24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 2 มกราคม 2569
>> หนาวตายต้นปี คุณตาวัย 75 ปี นอนเสียชีวิตบนที่นอนกลางบ้านภรรยา ยันสามีไม่ได้ดื่มเหล้า-ไม่มีโรคประจำตัว
07.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้าน บ้านโพธิ์ทอง หมูที่ 15 ว่ามีชาวบ้านนอนเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านพัก จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมกู้ชีพเทศบาลตำบลบ้านด่าน
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว พบศพชาย อายุ 75 ปี เจ้าของบ้านนอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอนกลางบ้าน ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบร่องรอยของการถูกทำร้ายร่างกาย เบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง
สอบถามภรรยาผู้เสียชีวิตอายุ 69 ปี เล่าว่าบ้านหลังนี้อาศัยอยู่กันเพียง 3 คน มีผู้เสียชีวิต ตนเองและหลานชายวัย 9 ขวบ สามีไม่มีโรคประจำตัว ไม่ดื่มสุรา ช่วงนี้อากาศจะหนาวเย็นโดยปกติเวลา 05.00 น. สามีจะลุกขึ้นมาก่อกองไฟผิงไฟคลายหนาวอยู่ข้างบ้านเป็นประจำ จนตนเองเห็นผิดสังเกตจึงเดินไปปลุกพบว่าสามีนอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอนกลางบ้านในสภาพศพแข็งทื่อไปแล้ว ส่วนสาเหตุคาดว่าอากาศหนาวเย็นประกอบกับสามีนอนอยู่กลางบ้านซึ่งเป็นที่โล่งอาจจะทำให้ช็อกจนเสียชีวิต
ขณะที่เพื่อนบ้านเล่าว่าช่วงเย็นผู้เสียชีวิต ได้อุ้มไก่ชนมาหาตนที่บ้านเพื่อนำไก่มาเปรียบชนกัน ส่วนสาเหตุที่เสียชีวิตตนเองคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาจากอากาศหนาวเย็นประกอบกับอุณหภูมิในพื้นที่ต่ำถึง 18 องศาเซลเชียส จึงทำให้ช็อกเสียชีวิต เบื้องต้นญาติไม่ติดใจในการเสียชีวิตเจ้าหน้าที่จึงมอบศพให้ไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป
>> ลูกเรือประมงพลัดตกทะเล ระหว่าง เกาะสิมิลัน - เกาะบอน ขอเรือท่องเที่ยว - เรือประมง ช่วยสังเกตหาคนตกน้ำ จ.พังงา
08.15 น. ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จังหวัดพังงา (ศคท.จว.พง.ฯ) ได้รับเเจ้งจากศูนย์คุระบุรี ว่า เกิดเหตุลูกเรือทรัพย์ศรีสวัสดิ์ 19 พลัดตกน้ำ โดยเป็นผู้ชาย อายุ 31 ปี สัญชาติเมียนมา โดยพลัดตกน้ำในช่วงเวลา 05.00 น.ที่ผ่านมา ระหว่างเกาะสิมิลัน - เกาะบอน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน
ปัจจุบันทางเรือประมงทรัพย์ศรีสวัสดิ์ 19 เเละเครือข่ายเรือประมงในพื้นที่กำลังดำเนินการให้การช่วยเหลือเเละค้นหา ปัจจุบันยังไม่พบลูกเรือคนดังกล่าว
หลังรับแจ้งจึง ประสานเครือข่ายเรือประมงในพื้นที่ใกล้เคียงช่วยดำเนินการตรวจสอบเเละให้การช่วยเหลือ รวมทั้งเเจ้งเครือข่ายเรือท่องเที่ยวในเส้นทางที่วิ่งผ่านหากพบให้เเจ้งให้หน่วยงานค้นหารับทราบ
>> 7 วันระวังอันตรายจากอุบัติเหตุทางถนน ปีใหม่ 69 สะสม 3 วัน มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุแล้ว 145 คน
10.15 น. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) แถลงสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ประจำวันที่ 2 มกราคม 2569 เกิดอุบัติเหตุ 326 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 317 คน ผู้เสียชีวิต 54 ราย สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 3 วัน ของการรณรงค์ (30 ธ.ค. 68 - 1 ม.ค. 69) เกิดอุบัติเหตุรวม 798 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 769 คน ผู้เสียชีวิต รวม 145 ราย เน้นสื่อสารให้ประชาชนที่เดินทางช่วงหยุดยาวต่อเนื่องขับรถด้วยความไม่ประมาท พร้อมเตรียมดูแลการเดินทางกลับของประชาชน
สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 3 วัน (30 ธ.ค. 68 - 1 ม.ค. 69) เกิดอุบัติเหตุรวม 798 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 769 คน ผู้เสียชีวิต รวม 145 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ ภูเก็ต 34 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต 38 คน จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 12 ราย
>> เพลิงไหม้บ้านพักครูเก่าอายุกว่า 40 ปี วอดทั้ง 2 หลัง เสียหายหลักล้าน คาดเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร จ.เพชรบุรี
10.44 น. สภ.เมืองเพชรบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองเพชรบุรี เข้าตรวจสอบ หลังได้รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพักครู ภายในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น จำนวน 2 หลัง ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี ถูกเพลิงไหม้อย่างรุนแรง และมีควันสีดำโพยพุ่งออกมาเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีเสียงระเบิดดังออกมาเป็นระยะ เจ้าหน้าที่ดับเพลิง และหน่วยกู้ภัย ได้ระดมกำลังเร่งฉีดน้ำสกัดเข้าไปที่บริเวณต้นเพลิง ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีเพลิงจึงสงบ ตรวจสอบเบื้องต้น พบบ้านทั้ง 2 หลัง และทรัพย์สินต่างๆที่อยู่ภายในบ้าน ถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายทั้งหมด โชคดีที่ขณะเกิดเหตุนั้นไม่มีผู้พักอาศัยอยู่ภายในบ้านทั้ง 2 หลัง
โดยในเวลาต่อมา ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วย นางสาว สุภัทรา โพธิ์สิงห์ หัวหน้าฝ่ายสงเคราะห์ผู้ประสบภัย นางสาวพัทธ์หทัย หงคงคา นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ สนง.ปภ.เพชรบุรี ได้เดินทางมาตรวจสอบจุดเกิดเหตุด้วยตัวเอง
สอบถาม ผู้พบเห็นเหตุการณ์ ทราบว่า บ้านพักทั้ง 2 หลัง เป็นบ้านพักครู ตั้งอยู่หลังโรงเรียน เป็นบ้านไม้เก่า อายุประมาณ 40 ปี ขณะเกิดเหตุนั้นในพื้นที่มีลมกระโชกแรง ทำให้เพลิงได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว ประกอบกับบ้านหลังเกิดเหตุเป็นบ้านไม้เก่า ทำให้เป็นเชื้อเพลิงชั้นดี โดยเหตุการณ์นี้โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและไม่มีผู้เสียชีวิต
ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน เบื้องต้นคาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากเป็นบ้านไม้เก่าและสภาพวงจรไฟฟ้าในบ้านมีสภาพเก่า มูลค่าความเสียหายหลักล้าน แต่อย่างไรก็ตามจะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดเพชรบุรี มาดำเนินการตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุอย่างละเอียดที่แท้จริงต่อไป
>> นายกฯ ลงพื้นที่ชายแดนสุรินทร์ อวยพรปีใหม่ ให้กำลังใจเหล่าทหารกล้า พร้อมมอบพระนารายณ์ทรงครุฑ และจดคาถายูงทองให้แก่กำลังพลไว้ติดตัว
12.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ณ ฐานปฏิบัติการภูหลวง อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ โดยมีนายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นายประภาส ศรีจันทร์เวียง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นายอำเภอกาบเชิง หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานด้านความมั่นคง ร่วมให้การต้อนรับและรายงานสถานการณ์ในพื้นที่
โอกาสนี้ ได้กล่าวอวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่แก่นายกรัฐมนตรี และได้ให้กำลังใจแก่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา อีกทั้งได้มอบ พระนารายณ์ทรงครุฑ ให้แก่นายทหารไว้ติดตัว ซึ่งได้รับจาก เจ้าคุณธงชัย หรือสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) พระเถระผู้มีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพศรัทธาแห่งวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร (วัดไตรมิตร) พร้อมทั้งได้จด คาถายูงทอง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยให้สวดจำนวน 9 จบ
>> รถจักรยานยนต์หลุดโค้งพลิกคว่ำลงข้างทาง ริมถนนเส้นทางศูนย์ศิลปาชีพสายใน มีทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต จ.ปทุมธานี
12.08 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำลงข้างทาง และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ช่วงทางโค้งยายปุ๊ก ถนนเส้นทางศูนย์ศิลปาชีพสายใน ตำบลเชียงรากใหญ่ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. ล้มคว่ำ ห่างออกไปในพงหญ้าข้างทาง พบผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 21 ปี ทางอาสาสมัครช่วยเหลือและนำส่ง รพ.กรุงสยามเซ็นคาลอส และใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 21 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามโคก
>> รถตู้เสียหลักชนต้นไม้ใหญ่ ริมถนนสายหนองหาน - พิบูลย์รักษ์ มีผู้บาดเจ็บ 8 และเสียชีวิต 1 ราย จ.อุดรธานี
13.50 น. สภ.พิบูลรักษ์ รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุรถตู้เสียหลักชนต้นไม้ข้างทาง และมีผู้บาดเจ็บหลายราย ถนนสายหนองหาน - พิบูลรักษ์ ช่วงระหว่างบ้านนายม จะไปบ้านดอนกลอย ในพื้นที่ อ.พิบูลย์รักษ์ จ.อุดรธานี
ที่เกิดเหตุ พบรถตู้ โตโยต้า สีเทา ลักษณะชนเข้ากับต้นไม้ข้างทาง ตรวจสอบพบว่า มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 9 ราย โดยมี 1 รายอาการสาหัสและติดค้างในยานพาหนะ ทางอาสาสมัครกู้ชีพ-กู้ภัย ร่วมดำเนินการใช้เครื่อมือตัดถ่างงัดรถ และนำส่งโรงพยาบาลพิบูลย์รักษ์ ในเวลาต่อมา รับแจ้งว่า ผู้บาดเจ็บเป็นชายไทย 1 ราย ที่อาการสาหัส ได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลพิบูลย์รักษ์
เบื้องต้นทราบว่า รถตู้คันดังกล่าว มีผู้โดยสารเป็นชาวสุรินทร์ที่หนีภัยความไม่สงบมาพักพิงกับญาติที่อุดรธานี ก่อนเกิดเหตุตั้งใจพากันเดินทางจากบ้านขาวัว ไปกราบไหว้พระที่วัดป่าดงหนองตาล เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเตรียมตัวเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิม หลังสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย แต่กลับต้องมาเกิดเหตุสลดเสียก่อน
สาเหตุเบื้องต้น เจ้าหน้าที่คาดการณ์เบื้องต้นว่ายางล้อหน้าอาจมีปัญหาทำให้รถเสียหลักพุ่งชนต้นไม้อย่างแรง ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิบูลรักษ์
>> นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียหมดสติเสียชีวิต ขณะปีนขึ้นเจดีย์สำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง กลางเมืองพังงา
15.30 น. นายอมรเทพ ปรีคำ รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา เปิดเผยว่า สำนักงานฯ ได้รับแจ้งจากศูนย์นเรนทรจังหวัดพังงา ขอสนับสนุนเจ้าหน้าที่พร้อมอุปกรณ์กู้ภัยทางสูง หลังมีรายงานนักท่องเที่ยวหมดสติอยู่บริเวณทางขึ้นเจดีย์ สำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.เมือง จ.พังงา
ทางเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา พร้อมทีมกู้ชีพกู้ภัย ปภ.เทศบาลเมืองพังงา และหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลพังงา เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่านักท่องเที่ยวรายดังกล่าวได้เสียชีวิตแล้ว ตรวจสอบเอกสาร เป็นผู้ชาย อายุ 40 ปี สัญชาติชาวรัสเซีย
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ใช้อุปกรณ์กู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตลงจากจุดเกิดเหตุอย่างทุลักทุเล ก่อนส่งร่างไปยังโรงพยาบาลพังงา เพื่อให้แพทย์ดำเนินการชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอนทางกฎหมาย โดยสาเหตุการเสียชีวิตอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นนั้นคาดว่านักท่องเที่ยวได้ปีนบันไดขึ้นไปยังเจดีย์ที่อยู่บนภูเขา ซึ่งบันไดแคบและชัน คาดว่าขณะขึ้นไปอากาศร้อนจนวูบหมดสติจนเสียชีวิตดังกล่าว
>> รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ บนต่างระดับวังมะนาว พ่อ-ลูกชาวเมียนมาบาดเจ็บ ก่อนที่ลูกชายวัย 13 ปีเจ็บไปเสียชีวิตที่ รพ.
17.16 น. ศูนย์รับแจ้งเหตุ ฉุกเฉิน 191 เพชรบุรี ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เสียหลักชนขอบทาง และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บริเวณเชิงทางลงสะพานต่างระดับวังมะนาว ฝั่งขาเข้า กทม ในพื้นที่ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี
ที่เกิดเหตุ เป็นรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า สีดำ ป้ายทะเบียน กทม. เสียหลักชนราวสะพานแล้วพลิกคว่ำ ตรวจสอบมีผู้บาดเจ็บรวม 2 ราย โดยมี 1 รายมีอาการสาหัส ส่วนอีก 1 ราย เป็นชายสัญชาติเมียนมา อายุ 44 ปี ทางอาสาสมัครกู้ภัยสว่างสรรเพชญ และรถ รพ.ปากท่อ ให้การช่วยเหลือนำส่ง รพ.ปากท่อ
และรับแจ้งว่า ผู้บาดเจ็บที่อาการสาหัส แขนซ้ายขาด ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาที่ รพ.ปากท่อ ตรวจสอบเอกสาร เป็นเด็กชาย อายุ 13 ปี เป็นบุคคลสัญชาติเมียนมา ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาย้อย
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนวอดทั้งหลัง ลุกลามอาคารข้างเคียง รถยนต์, รถจักรยานยนต์เสียหายหลายคัน
18.55 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยอ่อนนุช 68 ถนนอ่อนนุช แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ประกอบกิจการ ให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในบ้าน เพลิงลุกไหม้บ้านต้นเพลิงเสียหายหมดทั้งหลัง ลุกลามโรงจอดรถ และอาคารข้างเคียงเสียหายบางส่วน เพลิงลุกไหม้รถกระบะ จำนวน 1 คัน สีดำ หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร เสียหายบริเวณห้องโดยสารและท้ายกระบะ รถจักรยานยนต์ จำนวน 3 คัน เสียหายทั้งหมดจำนวน 2 คัน เสียหายบางส่วน จำนวน 1 คัน ทั้ง 3 คันไม่ทราบยี่ห้อ รุ่นและหมายเลขทะเบียน
และเพลิงได้ลุกลามอาคารข้างเคียง ลักษณะเป็นอาคารคอนกรีต 3 ชั้น ให้เช่าพักอาศัย เพลิงไหม้เสียหายบริเวณ ประตู และหน้าต่าง จำนวน 3 ห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 30 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับ เพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้บ้านต้นเพลิงเสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 ราย เป็นเพศหญิง อายุประมาณ 57 ปี ได้รับบาดเจ็บจากการหกล้มมีแผลถลอกบริเวณหัวเข่าทั้งสองข้าง อาสาสมัครปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุและนำส่งโรงพยาบาลสิรินธร พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยประเวศ
>> ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา ยืนยันปฏิบัติการชายแดนอยู่ในอาณาเขตของไทย ไม่ใช่ยึดครองกัมพูชา
19.11 น. ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา ขอชี้แจงกรณีรายงานข่าวของสื่อมวลชนต่างประเทศบางสำนัก ที่ระบุว่าประเทศไทยใช้กำลัง “ยึดดินแดน” ของกัมพูชา และห้ามชาวกัมพูชา “กลับบ้านพัก” ซึ่งถ้อยคำดังกล่าว ไม่สอดคล้อง กับข้อเท็จจริงและสถานะทางกฎหมายของพื้นที่
ประเทศไทยขอยืนยันว่า การปฏิบัติของฝ่ายไทย เกิดขึ้นภายในอาณาเขต ของประเทศไทย และ/หรือในพื้นที่ใกล้บริเวณที่มีข้ออ้างสิทธิทับซ้อน ซึ่งยังอยู่ระหว่างกระบวนการตามกลไกทวิภาคีและกฎหมายระหว่างประเทศ แต่มิใช่การรุกราน หรือการยึดครองดินแดนของรัฐอื่น การดำเนินการของไทยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ
คุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่, ป้องกันการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน, ควบคุมสถานการณ์และลดระดับความตึงเครียด เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งขยายตัว และ ประเทศไทยยึดมั่นในกฎบัตรสหประชาชาติ หลักกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักการใช้กำลังเท่าที่จำเป็นและได้สัดส่วน พร้อมยืนยันการใช้สันติวิธี
การเจรจาและความร่วมมือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อมุ่งสู่การแก้ไขปัญหาอย่างสันติและยั่งยืน ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา ให้ความสำคัญต่อบทบาทของสื่อมวลชน และขอความร่วมมือในการนำเสนอข่าวสารอย่างรอบด้าน ถูกต้อง และใช้ถ้อยคำที่สะท้อนสถานะทางกฎหมายของพื้นที่อย่างเหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยง ความเข้าใจคลาดเคลื่อนในประชาคมโลก ประเทศไทยยังคงเปิดกว้างในการให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง และหลักฐานที่เกี่ยวข้อง แก่สื่อมวลชนและภาคีระหว่างประเทศ บนพื้นฐานของความโปร่งใส และความเคารพซึ่งกันและกัน
3 มกราคม 2569
3 มกราคม 2569