วันที่ 11 มีนาคม. 2568 เวลา 22:55 น.
รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ลั่นในฐานะนรต.รุ่นพี่ "ผกก.โจ้" ไม่ตายฟรีแน่นอน จะทำความจริงให้ปรากฏ
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 10 มีนาคม 2568 ที่เรือนจำกลางระยอง ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง พ.ต.ท.เชน กาญจนาปัจจ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีการเสียชีวิตของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผกก.โจ้ ว่า สำหรับคำสั่งย้ายนายสิทธิพร พ้นจากหน้าที่หัวหน้างานควบคุมแดน 7 ฝ่ายควบคุมผู้ต้องขังแดน 7 เรือนจำกลางคลองเปรม ให้ปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายบริหารทั่วไป ส่วนบริหารทั่วไปนั้น ถือเป็นเรื่องปกติเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง
ทั้งนี้อธิบดีกรมราชทัณฑ์ได้ออกคำสั่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมทั้งสิ้น 7 ราย โดยมีหัวหน้าผู้ตรวจกรมราชทัณฑ์ เป็นประธาน ส่วนอีก 3 ราย เป็นบุคคลภายนอก ทั้งในส่วนของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ , สำนักงานตำรวจแห่งชาติ , กรมการปกครอง และมีระดับเจ้าหน้าที่ร่วมเป็นกรรมการ ซึ่งการตั้งคณะทำงานชุดนี้ขึ้นมานั้น หากนายสิทธิพร ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิม มันก็จะไม่สะดวกในการสอบถามรายละเอียดต่าง ๆ จึงต้องย้ายนายสิทธิพร ออกจากการเป็นผู้คุมแดน 7 ไว้ก่อน โดยให้ไปอยู่งานด้านธุรการแทน เพื่อลดบทบาทเจ้าตัว แม้จะยังไม่ปรากฏว่าเป็นผู้กระทำผิด แต่เพื่อคณะทำงานเข้าไปสอบถามรายละเอียดต่าง ๆ กับผู้ต้องขังรายอื่นได้สะดวกมากขึ้น เพื่อความสบายใจไม่ถูกกดดัน
ขณะนี้ทางกรมราชทัณฑ์ ได้ทำหนังสือไปที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กรมการปกครอง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ส่งชื่อกรรมการมา หากได้ครบก็จะสามารถเริ่มประชุมได้เลย เชื่อว่าในระยะ 30 วันแรกจะได้ความคืบหน้าพอสมควร ซึ่งในการตรวจสอบจะต้องถามทุกประเด็น รวมถึงประเด็นในหนังสือร้องเรียนที่แม่ของอดีตผู้กำกับโจ้ส่งมาด้วย โดยมีการลงนามส่งมาถึงกรมราชทัณฑ์ เมื่อวันที่ 3 มี.ค.68 มีผู้ตรวจราชการเป็นหัวหน้าคณะกรรมการ แต่เมื่ออดีตผู้กำกับโจ้เสียชีวิตลง จึงต้องมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
“ยืนยันว่า ผู้คุมสิทธิพร ไม่เคยมีพฤติกรรมที่ถูกร้องเรียนมาก่อนหน้านี้ กระแสข่าวที่ว่ามีแบ็กเป็นถึงระดับผู้ใหญ่ของกรม ก็ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ ทั้งนี้ได้เคยเรียกมาสอบถามครั้งหนึ่งแล้วในวันที่เกิดเหตุ เพราะมีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งเท่าที่ดูภาพลักษณ์ไม่ได้ดูเป็นคนดุดัน และเขายืนยันว่า ไม่ได้มีปัญหาส่วนตัวกับอดีตผู้กำกับโจ้ แต่เป็นการกวดขันวินัยผู้ต้องขังตามปกติ ซึ่งเวลาที่ผู้ต้องขังเข้าไปอยู่ในเรือนจำ ก็จะมีความเครียดอยู่แล้ว และอดีตผู้กำกับโจ้นั้นเคยเป็นตำรวจ แต่ผู้ต้องขังคนอื่นเคยเป็นโจร ดังนั้น จึงมองภาพต่างกัน คนเคยบังคับใช้กฎหมาย พอเห็นอะไรที่คิดว่าไม่ถูกต้องก็จะบอก แต่ผู้คุมจะคอยกวดขันว่าสิ่งใดปรับได้หรือไม่ได้ แต่ยืนยันว่าไม่ถึงขั้นจะต้องทำให้เสียชีวิต
ทั้งนี้ ยืนยันว่าสื่อลามกกับยาเส้น เป็นสิ่งของที่มีความผิด หากมีการนำเข้าไปใช้ในเรือนจำจริง ผู้คุมที่รับรู้ต้องมีความผิดทางอาญาด้วย ซึ่งทางกรมราชทัณฑ์มีการใช้ชุดดำจู่โจมตรวจสอบอยู่ตลอด ก็ยอมรับว่ามีพบบ้าง ไม่ใช่ไม่มีเลย และผู้ต้องขังคนที่ถูกระบุในหนังสือร้องเรียนก็ต้องถูกตรวจสอบเช่นกัน
พ.ต.ท.เชน ย้ำถึงการที่ทนายความของอดีตผู้กำกับโจ้ไปแจ้งความเรื่องถูกทำร้ายร่างกายที่ สน.ประชาชื่นว่า ตามกฎกระทรวงมีกำหนดไว้ว่าการจะแจ้งความดำเนินคดีจะต้องทำผ่านผู้บัญชาการเรือนจำให้พิจารณาเป็นเรื่องไป เพื่อให้มีการควบคุม เพราะในเรือนจำกลางคลองเปรม มีผู้ต้องขังมากกว่า 6,000 คน หากไม่มีระเบียบกฏเกณฑ์ ทุกคนก็จะแต่งตั้งทนายความไปแจ้งความกันเองหมด ทำให้เกิดความวุ่นวายได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ครอบครัวของอดีตผู้กำกับโจ้ รู้สึกไม่มั่นใจในการตรวจสอบของกรมราชทัณฑ์ พ.ต.ท.เชน กล่าวว่า ตนเห็นใจครอบครัว เพราะก็เคยพูดคุยกัน เห็นมาเข้าเยี่ยมอดีตผู้กำกับโจ้มาตลอด 3 ปี อีกทั้ง ตนก็เป็นรุ่นพี่โรงเรียนนายร้อยตำรวจของอดีตผู้กำกับโจ้ จึงเข้าใจ จะไม่ยอมให้น้องต้องตายฟรี จะต้องทำความจริงให้ปรากฏ และครอบครัวสามารถประสานขอเข้ามาตรวจสอบในเรือนจำได้ตลอด เชื่อว่าเรื่องนี้จะค่อยค่อยคลี่คลาย เบื้องต้นผลทางนิติวิทยาศาสตร์ก็บอกแล้วว่า ที่คอไม่มีแผลอื่น ส่วนรอยเลือด คือ น้ำเหลืองที่ผสมเลือด หยดติดพื้น และแพทย์ก็ได้ผ่าตรวจภายในร่างกายโดยละเอียดไปแล้ว รอผลประมาณ 30 วัน