หน้าแรก > อาชญากรรม

ปอท.เปิดปฏิบัติการ จับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โยงขบวนการขนคนข้ามแดน

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 20:18 น.


ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เปิดปฏิบัติการจับกุมเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 4 ราย ทำหน้าที่รับ-ส่งคน และอุปกรณ์ข้ามชายแดน พร้อมหลอกลวงผู้เสียหายลงทุนผ่านแอปพลิเคชันปลอม “TikTokshop” มีผู้เสียหาย 88 ราย ความเสียหายกว่า 25 ล้านบาท และยึดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 114 ล้านบาท

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ อาคารประชาอารักษ์ (บก.ป.) ชั้น 2 ของบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท. นำแถลงผลปฏิบัติการ “The Transporter Operation ปิดเกมล่า นายหน้าคนเถื่อน” ทลายขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์เชื่อมโยงเครือข่ายขนคนข้ามแดน โดยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมานได้เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 9 จุด ใน 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี, พิษณุโลก, กำแพงเพชร และตาก สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย แบ่งเป็นชาวจีน 1 ราย และชาวไทย 3 ราย ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์, สมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน ยึดของกลางรวมมูลค่ากว่า 114 ล้านบาท

สืบเนื่องจาก ศูนยต้านโกง หรือ ACSC ดำเนินการกวาดล้างขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต่อเนื่อง และจากข้อมูลพบรูปแบบการหลอกลวงที่มีประชาชนล่าสุดคือหลอกให้ลงทุนหรือขายสินค้าออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันปลอมที่แอบอ้างชื่อแพลตฟอร์ม “TikTokshop” 

พฤติการณ์ของกลุ่มคนร้าย คือ จะมีการติดต่อผู้เสียหาย โดยใช้ชื่อและรูปโปรไฟล์ที่ดูน่าเชื่อถือ พูดคุยจนเกิดความสนิทสนมและความไว้วางใจ ก่อนจะชักชวนให้ผู้เสียหายประกอบอาชีพขายสินค้าออนไลน์ โดยอ้างว่าเป็นการขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม “TikTokshop” ซึ่งไม่ต้องสต็อกสินค้า ไม่ต้องจัดส่งเอง และสามารถสร้างรายได้ง่าย ต่อมาคนร้ายจะส่งลิงก์เว็บไซต์ให้ผู้เสียหายติดตั้งแอปพลิเคชัน “Tkshop” ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันปลอม ไม่ได้ดาวน์โหลดจาก App Store หรือ Play Store โดยแอปพลิเคชัน ดังกล่าวถูกออกแบบให้มีชื่อ หน้าตา และระบบการทำงานคล้ายกับแพลตฟอร์มของจริง เพื่อหลอกให้ผู้เสียหายเชื่อถือ ภายในแอปพลิเคชันปลอม คนร้ายได้สร้างภาพผลตอบแทนปลอม แสดงยอดขายและกำไรในระบบ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่ามีรายได้จริง ก่อนจะหลอกให้โอนเงิน โดยอ้างว่าเป็นเงินลงทุน ค่าสินค้า หรือค่าดำเนินการต่าง ๆ ให้โอนเข้าบัญชีธนาคารหลายบัญชี

ซึ่งเป็นบัญชีในเครือข่ายของกลุ่มคนร้าย เมื่อผู้เสียหายประสงค์จะถอนเงินหรือผลตอบแทน ปรากฏว่าไม่สามารถถอนเงินได้ คนร้ายจะอ้างว่าผู้เสียหายทำผิดกฎ ไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ จะต้องโอนเงินเพิ่มเติมเพื่อเป็นการปลดล็อคและแก้ไขในส่วนที่ผิดกฎ 

จากการตรวจสอบข้อมูลจากระบบแจ้งความออนไลน์และฐานข้อมูลพบว่า มีผู้เสียหายที่ถูกหลอกให้ลงทุนในรูปแบบดังกล่าวข้างต้น จำนวน 88 เคส มูลค่าความเสียหาย กว่า 25 ล้านบาท อีกทั้ง ยังพบว่ากลุ่มบัญชีม้าที่ใช้ในกลุ่มนี้ ถูกแจ้งความไว้แล้ว จำนวน 67 ราย มูลค่าความเสียหาย กว่า 15 ล้านบาท

จากการสืบสวนขยายผลพบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีบทบาทสำคัญในการรับ–ส่งและขนย้ายคนทั้งขาเข้าและขาออกนอกประเทศ ตลอดจนการขนย้ายอุปกรณ์ที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยใช้รถยนต์ส่วนบุคคลหรือรถเช่าเป็นพาหนะในการเคลื่อนย้ายคนและอุปกรณ์จากพื้นที่ภายในประเทศไปยังบริเวณแนวชายแดน โดยมีการจัดหาที่พัก อาหาร และควบคุมการเคลื่อนไหวไม่ให้บุคคลภายนอกหรือเจ้าหน้าที่สังเกตเห็น ก่อนส่งต่อให้เครือข่ายอีกกลุ่มทำหน้าที่ลำเลียงข้ามชายแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้เส้นทางธรรมชาติหรือช่องทางที่หลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ไปยังสถานที่ซึ่งกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ใช้เป็นฐานปฏิบัติการ

พฤติการณ์ของกลุ่มผู้ต้องหาถือเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนขบวนการคอลเซ็นเตอร์ เนื่องจากเป็นผู้จัดหาและขนย้ายกำลังคนและอุปกรณ์เข้าสู่ระบบ ทำให้ขบวนการคอลเซ็นเตอร์สามารถดำเนินกิจกรรมหลอกลวงได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีลักษณะการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน และเชื่อมโยงกับผู้ต้องหารายอื่นในลักษณะเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

จากการตรวจค้นสามารถตรวจยึดทรัพย์สินนำส่ง ปปง. เป็นเงินสด ประมาณ 4 ล้านบาท, รถยนต์ 13 คัน มูลค่าประมาณ 22 ล้านบาท, รถแทรกเตอร์ (รถไถ) 31 คัน มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท, รถขุด (แบคโฮ) 1 คัน มูลค่าประมาณ 1 ล้านบาท,  บ้านหรู 1 หลัง มูลค่าประมาณ 31 ล้านบาท,  ทองคำแท่ง 40 บาท มูลค่าประมาณ 3.2 ล้านบาทสินค้าแบรนด์เนม/เครื่องประดับ หลายรายการ มูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท, โฉนดที่ดิน 28 แปลง ราคาประมาณ 22 ล้าน อายัดเงินในบัญชี ธนาคาร ประมาณ 1 ล้าน บาท รวมมูลค่ากว่า 114 ล้านบาท

จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและจะได้สืบสวนขยายผล เพื่อพิสูจน์ความเชื่อมโยงกับผู้ร่วมขบวนการและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม