วันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 เวลา 15:57 น.
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จับมือสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย (TTLA) วางแนวทางและยุทธศาสตร์การส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจโลจิสติกส์ไทยให้ตอบรับกระแสโลกด้านความยั่งยืน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (TIFFA) ขับเคลื่อนพัฒนาธุรกิจโลจิสติกส์ไทยให้เติบโตอย่างมีมาตรฐานและเป็นธรรม ปราศจากปัญหาธุรกิจนอมินีที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เผยผลการหารือร่วมกับสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย (TTLA) และสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (TIFFA) เพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือในการยกระดับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของประเทศ โดยมีข้อสรุป ดังนี้
สมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย (TTLA) นำโดย ดร.ปิยะนุช สัมฤทธิ์ ที่ปรึกษาสมาคม TTLA ได้เสนอ โครงการเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมมิติสำคัญของการพัฒนาโลจิสติกส์ในปัจจุบัน ประกอบด้วย (1) พัฒนาผู้ประกอบธุรกิจโลจิสติกส์ สู่มาตรฐานการดำเนินงานสีเขียว (Green Logistics) : จัดหลักสูตรฝึกอบรมเชิงลึกในเรื่อง Green Logistics และการคำนวณ Carbon Footprint ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสำคัญระดับโลก (2) ยกระดับโลจิสติกส์ไทยผ่านการศึกษาเทคโนโลยีและแนวทางปฏิบัติสากลผ่านการจัดคณะศึกษาดูงาน ณ ประเทศจีน และกิจกรรม Business Matching เพื่อขยายโอกาสทางการค้า สร้างพันธมิตรทางธุรกิจ หาคู่ค้าใหม่ และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระดับนานาชาติ (3) ยกระดับผู้ประกอบการสู่มาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยทางถนน (ISO 39001) โดยจัดอบรมหลักสูตร ISO 39001 และ Workshop เชิงปฏิบัติการด้านการประเมินความเสี่ยงความปลอดภัยทางถนน เพื่อมุ่งลดอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างเป็นรูปธรรม และ (4) ส่งเสริมองค์ความรู้ การคัดเลือกบริการโลจิสติกส์สำหรับธุรกิจ ผ่านกิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างผู้ใช้บริการ และกิจกรรมสร้างการรับรู้และเจรจาจับคู่ธุรกิจ รวมถึงการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อให้ผู้ประกอบการได้พบปะ เจรจากับคู่ค้าที่เหมาะสม และแลกเปลี่ยนข้อเสนอ ข้อตกลงการค้า ระหว่างกันโดยตรง
อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เห็นว่าข้อเสนอโครงการทั้งหมดของสมาคม TTLA มีความสอดคล้องกับภารกิจของกรมฯ และสามารถดำเนินการร่วมกันได้ โดยเฉพาะการมุ่งเน้นการพัฒนาสู่ “มาตรฐานสีเขียว” ตามแนวโน้มปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมตลอดโซ่อุปทาน ทั้งการเสริมสร้างองค์ความรู้ การคำนวณและลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการเชื่อมโยงเครือข่าย Matching คู่ค้า ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าใหม่ๆ ให้ผู้ประกอบการไทย
ในส่วนของสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (TIFFA) ได้เสนอแนวทางการส่งเสริม 2 ส่วนหลัก คือ 1) การส่งเสริมมาตรฐาน ‘TIFFA MARK’ ซึ่งเป็นระบบมาตรฐานธุรกิจรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศสำหรับสมาชิก เพื่อเป็นเครื่องหมายรับรองและยกระดับคุณภาพของธุรกิจโลจิสติกส์ไทย และ 2) การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไทยนำมาตรฐาน ISO 9001 มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นในระดับนานาชาติ
นอกจากแนวทางการส่งเสริมแล้ว ที่ประชุมได้มีข้อเสนอเกี่ยวกับมาตรการปราบปรามการประกอบธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ในรูปแบบนอมินี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเป็นธรรม สร้างธรรมาภิบาลในการประกอบธุรกิจ ซึ่งกรมฯ โดยกองป้องกันและปราบปราธุรกิจผิดกฎหมาย เตรียมส่งดำเนินคดีธุรกิจขนส่งและคลังสินค้า ซึ่งใช้คนไทยเป็นผู้ถือหุ้นแทนในลักษณะนอมินีกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) จำนวน 6 ราย และ TIFFA และหน่วยงานภาคียังจะช่วยชี้เบาะแสและให้ข้อมูลบริษัทผู้ให้บริการโลจิสติกส์ซึ่งมีพฤติกรรมใช้นอมินีดังกล่าวเพิ่มเติม
“ทั้งนี้ ความร่วมมือกับสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย (TTLA) และสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (TIFFA) จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนบนเวทีโลก ซึ่งกรมฯ ยินดีและพร้อมให้การสนับสนุนทั้ง 2 สมาคม เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทยในตลาดโลก” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวสรุป
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนส่งเสริมธุรกิจโลจิสติกส์ กองส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โทร 0 2547 5955 สายด่วน 1570 หรือ www.dbd.go.th


10 มีนาคม. 2569
10 มีนาคม. 2569
เช้านี้ (10 มี.ค.69) ฝุ่นละออง PM2.5 กทม.ค่าเกินมาตรฐาน 13 เขต
10 มีนาคม. 2569
10 มีนาคม. 2569
เช้านี้ (10 มี.ค.69) ฝุ่นละออง PM2.5 กทม.ค่าเกินมาตรฐาน 13 เขต