หน้าแรก > สังคม > สุขภาพ

กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนระวัง 3 โรคที่พบบ่อย และ 2 ภัยสุขภาพที่มักเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อน

วันที่ 17 มีนาคม. 2569 เวลา 12:01 น.


17 มีนาคม 2569 นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้หลายพื้นที่มีสภาพอากาศร้อนอบอ้าว ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเจ็บป่วยจากโรคและภัยสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศได้ กรมควบคุมโรคจึงได้ออก ประกาศกรมควบคุมโรค เรื่อง การป้องกันโรคและภัยสุขภาพที่เกิดในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย พ.ศ. 2569 เพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างถูกต้อง

สำหรับโรคและภัยสุขภาพที่มีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

1. โรคติดต่อทางเดินอาหารและน้ำ ประกอบด้วย 3 โรคสำคัญ ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง เกิดจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค ผู้ป่วยจะมีอาการถ่ายเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำ อาจมีอาเจียนและภาวะขาดน้ำร่วมด้วย โรคอาหารเป็นพิษ เกิดจากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่มีสารพิษหรือสารเคมีปนเปื้อน เช่น เห็ด หรืออาหารทะเล อาการอาจมีคลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสีย โรคอหิวาตกโรค ติดต่อจากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ ผู้ป่วยมักมีอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำ คลื่นไส้อาเจียน และอาจเกิดภาวะขาดน้ำรุนแรงได้

แนวทางป้องกันโรคทางเดินอาหารและน้ำ ประชาชนควรยึดหลัก “กินสุก ร้อน สะอาด” ได้แก่ รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ใช้ช้อนกลางเมื่อรับประทานอาหารร่วมกัน และล้างมือด้วยน้ำและสบู่หรือแอลกอฮอล์ก่อนและหลังประกอบอาหาร ก่อนรับประทานอาหาร และหลังเข้าห้องน้ำ รวมทั้งควรดื่มน้ำสะอาด น้ำต้มสุก หรือน้ำที่บรรจุในภาชนะปิดสนิท และเลือกใช้น้ำแข็งจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน

2. ภัยสุขภาพที่ควรระวัง ได้แก่ การเจ็บป่วยจากภาวะอากาศร้อน เกิดจากสภาพอากาศร้อนจัดจนร่างกายปรับตัวไม่ทัน โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว และผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดด อาการที่อาจพบ ได้แก่ ผื่นจากความร้อน ตะคริวแดด เพลียแดด และโรคลมร้อน โดยประชาชนควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแดดเป็นเวลานาน ดื่มน้ำให้เพียงพอวันละอย่างน้อย 8 – 10 แก้ว สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี และงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการจมน้ำ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนระหว่างเดือนมีนาคม–พฤษภาคม มักพบการจมน้ำเพิ่มขึ้นทั้งในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และผู้ใหญ่ ประชาชนควรเรียนรู้เกี่ยวกับแหล่งน้ำเสี่ยงและการใช้อุปกรณ์ช่วยลอยน้ำ รวมทั้งการช่วยเหลือคนตกน้ำตามหลัก “ตะโกน โยน ยื่น” โดยไม่กระโดดลงไปช่วย และปฏิบัติตามหลัก “ชูชีพ - กฎ - งดดื่ม” คือ สวมเสื้อชูชีพทุกครั้งเมื่อโดยสารเรือหรือทำกิจกรรมทางน้ำ การปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยทางน้ำ (เช่น ป้ายคำแนะนำ คำเตือน) และงดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก่อนหรือระหว่างทำกิจกรรมทางน้ำ และดูแลเด็กและผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำมีการจัดโซนนิ่งพื้นที่เล่นน้ำ มีเจ้าหน้าที่ชีวพิทักษ์ (Lifeguard) และมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่เพียงพอ รวมถึงกำหนดมาตรการห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ด้าน นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมควบคุมโรคได้จัดทำประกาศแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานในพื้นที่ ได้แก่ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคทั้ง 12 แห่ง และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง ให้เตรียมความพร้อมในการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์โรคในพื้นที่ รวมทั้งควบคุมโรคกรณีเกิดการระบาด โดยทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) และดำเนินการสื่อสารความเสี่ยงเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422


 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม