วันที่ 14 มีนาคม. 2569 เวลา 12:37 น.
วันนี้(14 มี.ค.69)นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าว "สถานการณ์ในตะวันออกกลาง" ระบุว่า สถานการณ์ทางภูมิภาคตะวันออกกลางขยายวงนอกเหนือเป้าหมายทางการทหาร โดยมีการโจมตีไปยังโครงสร้างพื้นฐานการเดินเรือและระบบไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐและอิสราเอลในหลายประเทศในภูมิภาค รวมถึงสถานการณ์การสู้รบในอิรักทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ กระทรวงการต่างประเทศขอให้คนไทยพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด ติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากทางการ ลงทะเบียนแจ้งที่อยู่และช่องทางติดต่อ ให้กับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ
โดยวานนี้ (13 มี.ค.) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ร่วมประชุมรัฐมนตรีการต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษ ว่าด้วยสถานการณ์ตะวันออกกลาง ซึ่งจัดขึ้นตามข้อเสนอของไทย ที่ประชุมเห็นพ้องว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความตึงเครียด และเรียกร้องให้มีการยุติการใช้ความรุนแรง และกลับสู่แนวทางการทูตโดยเร็ว พร้อมย้ำความสำคัญ ของการยึดมั่นในหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเสรีภาพในการบินและการเดินเรือ
ที่ประชุมยังได้หารือผลกระทบต่ออาเซียนในหลายมิติ ไทยได้เสนอให้กระชับความร่วมมือด้านกงสุลผ่านเครือข่ายสถานทูต เพื่อช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤตร่วมกัน และยกระดับความร่วมมือภายใต้ความตกลงว่าด้วยความมั่นคงทางปิโตรเลียม ของอาเซียนให้สามารถใช้งานได้จริง และมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเร่งรัดการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนและพลังงานทางเลือก
สำหรับความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ตะวันออกกลาง ในส่วนของการช่วยเหลือลูกเรือสินค้าไทยที่ประสบเหตุบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ได้มีการออกหนังสือเดินทางฉุกเฉิน ให้กับลูกเรือทั้ง 20 คนแล้ว และมีกำหนดเดินทางถึงประเทศไทยในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 16 มีนาคมนี้ พร้อมย้ำขอให้มั่นใจ กต. กองทัพเรือ และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัส ยังคงประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือและค้นหาลูกเรืออีก 3 คน
นอกจากนี้ คนไทยกลุ่มสุดท้ายจำนวน 7 คนที่เดินทางออกจากประเทศอิหร่านได้เดินทางถึงไทยแล้วเมื่อเช้าที่ผ่านมา
ด้าน สถานเอกอัครราชทูตกรุงเทลอาวีฟ ได้ออกประกาศแจ้งเตือนคนไทย ในภาคเหนือของอิสราเอลให้เข้าพื้นที่หลบภัยใน 1 นาที หากได้ยินเสียงไซเรน ในภาพรวมสถานทูตยังคงดูแลคนไทยในพื้นที่รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์คนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือและเดินทางออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง กลับมามายังประเทศไทยแล้ว รวม 591 คน พร้อมย้ำ รัฐบาลไทยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ ให้ออกจากพื้นที่อันตรายในโอกาสแรกด้วยความปลอดภัย
