วันที่ 15 มกราคม 2568 เวลา 01:19
รวบสาวบัญชีม้า รับโอนเงินแก๊งสร้างแอปฯปลอม หลอกผู้เสียหายร่วมลงทุน สูญเงินกว่า 36 ล้านบาท
กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) โดย พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ทล. , พ.ต.อ.ชาคริต มงคลศรี รอง ผบก.ทล. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ส.ทล.1 กก.7 บก.ทล. ร่วมกันจับกุม นางสาว ภา (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี จับกุมได้ที่บ้านหลังหนึ่ง ในซ.สามัคคี 2 ถ.วิเศษ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ตามหมายจับ
1. กระทำความผิดตามหมายจับของศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ 286/2567 ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน "ร่วมกันฉ้อโกง และนำเข้าซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นโดยประการที่อาจเกิดความเสียหายต่อผู้อื่น , เปิดหรือยินยอมให้บุคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง"
2.กระทำความผิดตามหมายจับของศาลจังหวัดอุบลราชธานี ที่ จ.39/2567 ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน "ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่นและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ซึ่งบิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น"
3.กระทำความผิดตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.691/2567 ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง และร่วมกันนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน"
4.กระทำความผิดตามหมายจับของศาลอาญาพระโขนง ที่ จ.449/2567 ลงวันที่ 17 กรกฎาคม 2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน "ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบกันโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และ ร่วมกันฟอกเงิน"
5.กระทำความผิดตามหมายจับของศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ 510/2567 ลงวันที่ 17 กรกฎาคม 2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน "สนับสนุนหรือร่วมกัมกันฉ้อโกง และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือยินยอมให้บุคคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือกิจการที่ตนเองเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด"
6.กระทำความผิดตามหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ จ.767/2567 ลงวันที่ 20 สิงหาคม 2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน "ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง น้ำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น หรือเป็นผู้สนับสนการกระทำความผิดฐานร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น และเปิดหรืออินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจดนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด"
สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ว่าได้ถูกกลุ่มคนร้ายชักชวนผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย หลอกให้ลงทุนซื้อขายหุ้น, เหรียญเงินตราต่างประเทศ ผ่านบนแอปพลิเคชันปลอมที่มีการสร้างขึ้นมา โดยมีการแอบอ้างว่ามีผลกำไรดี มูลค่าสูง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการลงทุนดังกล่าวฯ โดยเมื่อเสียหายตกหลุมพรางร่วมลงทุน มีการบอกให้โอนไปยังบัญชีของน.ส.วิภา ฯ แต่สุดท้ายเมื่อผู้เสียหายร่วมลงทุน กลับไม่สามารถนำเงินออกมาได้ตามที่กล่าวอ้าง รวมมูลค่าความเสียหายเป็นเงินจำนวนกว่า 36 ล้านบาท ผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง จ.ภูเก็ต ก่อนที่พนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐาน นำไปสู่การออกหมายจับไว้
ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบทราบว่า นางสาววิภาฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับข้างต้น ได้อาศัยอยู่แถวบริเวณสถานที่จับกุม จึงได้ไปทำการตรวจสอบพบน.ส.วิภา ฯ อยู่บริเวณสถานที่จับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ และแสดงความบริสุทธิ์ให้ ผู้ต้องหา ดูเป็นที่พอใจ รับว่าตนคือบุคคลตามหมายจับจริงและไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับนี้มาก่อนหน้า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งสิทธิ พร้อมข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทราบและเข้าใจดีแล้วตามกฎหมาย จึงได้จับกุมตัวนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง จ.ภูเก็ต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ให้ผู้ใช้งานและจะรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานระบบของผู้ใช้ การเรียกดูเว็บไซต์ของเราในหน้าต่างๆ กรุณายอมรับนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา
อ่านเพิ่มเติมยอมรับ