หน้าแรก > อาชญากรรม

ตำรวจไซเบอร์ รวบหัวหน้าขบวนการสแกมเมอร์รัสเซีย หลอกนักธุรกิจไทยคบเป็นแฟนก่อนชวนลงทุนสูญเงินนับแสน

วันที่ 27 ธันวาคม 2568 เวลา 05:15 น.


ตำรวจไซเบอร์ รวบหัวหน้าขบวนการสแกมเมอร์รัสเซีย หลอกนักธุรกิจไทยคบเป็นแฟนก่อนชวนลงทุนสูญเงินนับแสน

วันที่ 26 ธ.ค.68 ตำรวจไซเบอร์จับกุมหัวหน้าขบวนการสแกมเมอร์ชาวรัสเซีย ได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ หลังก่อเหตุหลอกลวงนักธุรกิจชาวจังหวัดนครสวรรค์ ด้วยวิธีปลอมโปรไฟล์หญิงสาวหน้าตาดี สร้างความสัมพันธ์เชิงชู้สาว ก่อนชักชวนลงทุนเทรดทองคำผ่านแพลตฟอร์มปลอม สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือนสิงหาคม พ.ศ.2566 ผู้เสียหายซึ่งเป็นนักธุรกิจชาวนครสวรรค์ ถูกกลุ่มคนร้ายใช้บัญชีเฟซบุ๊กหนึ่ง ปลอมเป็นหญิงสาวเข้ามาทำความรู้จัก พูดคุยสร้างความสนิทสนมในลักษณะคนรัก ก่อนชักชวนให้ลงทุนเทรดทองคำผ่านแพลตฟอร์มหนึ่ง ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่กลุ่มคนร้ายสร้างขึ้นมาเอง โดยอ้างว่าสามารถลงทุนระยะสั้น ใช้เงินไม่มาก แต่ได้ผลตอบแทนสูงและรวดเร็ว

ผู้เสียหายหลงเชื่อ หลังจากทดลองลงทุนในช่วงแรกสามารถถอนเงินกำไรออกมาได้จริง จึงตัดสินใจโอนเงินลงทุนเพิ่มรวมประมาณ 60,000 บาท ก่อนจะพบว่าไม่สามารถถอนเงินออกมาได้อีก ต่อมาผู้เสียหายได้รับข้อมูลจากการประชาสัมพันธ์ของตำรวจไซเบอร์เกี่ยวกับขบวนการหลอกลงทุนในลักษณะเดียวกัน จึงมั่นใจว่าถูกหลอกลวงและไม่ได้โอนเงินเพิ่มเติม ก่อนเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.หญิง ธร สุขเรืองวงศ์ สว.(สอบสวน) กก.3 บก.สอท.4 เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มคนร้าย

จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาใช้บัญชีม้ารับโอนเงินจากผู้เสียหาย ก่อนโอนต่อเป็นทอด ๆ รวม 10 บัญชี แบ่งเป็นบัญชีธนาคารของคนไทย 8 บัญชี และบัญชีธนาคารของหัวหน้าขบวนการชาวรัสเซีย 2 บัญชี ซึ่งเป็นบัญชีผู้รับผลประโยชน์ โดยมีการสร้างเส้นทางการเงินที่สลับซับซ้อน ใช้บัญชีม้าจำนวนมาก และให้คนไทยทำหน้าที่กดเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม ก่อนนำไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินสกุลดิจิทัล เพื่อโอนต่อให้ผู้ร่วมขบวนการ ทำให้ยากต่อการติดตามตรวจสอบ

การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากโดยรู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” ผู้บังคับบัญชาตำรวจไซเบอร์จึงสั่งการให้เร่งรัดติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งขบวนการ

พล.ต.ต.กฤตัชญ์  บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 จึงได้สั่งการให้สืบสวนจับกุมขบวนการคนร้ายอย่างเคร่งครัด  ต่อมาพนักงานสอบสวน กก.3 บก.สอท.4 จึงได้ร้องขอศาลจังหวัดนครสวรรค์ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมดจำนวน 10 ราย โดยชุดสืบสวน กก.3 บก.สอท.4 สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 7 ราย และสามารถอายัดเงินในบัญชีของกลุ่มผู้ต้องหาไว้ได้มูลค่าร่วม 2 ล้านบาท  

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 เจ้าหน้าที่สืบสวนทราบว่า ชายคนหนึ่ง อายุ 31 ปี หัวหน้าขบวนการสแกมเมอร์ชาวรัสเซีย หลบหนีมาอยู่บริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ จึงนำกำลังเข้าจับกุมและควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.สอท.4 ดำเนินคดี

จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหารายนี้ ใช้วีซ่านักเรียนอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี และก่อเหตุหลอกลวงเหยื่อในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ.2566 โดยมีประวัติเดินทางเข้าออกประเทศไทยหลายครั้ง เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากพบพฤติการณ์ฟอกเงินผ่านสกุลดิจิทัล และมีธุรกรรมทางการเงินเชื่อมโยงกับบัญชีของกลุ่มผู้ต้องหาจำนวนมาก

ทั้งนี้ตำรวจไซเบอร์ขอประชาสัมพันธ์เตือนประชาชน โดยเฉพาะนักลงทุนและผู้ทำงาน ให้ระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาในรูปแบบความสัมพันธ์เชิงชู้สาว และชักชวนให้ลงทุนโดยอ้างผลตอบแทนสูงเกินจริง ควรเลือกลงทุนกับสถาบันการเงินหรือแพลตฟอร์มที่มีความน่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี

 

 

ข่าวยอดนิยม