หน้าแรก > อาชญากรรม

คอมมานโดรวบหนุ่มบัญชีม้า เปิดเพจปลอมอ้างหน่วยงานรัฐ ซ้ำเติมเหยื่อแก๊งคอลฯ ตุ๋นอายัดเงินคืน สูญกว่า 2 ล้านบาท

วันที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 02:38 น.


คอมมานโดรวบหนุ่มบัญชีม้า เปิดเพจปลอมอ้างหน่วยงานรัฐ ซ้ำเติมเหยื่อแก๊งคอลฯ ตุ๋นอายัดเงินคืน สูญกว่า 2 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 16 เม.ย. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. สั่งการให้ พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ ส.ต.อ.เรวัต สุขสอาด ส.ต.ท.ณรงค์วิทย์ พิมพ์กำเนิด ส.ต.ท.พุทธลักษณ์ ชมภูวงษ์  ส.ต.ท.เอกราช แอบมณี ผบ.หมู่ กก.4 บก.ปพ.

ร่วมกันจับกุม ชายไทย อายุ 29 ปี ชาวจังหวัดกาญจนบุรี ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 78/2569 ลงวันที่ 22 ม.ค.69 ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ, หรือเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ ฯ" โดยจับกุมได้ที่บริเวณหน้าสถานีรถไฟบ้านโป่ง ตำบลบ้านโป่ง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อช่วงปลายเดือน ส.ค.2567 ผู้เสียหายเคยถูกมิจฉาชีพหลอกลวงทางออนไลน์มาก่อนและมีการเข้าแจ้งความไว้ที่สน.บางมด ต่อมาผู้เสียหายได้พบเพจเฟซบุ๊กชื่อหนึ่ง ซึ่งออกอุบายว่าสามารถให้ความช่วยเหลือผู้ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี และสามารถติดตามเงินที่ถูกหลอกลวงกลับคืนมาได้ ผู้เสียหลงเชื่อจึงติดต่อไปยังเพจดังกล่าว จากนั้นมิจฉาชีพได้แนะนำให้ติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ โดยการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานไซเบอร์ พูดหว่านล้อมสร้างความน่าเชื่อถือ และยืนยันว่าสามารถดำเนินการติดตามเงินคืนให้ได้ทั้งหมด แต่มีเงื่อนไขให้ผู้เสียหายโอนเงินเป็นค่าดำเนินการในแต่ละขั้นตอน ผู้เสียหายหลงเชื่อทยอยโอนเงินจากบัญชีธนาคารของตัวเอง ไปยังบัญชีของกลุ่มคนร้ายหลายครั้ง ตามที่ได้รับคำแนะนำ

โดยในช่วงระหว่างวันที่ 20- 26 สิงหาคม 2567 มีการโอนเงินรวมทั้งสิ้น 11 ครั้ง ไปยังบัญชีธนาคารต่าง ๆ ที่คนร้ายกำหนด รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,192,234.09 บาท ภายหลังกลับไม่ได้เงินคืนตามที่มิจฉาชีพกล่าวอ้าง และถูกบ่ายเบี่ยงและให้โอนเงินเพิ่มเติมในลักษณะเดิม จึงเชื่อว่าถูกหลอก ก่อนเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดี

จากการสืบสวนเชื่อว่ากลุ่มมิจฉาชีพจัดทำเพจปลอมในสื่อสังคมออนไลน์ แอบอ้างเป็นหน่วยงานไซเบอร์ หรือหน่วยงานที่สามารถช่วยติดตามเงินคืนให้ผู้เสียหาย เพื่อหลอกให้เกิดความน่าเชื่อถือและพูดคุยในลักษณะเป็นเจ้าหน้าที่หลอกให้โอนเงินเป็นค่าดำเนินการในแต่ละขั้นตอน และใช้บัญชีบุคคลอื่นในการรับโอนเงินเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ จนผู้เสียหายหลงเชื่อสูญเงินจำนวนมาก

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบสวนทราบว่า ชายคนดังกล่าว ได้หลบหนีไปอยู่ทางภาคใต้และกำลังเดินทางกลับมายังบ้านที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยเดินทางผ่านมาทางจังหวัดราชบุรี จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นและสั่งการให้ทำการสืบสวนจับกุม กระทั่งชุดสืบสวนติดตามไปจับกุมตัวไว้ได้

สอบสวน ผู้ต้องหา เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่า เมื่อช่วงกลางปี 2567 ตกงานไม่ได้ทำงาน ได้มีเพื่อนหญิงชื่อ “มิน” อายุประมาณ 29 ปี ได้ชักชวนไปเปิดบัญชีที่ฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ได้บัญชีละ 2,000 บาท มีรถยนต์กระบะมารับที่บ้านพาไปยังประเทศกัมพูชาผ่านอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว แต่ผ่านช่องทางธรรมชาติ ไปกันทั้งหมด 5 คน ตนจำได้ว่าคนที่พาไปใช้เพจเฟซบุ๊กชื่อหนึ่ง เป็นคนติดต่อพาไปยังฝั่งประเทศกัมพูชา อยู่ที่ประเทศกัมพูชา 3 วัน เพื่อรอทำการสแกนใบหน้าผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ตนได้เปิดบัญชีจำนวน 5 บัญชี ส่วนธนาคารอะไรจำไม่ได้ ได้เงินค่าจ้างบัญชีละ 2,000 บาท ได้ค่าจ้างรวมจำนวน 10,000 บาท เบื้องต้นจึงถูกนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ฝากเตือนภัยด้วยว่า หน่วยงานของรัฐไม่มีนโยบายเรียกเก็บเงินเพื่อดำเนินการช่วยเหลือหรือกู้เงินคืนผ่านช่องทางออนไลน์ หากพบพฤติการณ์ในลักษณะดังกล่าว ควรหยุดติดต่อทันที ไม่โอนเงินโดยเด็ดขาด และตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ย้ำสโลแกนว่า “โอนเพราะเชื่อ เหลือแค่ช้ำ”
 

 

 

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม