หน้าแรก > อาชญากรรม

ตร.แถลงปิดคดีโหด ฆ่าหั่นศพรัสเซีย มั่นใจพยานหลักฐานเอาผิด 2 มือฆ่ารัสเซีย ปมเรียกค่าไถ่ 1.2 แสนดอลลาร์

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 21:48 น.


ผบช.ภ.2 แถลงปิดคดีโหด ฆ่าหั่นศพรัสเซียฝังไร่มัน สองผู้ต้องหา หนีซุกโรงแรมหรู กทม. ปมเรียกค่าไถ่ 1.2 แสนดอลลาร์

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.พงษ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พ.ต.อ.ณัฐพล ผ่องสุขสกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหนองปรือ และ พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี

ร่วมกันแถลงข่าวปิดคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ หลังเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวรัสเซีย 2 ราย ก่อเหตุฆ่าหั่นศพเพื่อนร่วมชาติ ฝังอำพรางในไร่มันสำปะหลัง พื้นที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ก่อนหลบหนีไปซ่อนตัวในโรงแรมย่านเขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร

คดีดังกล่าวเริ่มต้นเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 เมื่อ น.ส.ลาซาเรนโก้ สัญชาติรัสเซีย เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ ว่า บุตรชาย ขาดการติดต่ออย่างมีพิรุธ ตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม 2569 หลังเดินทางไปพบหุ้นส่วนทางธุรกิจ ภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

โดยก่อนหายตัว ผู้เสียชีวิตได้ส่งข้อมูลพิกัดที่อยู่ พร้อมข้อความแสดงความกังวลด้านความปลอดภัยให้ครอบครัวรับทราบ สร้างความผิดสังเกตอย่างมากแก่ญาติ

จากการสืบสวนของชุดคลี่คลายคดี ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบภาพผู้เสียชีวิตเดินเข้าไปในบ้านหลังเกิดเหตุเมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา แต่ไม่ปรากฏภาพเดินออกมาอีกเลย ขณะที่ช่วงวันที่ 8–9 มกราคม 2569 กล้องวงจรปิดจับภาพผู้ต้องหาทั้งสองขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านหลายครั้ง โดยมีการขนย้ายสิ่งของขนาดใหญ่ซุกซ่อนใต้เบาะอย่างมีพิรุธ

ด้านพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบบ้านพัก พบคราบเลือดมนุษย์จำนวนมากในห้องน้ำ อ่างล้างมือ เครื่องซักผ้า รวมถึงอุปกรณ์ทำความสะอาด เมื่อตรวจด้วยสาร Bluestar พบร่องรอยการพยายามล้างทำลายหลักฐานอย่างชัดเจน อีกทั้งยังตรวจพบคราบเลือดมนุษย์ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการลำเลียงชิ้นส่วนศพ

นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังมีพฤติการณ์สุดโหด ใช้แอปพลิเคชัน Telegram ติดต่อไปยังครอบครัวผู้เสียชีวิต เรียกค่าไถ่เป็นเงิน 120,000 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมส่งภาพใบขับขี่ และภาพผู้เสียชีวิตในสภาพหมดสติเพื่อข่มขู่ สร้างความสะเทือนใจอย่างรุนแรงแก่ครอบครัว

กระทั่งวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจปูพรมตรวจสอบเส้นทางจากกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด ก่อนพบร่างผู้เสียชีวิตถูกหั่นแยกเป็นชิ้นส่วน ฝังอำพรางไว้หลายจุดในไร่มันสำปะหลัง ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุประมาณ 1.3 กิโลเมตร

ต่อมาในเวลา 18.45 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม 2 ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ได้ภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาหนัก 3 กระทง ประกอบด้วย 1.ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา 2.ร่วมกันซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตาย 3.ร่วมกันเรียกค่าไถ่โดยหน่วงเหนี่ยวกักขัง และกระทำทารุณโหดร้ายจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 2 คนให้การปฏิเสธ และไม่ให้ความร่วมมือหรือให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี โดยไม่ยอมปริปากให้ข้อมูลใดๆ กับตำรวจ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐานและยืนยันว่าสามารถดำเนินดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 2 คน นอกจากนี้ยังมีการทำงานร่วมกับอัยการในการรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดกับผู้ต้องหาทั้ง 2 คน

ขณะเดียวกัน สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี ภายใต้การกำกับดูแลของ พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ได้ดำเนินการเพิกถอนวีซ่าของผู้ต้องหาทั้งสองรายเป็นที่เรียบร้อย

ทั้งนี้ พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ยืนยันว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกของตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่พบความเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่ทหารของสหพันธรัฐรัสเซียแต่อย่างใด ผู้ต้องหาทั้งสองเป็นเพียงพลเรือนที่เข้ามาพำนักและประกอบกิจกรรมทางธุรกิจในประเทศไทยเท่านั้น ซึ่งอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ สอบถามข้อมูลจากทางสถานทูต โดยตำรวจจะเร่งขยายผลสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

ที่มา : Superball

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม