หน้าแรก > อาชญากรรม

จับแม่ชาวไทยอายุ 29 ปี ลวงลูกสาวแท้ๆ ค้ากามที่ญี่ปุ่น

วันที่ 24 ธันวาคม 2568 เวลา 15:10 น.


สืบเนื่องจากจากกรณี มีเด็กหญิงชาวไทยวัย 12 ปี แจ้งตำรวจญี่ปุ่น ระบุถูกแม่แท้ ๆ นำตัวไปปล่อยไว้ที่ญี่ปุ่น และถูกเจ้าของร้านนวดชาวญี่ปุ่น บังคับให้ทำงานค้าบริการทางเพศ ก่อนที่แม่จะเดินทางไปไต้หวันและถูกทางการไต้หวันจับกุมตัวดำเนินคดี ส่วนเด็กหญิงอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ประเทศญี่ปุ่น  

วานนี้(23 ต.ค.) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตคม.ตร.) สั่งการ พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม. พ.ต.อ.ณรงค์ เทศวิบูลย์ รอง ผบก.ปคม. พ.ต.อ.ชวินโรจน์ ภีมรัชตธำรงค์ ผกก.4 บก.ปคม. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.4 บก.ปคม. เข้าคุมตัว แม่วัย 29 ปีที่สนามบินสุวรรณภูมิ หลังทางการไต้หวันส่งตัวกลับมาดำเนินคดีที่ไทย เนื่องจากมีหมายจับศาลอาญาฯ ของตำรวจ กก.4 บก.ปคม.  ซึ่งหลังรับตัวจนท.ได้พาขึ้นรถเดินทางมายัง บช.ก. ทำการสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหา ตามขั้นตอนกฎหมาย

ล่าสุดศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศคตม.ตร.), กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB), กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) และ มูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี ได้ร่วมแถลงข่าวจับกุม แม่ชาวไทยอายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ฐาน เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไป เพื่อการอนาจารฯ และค้ามนุษย์ 

 

สำหรับพฤติการณ์ พล.ต.อ.ธัชชัย รอง ผบ.ตร./ผอ.ศตคม.ตร. เผยว่าได้รับการประสานงานจาก กระทรวงการต่างประเทศ ให้ช่วยเหลือเด็กหญิง ซึ่งถูกผู้ต้องหาเกี่ยวข้องเป็นมารดาแท้ๆ  พาไปนวดแฝงบริการทางเพศที่ประเทศญี่ปุ่น จึงได้สั่งการและเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น โดยร่วมกับ ผบ.ตร. และ ผบช.น. ตำรวจเมืองโตเกียว ในการเดินทางไปประสานความร่วมมือกับ ผบ.ตร. และ ผบช.ตม.ที่ประเทศไต้หวัน  เพื่อช่วยเหลือเหยื่อและดำเนินคดีกับผู้ต้องหา  

โดยในช่วงเดือนมิถุนายน 2568 ผู้ต้องหาซึ่งเป็นมารดาแท้ๆ  พาลูกสาว 12 ปี ไปนวดแฝงที่ประเทศญี่ปุ่นในช่วงปิดเทอม แต่เมื่อเดินทางถึงกรุงโตเกียว ผู้ต้องหากลับนำบุตรสาวไปส่งที่ร้านนวด ย่านเขตบุนเคียว (Bunkyo) โดยตกลงกับเจ้าของร้านให้เด็กทำงานนวดแฝงการบริการทางเพศ ต่อมาในช่วงกลางเดือนกันยายน 2568 เด็กอาศัยจังหวะเผลอหลบหนีออกจากร้านนวด และเข้าขอความช่วยเหลือจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโตเกียว

จากการสืบสวนพบว่าตลอดระยะเวลาที่อยู่ในญี่ปุ่น ตัวเด็กได้นวดแฝงบริการทางเพศ ซึ่งรายได้จากการขายบริการ เจ้าของร้านนวดจะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารในประเทศญี่ปุ่น จากนั้นผู้เกี่ยวข้องได้มีการแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทย และโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของแม่ (ผู้ต้องหา) ในประเทศไทย  

ด้านตัวเด็กเชื่อว่ามารดาซึ่งเป็นผู้ต้องหา จะมารับกลับจากร้านนวด และเด็กหญิงพยายามติดต่อมารดา  แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ จึงไปร้องขอความช่วยเหลือ จนนำไปสู่การประสานงานระหว่างประเทศ และการจับกุมเจ้าของร้านนวดรวมถึงพนักงานในญี่ปุ่น ในส่วนของประเทศไทย กองกำกับการ 4 บก.ปคม. ได้รวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด จนสามารถขออนุมัติหมายจับ และติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ในที่สุด​ ในเบื้องต้นผู้ต้องหาปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา​ 

 

 

ข่าวยอดนิยม