาการวูบ ถ้าเป็นอะไรไปจะทำยังไง เพราะญาติก็ไม่อยู่เฝ้า
หลังจากที่โพสต์ มีพยาบาลเข้ามาอธิบายให้ฟังว่าเป็นน้ำเกลือ ซึ่งถ้าเป็นน้ำเกลือจริงๆ ก็สบายใจ และยืนยันว่าที่โพสต์นั้นไม่ได้มีเจตนาทำร้ายเจ้าหน้าที่ แต่กลัว ไม่รู้ว่าเอาอะไรมาฉีดให้ และติดใจว่ายาไม่ใช่ชื่อตน แต่ทำไมจึงนำมาฉีด พยายามทักท้วงไปแล้วทำไมไม่ฟัง ไม่ตรวจสอบก่อนว่าใช่ไม่ใช่ อยากให้ระมัดระวัง เข้าใจบุคลากรทำงานทุกคนเหนื่อย แต่ต้องการให้ระมัดระวังรับฟังเสียงผู้ป่วยเท่านั้น
ขณะที่รักษาการหัวหน้าพยาบาลยืนยันว่าที่ฉีดเข้าไปนั้นเป็นน้ำเกลือ ไม่อันตราย และต้องขอบคุณผู้ป่วยที่เตือน ทำให้ไม่มีความคลาดเคลื่อนมากไปกว่านี้ ยืนยันว่าดูแลผู้ป่วยให้เป็นอย่างดี และเรื่องที่เกิดขึ้น มีการการรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาตามลำดับแล้ว พร้อมเน้นย้ำพยาบาลทุกคนให้ตรวจสอบทบทวนก่อนทำหัตถการ โดยพยาบาลที่ฉีดน้ำเกลือให้กับผู้ป่วยรายนี้ก็รู้สึกเสียใจ และขอโทษผู้ป่วย พร้อมกันนี้ทางหัวหน้าตึกก็จะมีการทบทวนอบรมกับน้องพยาบาลรายดังกล่าวด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก
เหตุการณ์นี้ก็ถือว่าทำให้เป็นการย้ำเตือนทางโรงพยาบาลว่าจะทำอะไรต้องระมัดระวัง ต้องมีสติในการปฏิบัติงาน และกรณีที่ทำให้ผิดพลาดในครั้งนี้เนื่องจากชื่อของผู้ป่วยเหมือนกันแต่แตกต่างกันที่นามสกุล หลังจากนี้ก็จะต้องเน้นย้ำให้ตระหนักในเรื่องของนามสกุลด้วย
