หน้าแรก > สังคม

กทพ. จับมือ 3 หน่วยงาน ร่วมลงนามความร่วมมือ โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยเพื่อรองรับระบบสาธารณูปโภคของหน่วยงานสาธารณูปโภค

วันที่ 19 ธันวาคม 2568 เวลา 10:17 น.


วันนี้ (19 ธ.ค.68) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือการดำเนิน โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย เพื่อรองรับระบบสาธารณูปโภคของหน่วยงานสาธารณูปโภค ระหว่าง การทางพิเศษแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปาส่วนภูมิภาค และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ทั้งนี้ ในการลงนามมี นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการ การทางพิเศษฯ นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค และพันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้มีอำนาจลงนามผูกพัน บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ลงนาม

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า โครงการ ทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยแห่งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นเส้นทางคมนาคมที่จะช่วย ยกระดับการเดินทาง และส่งเสริม การท่องเที่ยว ของเกาะสมุยเท่านั้น แต่ยังเป็นโครงการที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล โดยการเปิดพื้นที่ให้เป็นโครงข่าย หลักในการ ติดตั้งระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็นของชาติ การทางพิเศษฯ ได้แสดงให้เห็นถึงความริเริ่มในการบูรณาการ การใช้ประโยชน์จากพื้นที่ทางพิเศษอย่างสูงสุด ความร่วมมือกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปาส่วนภูมิภาค และ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) โดยการผนึกกำลังครั้งสำคัญที่จะช่วย ให้การส่งผ่านพลังงานไฟฟ้า น้ำประปา และระบบสื่อสารโทรคมนาคม สามารถเข้าถึงและให้บริการแก่ประชาชน และผู้ประกอบการบนเกาะสมุยได้อย่าง มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า การทำงานร่วมกัน ระหว่างหน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจ สามารถสร้างคุณค่าที่ยิ่งใหญ่กว่าการดำเนินการเพียงลำพัง การใช้โครงสร้าง พื้นฐานร่วมกันจะช่วยประหยัดงบประมาณของประเทศ ลดความซ้ำซ้อนในการลงทุนและการก่อสร้าง เพิ่มประสิทธิภาพ ในการดำเนินงาน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และอำนวยความสะดวกในการบำรุงรักษา ยกระดับคุณภาพชีวิต ของประชาชน สร้างความมั่นใจในการเข้าถึงบริการสาธารณูปโภคพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง และมีเสถียรภาพ

นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า โครงการทางพิเศษ เชื่อมเกาะสมุยมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยยกระดับความมั่นคงด้านคมนาคม ความปลอดภัยสาธารณะ และคุณภาพชีวิตของประชาชน ปัจจุบันการเดินทางเข้า-ออกเกาะสมุยมีข้อจำกัดและเปราะบางต่อสภาพอากาศ ส่งผลต่อประชาชน การท่องเที่ยว และการรับมือเหตุฉุกเฉิน โครงการนี้จึงไม่ใช่เพียงสะพานคมนาคม แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานร่วมสำหรับวางระบบน้ำประปา ไฟฟ้า และโทรคมนาคมอย่างครบวงจร การลงนาม MOU ระหว่าง 4 หน่วยงาน เป็นจุดเริ่มต้นของการบูรณาการแผนงาน เพื่อลดการลงทุนซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพ การให้บริการมุ่งผลักดันให้โครงการเกิดขึ้นจริง เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการพัฒนา เกาะสมุยอย่างยั่งยืน

ดร.มงคล กล่าวว่า การลงนาม MOU โครงการทางพิเศษ เชื่อมเกาะสมุย นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความมั่นคงของระบบสาธารณูปโภค โดยเฉพาะด้านพลังงานไฟฟ้า ที่ผ่านมาเกาะสมุยเคยประสบปัญหาไฟฟ้าดับจากความเสียหายของระบบสายส่งใต้น้ำ ซึ่งมีความเสี่ยงสูง และซ่อมบำรุงได้ยากโครงการนี้จะเปิดโอกาสให้สามารถวางระบบสายส่งไฟฟ้าหลักบนโครงสร้างสะพานทางพิเศษ ที่มีความปลอดภัยและเสถียรมากขึ้น ช่วยลดการลงทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการสาธารณูปโภค อย่างเป็นระบบ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคพร้อมสนับสนุนระบบไฟฟ้าที่มั่นคง

นายจักรพงศ์ กล่าวว่า โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย เป็นการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานของประเทศร่วมกัน เกาะสมุยเป็นพื้นที่เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสำคัญ แต่ยังเผชิญข้อจำกัดด้านทรัพยากรน้ำมาอย่างต่อเนื่อง โครงการดังกล่าวจะเอื้อให้สามารถวางระบบท่อ ส่งน้ำประปาขนาดใหญ่ผ่านโครงสร้างทางพิเศษได้อย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพลดความซ้ำซ้อนในการลงทุนและ เพิ่มความคุ้มค่าในการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน การประปาส่วนภูมิภาคพร้อมสนับสนุนการพัฒนาระบบน้ำที่ มั่นคง และรองรับการเติบโตของเกาะสมุยในอนาคต

พันเอก สรรพชัยย์ กล่าวว่า เกาะสมุยเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่จำเป็นต้องมีระบบสื่อสารโทรคมนาคมที่มีเสถียรภาพและ ทันสมัย ปัจจุบันบางพื้นที่ยังประสบปัญหาสัญญาณไม่เสถียรจากข้อจำกัดของโครงสร้างพื้นฐานเดิมและปริมาณ การใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยจะเอื้อให้ NT สามารถวางโครงข่ายสื่อสาร ความเร็วสูงบนโครงสร้างสะพานที่มีความมั่นคงและปลอดภัย รองรับเทคโนโลยีอนาคต อาทิ 5G, Smart City, Smart Tourism และบริการดิจิทัลต่าง ๆ NT พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับระบบสื่อสารของ เกาะสมุยให้มีความเสถียร ทันสมัยและรองรับประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

การลงนามบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมของ 4 หน่วยงานรัฐ และรัฐวิสาหกิจ ในการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม พลังงาน น้ำประปา และโทรคมนาคม ให้สามารถ ใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ บนโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย ซึ่งไม่เพียงช่วยลดความซ้ำซ้อน ในการลงทุนของประเทศ แต่ยังยกระดับความมั่นคงของระบบสาธารณูปโภค รองรับการเติบโตด้านเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้แก่ประชาชนบนเกาะสมุยและพื้นที่ใกล้เคียง


 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม