วันที่ 25 มีนาคม. 2569 เวลา 16:13 น.
บุกทลายวิลล่าหรู พัทยา! รวบ 43 ชาวอินเดีย เปิดฐานแอดมินเว็บพนันข้ามชาติ เงินหมุนเวียนปีละ 1.6 พันล้านบาท
25 มี.ค. 2569 กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (บช.ทท.) เปิดปฏิบัติการสืบสวนเข้ม บุกทลายขบวนการชาวต่างชาติใช้วีซ่าท่องเที่ยวลักลอบทำงานผิดกฎหมาย ภายในบ้านพักหรูกลางเมืองพัทยา จ.ชลบุรี พบเปิดเป็นฐานปฏิบัติการแอดมินเว็บไซต์พนันออนไลน์ขนาดใหญ่ เงินหมุนเวียนสูงถึง 5 พันล้านรูปี หรือประมาณ 1.6 พันล้านบาทต่อปี
ภายใต้นโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่สั่งการให้กวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ การลักลอบทำงานของคนต่างด้าว และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บช.ทท. นำโดย พ.ต.อ.แมน รถทอง และ พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ รักษา สนธิกำลังร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวพื้นที่ สภ.หนองปรือ และตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นเป้าหมาย
การสืบสวนเริ่มต้นจากสายลับแจ้งเบาะแสพฤติกรรมต้องสงสัยของบ้านพักแห่งหนึ่งใกล้อ่างเก็บน้ำมาบประชัน พบมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่จำนวนมาก แต่บ้านกลับปิดเงียบผิดปกติ มีการสั่งอาหารและสิ่งของจำนวนมากเข้าไปภายใน และมีรถตู้รับส่งเป็นระยะ เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าติดตามพฤติกรรม แฝงตัวเก็บข้อมูลทั้งภาคพื้นดินและมุมสูง รวมระยะเวลากว่า 1 เดือน ก่อนรวบรวมหลักฐานขอหมายค้นจากศาลจังหวัดพัทยา
กระทั่งวันที่ 24 มีนาคม 2569 เวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่นำหมายค้นเข้าตรวจสอบบ้านพักดังกล่าว พบชายชาวอินเดียแสดงตัวเป็นผู้ดูแล ก่อนเข้าตรวจค้นภายใน พบชาวอินเดียรวม 43 ราย กำลังนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ในลักษณะแอดมิน คอยตอบลูกค้าผ่านระบบออนไลน์ จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การว่า ลักลอบทำงานเป็นแอดมินให้เครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์จากต่างประเทศ รวมกว่า 23 เว็บไซต์ โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวอินเดีย มีเงินหมุนเวียนเฉลี่ยเว็บไซต์ละประมาณ 6 แสนรูปีต่อวัน และรวมทั้งเครือข่ายสูงถึง 5 พันล้านรูปีต่อปี
กลุ่มผู้ต้องหาเช่าบ้านหลังดังกล่าวในราคาเดือนละ 120,000 บาท ใช้เป็นสถานที่ทำงานมานานกว่า 1 ปี มีการหมุนเวียนพนักงานไม่เกิน 50 คนต่อรอบ โดยมีบุคคลใช้นามว่า “นาย AK” เป็นผู้ควบคุมและจัดหาเสบียง พร้อมจ่ายค่าจ้างเป็นเงินสด เฉลี่ยคนละ 30,000–35,000 รูปีต่อเดือน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดของกลางจำนวนมาก อาทิ โทรศัพท์มือถือ 50 เครื่อง คอมพิวเตอร์และจอมอนิเตอร์รวม 33 ชุด โน้ตบุ๊ก อุปกรณ์เครือข่ายอินเทอร์เน็ต และซิมการ์ดจำนวนมาก ซึ่งใช้ในการกระทำความผิด เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาชาวอินเดียทั้ง 43 ราย ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลติดตามตัวผู้บงการเครือข่ายรายสำคัญมาดำเนินคดีต่อไป
ที่มา : Superball