วันที่ 27 มีนาคม. 2569 เวลา 13:32 น.
วันที่ 27 มีนาคม 2569 สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ประกาศขึ้นอัตราค่าขนส่ง 10 % หลังจากปรับราคาน้ำมันดีเซลไป 6 บาท ภายหลังการประชุม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สหพันธ์การขนส่งทางบก ทั้ง 16 องค์กร มีมติ 7 ข้อดังนี้
1.ปรับอัตราค่าขนส่ง ขึ้นแบบขั้นบันได ขั้นแรก 10 % ขั้นต่อไปเป็น 15-20 % และ 20-35 % ตามลำดับ พิจารณาร่วมกับระยะทางว่าระยะทางสั้นหรือไกล มีผล 1 เม.ย.
2.กำหนดราคาหน้าปั๊มและจ๊อบเบอร์ใกล้เคียงกัน ปล่อยน้ำมันให้ครบตามโควตา
3.จะไม่ใช้ B20 ไม่เหมาะกับรถบรรทุก นำของแพงผสมถูกไม่คุ้ม
4.เปลี่ยนคณะกรรมการบริหาร ศบก.ทั้งคณะ เนื่องจากมีผลประโยชน์ทับซ้อน
5.ปรับราคาโครงสร้างทั้งระบบ
6.ขอให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีลาภลอย
7.รณรงค์ให้ผู้ประกอบการใช้เทคโนโลยีจัดการรับส่งสินค้า ลดรถเที่ยวเปล่า ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ ลดปล่อยคาร์บอน
ด้าน ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารสหพันธ์ฯ ซึ่งมีตัวแทนจาก 136 สมาคมทั่วประเทศ ทั้งภาคขนส่งทางถนน รถโดยสาร และขนส่งทางน้ำเข้าร่วม โดยระบุว่า ที่ประชุมมีมติสำคัญให้ปรับขึ้นอัตราค่าขนส่งสินค้า เนื่องจากไม่สามารถแบกรับต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นได้ โดยต้นทุนน้ำมันคิดเป็นสัดส่วนกว่า 45-50% ของต้นทุนทั้งหมดในระบบขนส่ง
ทั้งนี้ การปรับขึ้นจะดำเนินการแบบ "ขั้นบันได" ครอบคลุมรถขนส่ง 6-7 ประเภท ตั้งแต่รถบรรทุก 4 ล้อ ไปจนถึงรถกึ่งพ่วง 24 ล้อ โดยขั้นแรกปรับขึ้น 10% และจะพิจารณาปรับเพิ่มเป็น 15% และ 20-30% ตามสถานการณ์ราคาน้ำมัน ซึ่งเพิ่มจากประมาณ 30 บาท เป็น 39 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ต้นทุนโลจิสติกส์เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3-5% ต่อการปรับราคาน้ำมันทุก 1 บาท เริ่มปรับอัตราค่าขนส่งทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
ส่วนกรณีที่ราคาน้ำมันยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง แม้อัตราค่าขนส่งจะปรับไปถึงขั้นบันไดที่ 3 แล้ว จะมีโอกาสที่สหพันธ์จะหยุดวิ่งเลยหรือไม่ ดร.ทองอยู่ ระบุว่า ยังต้องรอหารือร่วมกันอีกครั้ง โดยจะพิจารณาควบคู่กับมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ ซึ่งขณะนี้คณะรัฐมนตรีมีแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งหลายด้าน แต่ยังต้องรอดูรายละเอียดและความชัดเจนว่าจะสามารถช่วยลดภาระต้นทุนได้มากน้อยเพียงใด
หากมาตรการของรัฐสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการ "อยู่ได้และอยู่รอด" ก็พร้อมจะชะลอการปรับขึ้นค่าขนส่ง แต่หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย สหพันธ์ฯ อาจต้องพิจารณามาตรการเพิ่มเติม และเตรียมยื่นข้อเสนอใหม่ต่อภาครัฐ เพื่อให้การช่วยเหลือตรงจุดมากยิ่งขึ้นต่อไป