หน้าแรก > อาชญากรรม

กรมการท่องเที่ยว ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว รวบไกด์เถื่อนชาวรัสเซียคาแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง แฉพฤติกรรมสวมรอยนำเที่ยวไร้เงาคนไทย บริษัททัวร์อ่วมจ่อโดนปรับพินัยครึ่งล้าน

วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 เวลา 00:14


กรมการท่องเที่ยว ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว รวบไกด์เถื่อนชาวรัสเซียคาแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง แฉพฤติกรรมสวมรอยนำเที่ยวไร้เงาคนไทย บริษัททัวร์อ่วมจ่อโดนปรับพินัยครึ่งล้าน

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 กรมการท่องเที่ยว โดยสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคใต้ เขต 2 ได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจท่องเที่ยว 1 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 และสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงา บุกเข้าตรวจสอบและจับกุมผู้กระทำความผิดตามกฎหมายธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดพังงา

ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มขึ้นขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมกำลังลงพื้นที่เฝ้าสังเกตการณ์บริเวณวัดถ้ำสุวรรณคูหา อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา และได้สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบนรถตู้คันหนึ่งซึ่งบรรทุกนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาประมาณ 12 คน โดยไร้วี่แววของมัคคุเทศก์ชาวไทย แต่กลับมีชายสัญชาติรัสเซีย 1 คน ยืนโดดเด่นทำหน้าที่บอกเล่า อธิบายข้อมูล และแนะนำสถานที่ต่าง ๆ ให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวอย่างคล่องแคล่ว เจ้าหน้าที่จึงวางแผนสะกดรอยตามรถตู้คันดังกล่าวไปอย่างกระชั้นชิดจนถึงสถานเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า อำเภอเมืองพังงา และพบว่าชายชาวรัสเซียรายนี้ยังคงแสดงพฤติกรรมทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์นำเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจแสดงตัวเข้าขอตรวจค้นและตรวจสอบเอกสารทันที
จากการตรวจสอบในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบเอกสารใบสั่งงาน (Job Order) ซึ่งระบุชื่อบริษัทนำเที่ยวแห่งหนึ่งอย่างชัดเจน จึงได้ทำการประสานงานและตรวจสอบไปยังบริษัทดังกล่าว ซึ่งปลายสายยอมรับสารภาพอย่างจำนนต่อหลักฐานว่า รถตู้นำเที่ยวคันนี้ไม่มีมัคคุเทศก์ชาวไทยเดินทางร่วมไปด้วยจริง

เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวชายชาวรัสเซียรายนี้ พร้อมส่งตัวดำเนินคดีใน 2 ข้อหาหนัก คือ ทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และข้อหาเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว

ขณะเดียวกัน บริษัททัวร์ต้นสังกัดที่ปล่อยปละละเลยก็ไม่รอด โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งการกระทำความผิดทางพินัย ในข้อหาผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวไม่จัดให้มีมัคคุเทศก์เดินทางไปกับนักท่องเที่ยว ซึ่งมีโทษปรับทางพินัยขั้นสูงสูดไม่เกิน 5 แสนบาท โดยหลังจากนี้สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคใต้ เขต 2 จะเร่งดำเนินการเปรียบเทียบปรับทางพินัยตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างและเพื่อปกป้องอาชีพมัคคุเทศก์ของคนไทยต่อไป
 

 

 

 

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม