หน้าแรก > ภูมิภาค

ผบช.ภ.9 รู้ตัวกลุ่มก่อเหตุ คาร์บอมบ์หน้า สภ.ตันหยง หลังเก่า เตรียมออกหมายจับใน 1-2 วัน ด้าน กอ.รมน.ภาค 4 สน. เชิญตัวผู้ต้องสงสัยเข้าศูนย์ซักถาม

วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 เวลา 03:08 น.


ผบช.ภ.9 รู้ตัวกลุ่มก่อเหตุ คาร์บอมบ์หน้า สภ.ตันหยง หลังเก่า เตรียมออกหมายจับใน 1-2 วัน ด้าน กอ.รมน.ภาค 4 สน. เชิญตัวผู้ต้องสงสัยเข้าศูนย์ซักถาม 

(22 ก.ค.69) จากกรณีเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อเวลาประมาณ 19.20 น. ของวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด "คาร์บอมบ์" บริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรตันหยง (หลังเก่า) ปากทางเข้าพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ หมู่ที่ 4 ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส โดยคนร้ายนำรถยนต์ซุกซ่อนระเบิดแสวงเครื่อง 2 ลูก มาจอดปล่อยให้ไหลเข้าหน้าสถานีตำรวจ ก่อนหลบหนีไปกับรถจักรยานยนต์ของผู้ร่วมก่อเหตุ ซึ่งแรงระเบิดส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้ ตัวอาคาร กำแพง และรถยนต์เสียหาย แต่โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ผบช.ภ.9 เกาะติดพื้นที่ ชี้คดีคืบหน้ามาก รู้ตัวกลุ่มก่อเหตุเตรียมออกหมายจับ

ล่าสุด พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) ซึ่งลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างต่อเนื่องตั้งแต่หลังเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปมาก เจ้าหน้าที่พบข้อมูลรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุจากฐานข้อมูลเดิม และทราบว่ามีการใช้ป้ายทะเบียนปลอมเพื่ออำพราง

จากการตรวจสอบเบาะแสทำให้ทราบถึงกลุ่มผู้ก่อเหตุพอสมควร ซึ่งเป็นกลุ่มเดิมที่เจ้าหน้าที่ติดตามพฤติกรรมอยู่ โดยมักมีเป้าหมายมุ่งทำร้ายเจ้าหน้าที่และทำลายสถานที่ราชการ นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ขณะออกกำลังกาย ซึ่งนายตำรวจท่านดังกล่าวปลอดภัยแล้ว และอยู่ระหว่างเร่งตรวจพิสูจน์หลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ทั้งนี้ คาดว่าภายใน 1-2 วันจะมีความชัดเจนจนสามารถนำไปสู่การออกหมายจับผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ระบุเพิ่มเติมว่า ผู้บังคับบัญชาระดับสูง ทั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้บัญชาการทหารบก ได้กำชับให้ดูแลสถานการณ์อย่างเข้มงวด โดยมีการบูรณาการประชุมร่วมกับ ศอ.บต., ทหาร, ตำรวจ และผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เพื่อวางมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ให้รัดกุมยิ่งขึ้น

กอ.รมน.ภาค 4 สน. เปิดผลตรวจทะเบียนสวม-คุมตัวผู้ต้องสงสัยเข้าศูนย์ซักถาม
ด้าน พ.อ.เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) เปิดเผยรายละเอียดการตรวจพิสูจน์หลักฐานว่า รถยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเป็น รถยนต์มิตซูบิชิ แอลแลนเซอร์ สีเทา ติดป้ายทะเบียนปลอมของ รถยนต์นิสสัน รุ่นซันนี่ สีเทา ซึ่งมี นายปอ (นามสมมุติ) ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ เป็นผู้ครอบครอง แสดงให้เห็นถึงการนำแผ่นป้ายมาสวมเพื่ออำพรางการติดตาม

ขณะที่ตัวรถยนต์มิตซูบิชิ แอลแลนเซอร์ คันที่ใช้ประกอบระเบิดจริงนั้น มีข้อมูลผู้ครอบครองคือ นางพอ (นามสมมุติ) ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม โดยจากการสืบสวนผ่านกล้องวงจรปิด พบว่ารถคันดังกล่าวถูกขับผ่านด่านตรวจไพรวัน เมื่อเวลาประมาณ 18.47 น. ก่อนเกิดเหตุระเบิดเพียงไม่นาน เจ้าหน้าที่จึงอยู่ระหว่างเร่งขยายผลไปยังเครือข่ายผู้จัดหารถ ผู้ดัดแปลง และผู้วางแผนก่อเหตุ

นอกจากนี้ จากการขยายผลการสืบสวน สนธิกำลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมประจำจังหวัดนราธิวาส และหน่วยงานความมั่นคง ได้เข้าบังคับใช้กฎหมายตรวจค้นบ้านเป้าหมายในพื้นที่ ตำบลบางปอ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส และได้เชิญตัว นายออ (นามสมมุติ) อายุ 37 ปี ผู้ต้องสงสัย ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.เมืองนราธิวาส พร้อมนำตัวตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ตามขั้นตอนกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน ก่อนจะส่งตัวเข้าสู่กระบวนการซักถาม ณ ศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ (ค่ายจุฬาภรณ์) ตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เพื่อรวบรวมข้อมูลประกอบการสืบสวนขยายผลต่อไป

YalaToDay ยะลาทูเดย์
 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม