วันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 21:10 น.
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ร่วมกับ เจ้าหน้าที่แผนกกงสุลตำรวจสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย, บก.ตม. ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาชาวจีน จำนวน 2 ราย
สืบเนื่องจากประเทศไทยและสาธารณรัฐเกาหลีใต้มีความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันมาโดยตลอด และมีแนวทางร่วมกันในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร รวมถึงให้ความร่วมมือในการสืบสวนและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะขบวนการคอลเซ็นเตอร์ที่มีความเชื่อมโยงระหว่างสองประเทศ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย และ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) จึงได้ร่วมกันสืบสวนและแลกเปลี่ยนข้อมูลพบเบาะแสว่ามีชายจีน ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับสากลขององค์การตำรวจสากล (Interpol Red Notice) หลบหนีเข้ามาซ่อนตัวในประเทศไทย
โดยชายรายดังกล่าวเป็นผู้มีส่วนร่วมในขบวนการหลอกลวงข้ามชาติ ใช้วิธีโฆษณาชักชวนเหยื่อมาทำงานในแสกมเซ็นเตอร์ เมื่อเหยื่อมาถึงจะถูกยึดหนังสือเดินทาง ข่มขู่ไม่ให้หลบหนี บังคับให้ทำงานและส่งมอบบัญชีธนาคารไปใช้เป็นบัญชีม้า พร้อมทั้งมีการใช้ความรุนแรง และยังมีความเกี่ยวข้องกับเหตุทำร้ายนักศึกษาชาวเกาหลีใต้ในประเทศเพื่อนบ้านจนเสียชีวิต
ภายหลังเกิดเหตุชายชาวจีนรายนี้ได้หลบหนีการจับกุมเข้ามายังประเทศไทย หลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ พัทยา จ.ชลบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปทำการตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ดังกล่าว พบบุคคลสัญชาติจีน จำนวน 3 ราย พักอาศัยอยู่ภายในบ้าน
จากตรวจสอบหนังสือเดินทางและเอกสารต่างๆ พบว่าหนึ่งในนั้นคือ บุคคลตามประกาศหมายจับสากลขององค์การตำรวจสากล เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและนำตัวส่ง พนักงานอัยการ สำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ในส่วนของผู้ต้องหารายที่ 2 ที่สัญชาติจีนเช่นกัน ขณะเข้าตรวจค้นเจ้าหน้าที่พบผู้ต้องหามีอาการมึนเมาคล้ายเสพยาเสพติด จึงขอตรวจค้นและตรวจปัสสาวะด้วยความยินยอม ผลตรวจเบื้องต้นเป็นบวก จึงส่งตัวอย่างไปยืนยันผลที่ รพ.พัทยาปัทมคุณ และผู้ต้องหายอมรับว่าเสพยาไอซ์มาจริง จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและนำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ในส่วนของชาวจีนรายที่ 3 ขณะเข้าตรวจค้นยังไม่พบการกระทำความผิด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนขยายผล ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนดังกล่าวหรือไม่ต่อไป
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานงานกับแผนกกงสุลตำรวจ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย เกี่ยวกับข้อมูลพฤติการณ์ของกลุ่มคนร้ายดังกล่าวและความผิดที่เกิดขึ้น รวมถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนในประเทศเกาหลีใต้ เพื่อดำเนินการประสานความร่วมมือ และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
